ทำเล ‘BTS ทองหล่อ’ แข่งเดือด บิ๊กทุนแห่ผุด ‘แลนด์มาร์กใหม่’
ทำเล “สุขุมวิท-ทองหล่อ” ยังคงเป็นทำเลอมตะ และมีความร้อนแรง ดันราคาที่ดินพุ่งเกิน 1 ล้านบาทต่อ ตร.ว. แม้ว่าปัจจุบันสภาพตลาดอสังหาฯ และภาวะเศรษฐกิจยังไม่กลับมาสดใส แต่ยังคงมีบิ๊กทุนเข้าไปลงทุนไม่หยุด โดยเฉพาะทำเลติดรถไฟฟ้าที่ค่อนข้างคึกคัก
ล่าสุด “กลุ่มบริษัท เอ แอสเสท” (A Asset) เตรียมขึ้นมิกซ์ยูสขนาดใหญ่แห่งแรกของ A Asset ในไทย บนที่ดินกว่า 7 ไร่ ติดสถานีบีทีเอสทองหล่อ เป็นโครงการมิกซ์ยูสระดับลักเซอรี่ ภายใต้แนวคิด Green & Wellness Real Estate
A Asset ผุดมิกซ์ยูส 1.2 หมื่นล้าน
สำหรับ A Asset แม้จะเป็นอสังหาฯ หน้าใหม่ในไทย แต่มีประสบการณ์บริหารและพัฒนาโครงการในไทยและต่างประเทศมากว่า 165,000 ล้านบาท โดยโปรเจ็กต์ล่าสุดพัฒนาเป็นอาคารสูง 39 ชั้น รวมใต้ดิน 1 ชั้น จำนวน 1 อาคาร ประกอบด้วย ที่อยู่อาศัยให้เช่าจำนวน 216 ห้อง, โรงแรมระดับ 5 ดาวจำนวน 638 ห้อง, พื้นที่รีเทลครบวงจร, Wellness Center, พื้นที่ออฟฟิศสมัยใหม่, Roof Park ขนาดใหญ่ และที่จอดรถ 768 คัน มูลค่าโครงการ 12,000 ล้านบาท
“อนวัช ฉัตรศิริกุล” ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท เอ แอสเสท กล่าวว่า บริษัทก่อตั้งปี 2532 เติบโตมาจากด้านวิศวกรรม ตลอด 36 ปีได้รับความไว้วางใจจากโครงการภาครัฐและเอกชนระดับประเทศ ครอบคลุมโครงการที่พักอาศัย โรงแรม ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล รถไฟฟ้าและสนามบิน
การเข้ามาลงทุนอสังหาฯ ย่านทองหล่อ มองว่ามีศักยภาพสูง เป็นย่านธุรกิจ มีผู้บริหารชาวต่างชาติ (Expat) อยู่อาศัยหนาแน่น เห็นโอกาสการพัฒนามิกซ์ยูสที่จะเติมเต็มไลฟ์สไตล์ของย่าน ผลักดันเป็น “แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของสุขุมวิท”
“แม้ทองหล่อเต็มไปด้วยโครงการมากมาย แต่เห็นโอกาสเติมเต็มมิติที่ยังขาดหายไป คือพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ รูปแบบการใช้ชีวิต Simple Luxury ที่เชื่อมโยงผู้คน เชื่อมั่นว่ามิกซ์ยูสคือคำตอบที่ครบวงจร ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้คนยุคใหม่ในย่านนี้ได้อย่างแท้จริง” อนวัชกล่าว
แสนสิริขึ้นเพนต์เฮาส์หรู
ติดกันเป็นโครงการไอคอนิก ซูเปอร์ลักเซอรี่คอนโดมิเนียมสุขุมวิท 51 ของบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กำลังเร่งก่อสร้าง คาดว่าจะเสร็จในปี 2570 โครงการมีมูลค่า 2,800 ล้านบาท เป็นอาคารสูง 11 ชั้น ทั้งโครงการเป็น All Penthouse และมีเพียง 11 ยูนิต
“อุทัย อุทัยแสงสุข” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.แสนสิริกล่าวว่า แสนสิริใช้เวลาเฟ้นหาที่ดินที่แทบหาไม่ได้อีกแล้วในย่านศูนย์กลางธุรกิจกับราคาที่ดินสูงสุดในไทยเวลานี้ ซึ่งย่านสุขุมวิท 51 ราคาที่ดินขึ้น 3.2% จากปีที่ผ่านมาในโซนสุขุมวิท-เอกมัย
โครงการพร้อมอยู่พรึ่บ
ขณะที่ฝั่งตรงข้ามส่วนใหญ่จะเป็นโครงการคอนโดฯ พร้อมอยู่ที่เปิดตัวไปหลายปีแล้ว ไม่ว่า “The CREST สุขุมวิท34” ของบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดตัวตั้งแต่ปี 2555 มูลค่าโครงการกว่า 2,500 ล้านบาท สูง 28 ชั้น จำนวน 265 ยูนิต
โครงการ Beatniq (บีทนิค) คอนโดฯ หรูสูง 34 ชั้น บนพื้นที่ 1 ไร่เศษ จำนวน 197 ยูนิต อีกแท่งของค่ายเอสซี แอสเสท, โครงการ KEYNE ของแสนสิริ, โครงการโนเบิล รีมิกซ์ มี 2 อาคาร สูง 33 ชั้น 504 ยูนิต และสูง 11 ชั้น 152 ยูนิต
