เอกนิติ เรียกผู้ว่าฯ กทม. ถกบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ศุกร์นี้ เตรียมรื้อระบบ ปิดช่องโหว่ทางกฎหมาย
เอกนิติ เรียกผู้ว่าฯ กทม. ถกบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ศุกร์นี้ (4 ก.ย.) เตรียมรื้อระบบปิดช่องโหว่ทางกฎหมาย ชี้บีโอไอหยุดอนุมัติดาต้าเซ็นเตอร์ตั้งแต่ เม.ย. ดึงกระทรวงพลังงานตรวจสอบการกักตุนน้ำมัน
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในวันศุกร์ (4 ก.ย.) นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์นัดแรก ซึ่ง ดร.เอกนิติได้รับการแต่งตั้งจากนายกรัฐมนตรีให้เป็นประธานการประชุม โดยจะเชิญ นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มาร่วมประชุมด้วย เพื่อพิจารณาภาพรวมของดาต้าเซ็นเตอร์
ดร.เอกนิติ กล่าวว่า สาระสำคัญและหัวใจสำคัญของเรื่องคือ 1.ดำเนินการกับผู้ที่ไม่ทำตามกฎหมาย โดยใช้กฎหมายที่มีอยู่จัดการ 2.ดำเนินการตามสิ่งที่ประกาศนโยบายเรื่องดาต้าเซ็นเตอร์ไป โดยต้องคำนึงถึงทั้งเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สังคม และผลกระทบต่อสังคมด้วย จึงมีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเข้ามาเกี่ยวข้อง และ 3.ในระยะต่อไป การให้แรงจูงใจกับดาต้าเซ็นเตอร์ในอนาคต ต้องพิจารณาว่าประเทศไทยจะคว้าประโยชน์จากตรงนี้ได้อย่างไร
“วันนี้เกิดปัญหาว่าเรื่องดาต้าเซ็นเตอร์เป็นเรื่องใหม่ แล้วทุกคนก็ใช้ช่องโหว่ที่กฎหมายบางทีอาจไม่ได้บังคับใช้” ดร.เอกนิติ กล่าว
ทั้งนี้ ในการประชุมจะมีรองประธานเป็นตัวแทนจากกระทรวงพลังงาน และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมประชุมด้วย
“สิ่งที่เกิดคือมันมีกฎหมายอะไรกำกับบ้าง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทุกคนพิจารณาในอำนาจหน้าที่ของตัวเอง แต่ไม่เคยมีใครมองถึงภาพรวม เพราะฉะนั้นจะอาศัยตรงนี้มาบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้ามากำกับดูแล ซึ่งจะได้เห็นภาพรวม” ดร.เอกนิติ กล่าว
ดร.เอกนิติ กล่าวว่า ด้านคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้ประกาศหยุดอนุมัติการตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายนที่เข้ามารับตำแหน่ง โดยชี้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นวันนี้เป็นปัญหาเก่าที่สะสม
“วันนี้ผมให้เช็กข้อมูลเบื้องต้นเรื่องการแอบทำดาต้าเซ็นเตอร์ โดยทางบีโอไอกำลังรวบรวมข้อมูลให้อยู่ว่าดาต้าเซ็นเตอร์ที่ผ่านบีโอไอเข้าใจว่าไม่ได้มีเท่าไรนัก ส่วนใหญ่มาใช้ช่องโหว่ในด้านอื่นที่ไม่มีการกำกับดูแลมากกว่า และต้องรื้อระบบเรื่องนี้” ดร.เอกนิติ กล่าว
อย่างไรก็ตาม สำหรับกรณีการตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ในเมือง ซึ่งอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายนั้น ดร.เอกนิติ กล่าวว่า ต้องพิจารณาเป็นกรณีไป (Case by Case) จึงได้เชิญผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมการประชุมด้วย “ใครทำผิดกฎหมายก็ต้องจัดการ อันนี้ชัดเจน”
รวมทั้งกรณีการกักตุนน้ำมันจำนวนมากในดาต้าเซ็นเตอร์นั้น ก็ได้เชิญตัวแทนจากกระทรวงพลังงาน ในฐานะรองประธานการประชุม มาร่วมหารือในการตรวจสอบการกักตุนน้ำมันดังกล่าวด้วย