“บ้านปู” ลุยดาต้าเซ็นเตอร์สหรัฐ ชี้พื้นที่อีสานเหมาะทำโซลาร์ฟาร์ม
“บ้านปู” จ่อปิดดีล Big Tech สหรัฐ 1-2 ราย คาดเซ็น PPA ปลายปี 2569-ต้นปี 2570 ชี้กลุ่ม Hyperscale มีความต้องการใช้ไฟฟ้ามหาศาล เป็นโอกาสพัฒนาโซลาร์ฟาร์มควบระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) ป้อน Data Center พุ่งเป้าภาคอีสานมีศักยภาพเป็นฐานผลิตไฟฟ้าสะอาด เหมาะทำโซลาร์ฟาร์มขนาดใหญ่และเชื่อม Direct PPA มากกว่าพื้นที่ EEC ที่มีข้อจำกัดต้นทุนที่ดินแพง
นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับผู้ให้บริการ Data Center รายใหญ่จากสหรัฐอเมริกา จำนวน 5 ราย คาดว่าจะสามารถสรุปการลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (Power Purchase Agreement: PPA) ได้ในช่วงปลายปี 2569 หรือต้นปี 2570 อย่างไรก็ตามคาดว่าจะสามารถปิดดีลได้ 1-2 ราย สำหรับรูปแบบการดำเนินโครงการบริษัทจะเป็นผู้พัฒนาโรงไฟฟ้าเพื่อจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่ Data Center โดยความต้องการใช้ไฟฟ้าของผู้ประกอบการกลุ่ม Hyperscale มีแนวโน้มอยู่ในระดับไม่น้อยกว่า 100 เมกะวัตต์ และอาจเพิ่มขึ้นถึงระดับ 1,000 เมกะวัตต์ในอนาคต
สำหรับแหล่งพลังงานปัจจุบัน Data Center ยังไม่สามารถใช้ไฟฟ้าสีเขียว 100% เนื่องจากพลังงานหมุนเวียนเพียงอย่างเดียวไม่สามารถจ่ายไฟได้อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ดังนั้น แนวทางคือ การผสมผสานโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเข้ากับพลังงานสะอาด เพื่อให้ระบบไฟฟ้ามีเสถียรภาพและรองรับการใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนการกำหนดราคาค่าไฟฟ้าในสหรัฐเป็นไปตามกลไกตลาดเสรี โดยขึ้นอยู่กับการเจรจาระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย รวมถึงรูปแบบการจัดหาพลังงานของแต่ละโครงการ อีกทั้งราคาค่าไฟยังผันแปรตามอุปสงค์และอุปทานในแต่ละช่วงเวลา แตกต่างจากประเทศไทยที่ใช้ระบบ Single Buyer Market ซึ่งภาครัฐเป็นผู้กำหนดโครงสร้างราคาค่าไฟฟ้า จึงไม่สามารถกำหนดอัตราค่าไฟสำหรับ Data Center ในระดับเดียวกับผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไปได้ เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนเชื้อเพลิงและระบบไฟฟ้าโดยรวม

นอกจากนี้การพัฒนาโครงการ Data Center ในสหรัฐยังต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) การพิจารณาความเหมาะสมของพื้นที่ แหล่งน้ำ และระบบไฟฟ้า ซึ่งก็เป็นเกณฑ์เดียวกับรัฐบาลไทย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันผู้ประกอบการมีการนำเทคโนโลยี Liquid Cooling มาใช้เพิ่มขึ้น ทำให้ข้อจำกัดด้านการใช้น้ำลดลงเมื่อเทียบกับในอดีต ทั้งนี้กลุ่ม Big Tech ที่อยู่ในตลาด Data Center และมีความต้องการใช้ไฟฟ้าจำนวนมาก
