‘พลัส พร็อพเพอร์ตี้’ แก้โจทย์ต้นทุน พัฒนาคน-AI บริหารอสังหาฯ พรีเมี่ยม
ในยุคที่ตลาดอสังหาฯ ระดับพรีเมี่ยมและลักเซอรี่ยังคงเติบโตและเป็นเซ็กเมนต์ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญนอกเหนือจากการก่อสร้างคือ “การบริหารจัดการอาคารหลังการขาย” หรือ Property Management ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการรักษาและเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ในระยะยาว ท่ามกลางความท้าทายจาก “ต้นทุน” การดำเนินงาน และภาวะ “ขาดแคลน” แรงงานวิชาชีพที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“นฤมล อาภรณ์ธนกุล” รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บจ.พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ถอดมุมมองว่า ตลาดอสังหาฯ ระดับลักเซอรี่ที่มีราคาเฉลี่ยมากกว่า 250,000 บาทต่อ ตร.ม.ในกรุงเทพฯ ยังเติบโตและสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ หัวใจสำคัญนอกเหนือจากการก่อสร้างแล้ว คือการบริหารจัดการอาคารหลังการขาย การรักษาคุณภาพบริการ และระบบวิศวกรรมอาคารให้ได้มาตรฐาน ย่อมส่งผลให้ต้นทุนการบริหารจัดการปรับตัวสูงขึ้นทุกปี
“ปัจจัยสำคัญคือ ความเข้าใจของผู้ว่าจ้างและผู้อยู่อาศัยในการกำหนดอัตราค่าส่วนกลางที่สมเหตุสมผล สอดคล้องกับต้นทุนจริง เพราะในระยะยาวการดูแลที่ไม่ได้มาตรฐานจากการตัดงบประมาณ จะสร้างความเสียหายต่อมูลค่าสินทรัพย์มากกว่า ในขณะที่โครงการที่บริหารจัดการได้ตามมาตรฐานจะช่วยเพิ่ม Capital Gain และความต้องการปล่อยเช่าได้อย่างยั่งยืน”
“นฤมล” ระบุว่า อุตสาหกรรมบริหารอาคารยังเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนบุคลากรวิชาชีพ จากปริมาณโครงการเกิดใหม่ที่เพิ่มขึ้น จึงวางกลยุทธ์ 2 แนวทาง ได้แก่ 1.ยกระดับทักษะแรงงาน พัฒนาบุคลากรผ่านสถาบันฝึกอบรม Plus Eduplex พร้อมวาง Career Path และโครงสร้างค่าตอบแทนที่ชัดเจน และ 2.นำ PropTech และ AI เข้ามาทดแทนแรงงาน นำระบบ LIV-24 เทคโนโลยีอัจฉริยะด้านความปลอดภัยและวิศวกรรมอาคารแบบเรียลไทม์ พร้อม Kuhu Application เข้ามาช่วยเพิ่มความแม่นยำ และบริหารต้นทุน
“การดำเนินงานดังกล่าวทำให้ผลประกอบการ 5 ปีที่ผ่านมาเติบโตเฉลี่ย 10% ต่อปี จากรายได้ 1,400 ล้านบาท สู่ 2,000 ล้านบาท ปัจจุบันครองส่วนแบ่งการตลาดกลุ่มคอนโดฯ ลักเซอรี่ในกรุงเทพฯ 36% คิดเป็น 1 ใน 3 ของตลาด ดูแลพื้นที่รวม 40 ล้าน ตร.ม.”
สำหรับทิศทางในอนาคต บริษัทเตรียมขยายพอร์ตไปยังกลุ่มแบรนด์เดดเรสซิเดนซ์ และหัวเมืองท่องเที่ยว อาทิ หัวหิน ภูเก็ต หลังประสบความสำเร็จบริหาร “เดอะ สแตนดาร์ด หัวหิน” เพื่อรองรับการลงทุน การอยู่อาศัยของกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูง ทั้งคนไทยและต่างชาติ โดยยึดมาตรฐานการบริหารจัดการระดับสากล และเน้นสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอสังหาฯ ในระยะยาว