โครงการ ดิ เอส สุขุมวิท 36 ของสิงห์เอสเตท สูง 43 ชั้น จำนวน 1 อาคาร รวม 338 ยูนิต และโครงการ สโคป ทองหล่อ ของบริษัท สโคป จำกัด เครือเอสซี แอสเสท คอนโดฯ อัลตราลักเซอรี่ สูง 32 ชั้น มูลค่าโครงการ 3,650 ล้านบาท คอนโดฯ สร้างเสร็จพร้อมอยู่ ชูจุดขายเพนต์เฮาส์ทั้งโครงการ มีเพียง 18 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 180 ล้านบาท
ยังมีโครงการ “โฮเต็ล อินดิโก้ กรุงเทพ ทองหล่อ” โรงแรมไลฟ์สไตล์ระดับลักเซอรี่ในเครือ IHG ที่ร่วมมือกับบริษัท เรชา เอสเตท จำกัด ประกอบด้วยห้องพักจำนวน 250 ห้อง ปัจจุบันสร้างเสร็จและเตรียมนับถอยหลังเปิดบริการ
อนันดา-BTS-AWC บุกสุขุมวิท 38
ลัดเลาะฝั่งสุขุมวิท 38 ปากซอย เป็นโครงการ “ดิ โอกุระ เพรสทีจ สุขุมวิท กรุงเทพ โฮเทล และสปา” โรงแรมลักเซอรี่ของบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เตรียมเดินหน้าก่อสร้าง มีเนื้อที่กว่า 2 ไร่ เป็นโรงแรม 32 ชั้น ชั้นใต้ดิน 2 ชั้น 1 อาคาร มี 236 ห้อง ที่จอดรถ 229 คัน ใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 34 เดือน คาดแล้วเสร็จในปี 2572 โดย AWC ตั้งเป้าพัฒนาย่านทองหล่อเป็นโอเอซิสแห่งการพักผ่อนใจกลางเมือง ด้วยบริการด้านสุขภาพองค์รวมและการเข้าพักแบบระยะยาว
ถัดไปเป็นโครงการ “ปอร์เช่ ดีไซน์ ทาวเวอร์ แบงคอก” คอนโดฯ ระดับอัลตราลักเซอรี่ มูลค่าโครงการ 15,000 ล้านบาท ของบริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หลังเปิดตัวเมื่อกลางปี 2567 ล่าสุดเดินหน้าก่อสร้างแล้ว เป็นอาคารสูง 21 ชั้น บนเนื้อที่กว่า 2 ไร่ ทั้งโครงการมี 22 ยูนิต มีห้องให้เลือกทั้งแบบห้องดูเพล็กซ์พร้อมสระน้ำส่วนตัว และควอดเพล็กซ์สุดหรู ด้วยขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 525 ถึง 1,135 ตร.ม. เริ่มต้น 525-1,400 ล้านบาท มีที่จอดรถ 174 คัน เสร็จสิ้นปี 2571
ตรงข้ามเป็นโครงการ “เดอะ เรสซิเดนเซส 38” มิกซ์ยูสมูลค่า 5,000 ล้านบาท ลงทุนโดยบริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เครือบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) พัฒนาที่ดินกว่า 2 ไร่ ติดบีทีเอสทองหล่อ ขึ้นตึกสูง 36 ชั้น มีครบทั้งที่อยู่อาศัย เซอร์วิสเรสซิเดนซ์ และร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ มีค่ายอนันดาเป็นผู้บริหารและดูแลโครงการให้ ปัจจุบันโครงการพร้อมอยู่ แบ่งพื้นที่เป็น 2 โซน ตั้งแต่ชั้น 12-23 เป็นเซอร์วิสเรสซิเดนซ์แบบลักเซอรี่ 115 ยูนิต บริหารโดย “ดิ แอสคอทท์ ลิมิเต็ด” ตั้งแต่ชั้น 24-36 เป็นคอนโดฯ ที่พักอาศัย 56 ยูนิต รูปแบบห้องพักมีตั้งแต่ 1 ห้องนอนไปจนถึงเพนต์เฮาส์ ด้วยขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 57-464 ตร.ม. เริ่มต้น 22.9-246 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 400,000-500,000 บาทต่อ ตร.ม. ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าชาวต่างชาติ เช่น ไต้หวัน ญี่ปุ่น อินเดีย ทั้งซื้ออยู่อาศัยเองและซื้อลงทุนเพื่อการปล่อยเช่า
จากแต้มต่อของทำเลที่ตอบโจทย์ ทั้งการเดินทาง ไลฟ์สไตล์ ที่คึกคักทั้งกลางวันและกลางคืน “ทองหล่อ” จึงครองใจนักลงทุนและคนอยู่อาศัย