นายสมิทธิพร เศรษฐปราโมทย์ ผู้อำนวยการสายอาวุโส – ธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันข้อจำกัดสำคัญของการขยายตัวของ Data Center ทั่วโลกไม่ใช่เพียงเรื่องพื้นที่หรือเทคโนโลยี แต่คือไฟฟ้า เนื่องจาก Data Center ขนาดใหญ่ต้องใช้พลังงานจำนวนมาก โดยเฉพาะ Data Center แบบ Hyperscale ที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 100 เมกะวัตต์ขึ้นไป ขณะนี้ผู้ประกอบการจำนวนมากกำลังเผชิญกับข้อจำกัดด้านการจัดหาไฟฟ้า ขณะที่การก่อสร้าง Data Center โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 2 ปี ดังนั้นการเตรียมแหล่งพลังงานจึงต้องดำเนินการล่วงหน้า หากไม่มีไฟฟ้ารองรับตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นโครงการอาจต้องชะลอการลงทุนออกไป สถานการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย แต่กำลังเป็นปัญหาสำคัญในหลายประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐ ส่งผลให้ผู้ประกอบการ Data Center บางส่วนต้องชะลอแผนการลงทุนเพื่อรอความพร้อมของระบบไฟฟ้า และเริ่มหันมาลงทุนด้านพลังงานควบคู่กับการสร้าง Data Center มากขึ้น
สำหรับบ้านปูการเข้าไปเจรจากับ Big Tech ทั้ง 5 รายในสหรัฐ จึงเป็นการต่อยอดธุรกิจพลังงานเข้าสู่ตลาดที่มีความต้องการไฟฟ้าขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มี Data Center กระจุกตัว เช่น รัฐ Texas และบริเวณใกล้เมือง Dallas ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์กลาง Data Center และโครงข่าย Fiber Optic สำคัญของสหรัฐ การลงทุน Data Center ในพื้นที่ดังกล่าวจึงเกิดขึ้นควบคู่กับการพัฒนาโรงไฟฟ้าและระบบพลังงานเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น แนวโน้มดังกล่าวทำให้เกิดรูปแบบการลงทุนใหม่ในสหรัฐ เช่น โรงไฟฟ้า โซลาร์ฟาร์ม วินด์ฟาร์ม และแบตเตอรี่ฟาร์มควบคู่กัน รวมถึงการทำสัญญาซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีพลังงานเพียงพอสำหรับการขยาย Data Center และระบบ AI ในอนาคต ขณะที่ประเทศไทยเองก็เช่นกันหลังจากช่วงโควิด-19 ประเทศไทยเคยมีกำลังไฟฟ้าสำรองในระดับสูง เนื่องจากมีการลงทุนโรงไฟฟ้าไว้ก่อนหน้า แต่ในช่วงที่เศรษฐกิจหยุดชะงักและภาคอุตสาหกรรมลดการผลิตความต้องการใช้ไฟฟ้าลดลงอย่างมาก ทำให้เกิดไฟฟ้าส่วนเกินในระบบ เมื่อเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวประกอบกับการเข้ามาของ Data Center และอุตสาหกรรมดิจิทัล ทำให้ไฟฟ้าส่วนเกินดังกล่าวลดลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะพื้นที่ EEC ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในทำเลสำคัญของ Data Center ส่งผลให้ปริมาณไฟฟ้าที่เคยมีเหลือเริ่มกลายเป็นทรัพยากรที่ต้องบริหารจัดการอย่างรอบคอบ
สำหรับประเทศไทย การลงทุนพลังงานเพื่อรองรับ Data Center ในอนาคตมีโอกาสเชื่อมโยงกับการลงทุนโซลาร์และแบตเตอรี่ โดยเฉพาะการใช้ Direct PPA เชื่อมโยงแหล่งผลิตพลังงานสะอาดจากพื้นที่ที่มีศักยภาพ เช่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) เพราะมีพื้นที่ใหญ่กว้างกว่า EEC ขณะที่ประเทศไทยมีข้อจำกัดด้านทรัพยากรลม ทำให้การลงทุน Wind Farm ยังมีไม่มากเมื่อเทียบกับบางประเทศ ดังนั้นโซลาร์และระบบกักเก็บพลังงานจึงมีแนวโน้มเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบไฟฟ้าที่จะรองรับ Data Center ในระยะต่อไป