‘ชัชชาติ’ แจงปมดราม่า ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’ กลางกรุง สั่งเบรกใบอนุญาตใหม่ ถกรัฐคลอดกฎเหล็กคุม
“ชัชชาติ” แถลงปมดาต้าเซ็นเตอร์โผล่กลางกรุง เผยขออนุญาตตามกฎหมาย ระบุเป็นคลังสินค้า พบมี 6 แห่ง อนุญาตแล้ว 3 แห่ง สั่งเบรกอีก 3 แห่งที่เหลือ ยอมรับกฎหมายยังมีช่องโหว่ เล็งถกรัฐ บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ 4 ก.ย.นี้ พร้อมรื้อผังเมืองใหม่ ใส่กฎเหล็กคุมกำเนิดดาต้าเซ็นเตอร์
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า จากกรณีเสียงวิพากษ์วิจารณ์โครงการดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่พระราม 9 และรามคำแหง 28 กทม.ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้สั่งไม่ให้ใบอนุญาตเพิ่มเติมตั้งแต่เมื่อ 3 สัปดาห์ก่อนแล้ว จากปัจจุบัน กทม.มีโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ จำนวน 6 แห่ง เช่น เขตห้วยขวาง บางกะปิ บางนา เป็นต้น โดยได้รับใบอนุญาตแล้ว 3 แห่ง อีก 3 แห่งให้มีการทบทวนอีกครั้ง

“ดาต้าเซ็นเตอร์เป็นศูนย์รวมคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการเก็บข้อมูลและประมวลผล ซึ่งมีมานานแล้ว โดยจะรวมอยู่ในพื้นที่อาคารร่วม ๆ 30-40 แห่งใน กทม. แต่ช่วงหลังเทคโนโลยี รูปแบบธุรกิจเปลี่ยนไป จึงมีการตั้งดาต้าเซ็นเตอร์แบบสแตนด์อะโลน”
ชัชชาติพบ กทม. มี 6 แห่ง
นายชัชชาติกล่าวว่า โดยที่ผ่านมามีมาขออนุญาตกับ กทม.จำนวน 6 แห่ง เป็นประเภทคลังสินค้า เนื่องจากดาต้าเซ็นเตอร์ยังไม่มีนิยามในกฎหมาย การขออนุญาตจะเป็นจัดตั้งคลังสินค้า ขณะที่ผังเมืองยังไม่ได้อยู่ในข้อที่ต้องทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ รวมถึงไม่ต้องขอใบอนุญาตประกอบโรงงานอุตสาหกรรม
หลังจากนี้คงต้องมาทบทวนรายละเอียดกันต่อไป เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทเมืองในปัจจุบันมากขึ้น
ขณะที่การใช้ไฟฟ้าดาต้าเซ็นเตอร์มีขนาดแตกต่างกัน โดยใน กทม. จะมีขนาด 20 เมกะวัตต์และเล็กกว่าต่างจังหวัด เช่น เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)
ยันยังไม่ได้รับผลกระทบน้ำ-ไฟ
“ข้อกังวลเรื่องแย่งไฟฟ้าและน้ำประปา ขอยืนยันยังไม่มีผลกระทบกับคนกรุงเทพฯ แต่ก็ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด และต้องไม่มีอนุญาตเพิ่มเติม ต้องยอมรับว่ากฎหมายยังมีช่องโหว่อยู่ ก็ถือว่าถึงเวลาทบทวนเพื่อเป็นแนวทางในระยะยาวให้เป็นมาตรฐาน ทันสมัย สอดคล้องกับบริบทโลกมากขึ้นได้อย่างไร และถือเป็นเรื่องดีที่รัฐบาลเริ่มขยับ กำหนดนิยามดาต้าเซ็นเตอร์ มีบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ จะทำให้หลายหน่วยงานมีแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจน ทั้งผังเมือง ประปา ไฟฟ้า ซึ่ง กทม.จะกำหนดเรื่องดาต้าเซ็นเตอร์ใส่ในผังเมืองรวมฉบับใหม่นี้ด้วย”

นายชัชชาติกล่าวว่า ส่วนเรื่องการสะสมน้ำมัน เป็นเรื่องของกรมธุรกิจพลังงานกำหนดไว้สูงสุดไม่เกิน 500,000 ลิตร ซึ่งดาต้าเซ็นเตอร์จำเป็นต้องมีไฟสำรอง 48 ชั่วโมง ในกรณีดาต้าเซ็นเตอร์ที่รามคำแหง 28 การสะสมน้ำมันยังไม่เกินจากที่กฎหมายกำหนด ต้องไปตรวจสอบว่ามีการดำเนินการเกินจากนี้หรือไม่ ส่วนที่พระราม 9 ปัจจุบันยังไม่เปิดทำการ ก่อนหน้านี้ กทม.ได้รับข้อร้องเรียนเหมือนกัน เนื่องจากอยู่ใกล้โรงพยาบาลพระราม 9 คงต้องไปตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไป
“วันที่ 4 กันยายนี้ บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์จะมีการประชุม ซึ่ง กทม.ไม่ได้เป็นกรรมการ แต่คงจะเข้าร่วมให้ข้อมูล และเสนอให้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้ชัดเจน เพื่อที่จะได้นำมาเป็นแนวทางในการปรับปรุงผังเมืองรวมฉบับใหม่ต่อไปได้”
พลังงานสั่งเบรก-ไม่อนุญาตใหม่
ด้าน น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันท์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ได้สั่งการว่าการขออนุญาตดาต้าเซ็นเตอร์โครงการใหม่ จะขอให้หยุดการอนุญาตไว้ก่อน เพราะกำลังมีบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์พิจารณาการใช้น้ำ ไฟ และผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม
ส่วนที่มีการอนุญาตไปแล้วอาจจะมีการเข้าใจผิดและมีความคลาดเคลื่อนในส่วนของข้อมูลเรื่องการสะสมน้ำมัน อย่างที่รามคำแหง 28 มีการเก็บน้ำมันถึง 400,000 ลิตร แต่ตามใบอนุญาตขอเพียง 200,000 ลิตร หากมีการเก็บน้ำมันเกิน เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเพื่อดำเนินคดีถือเป็นการลักลอบประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนที่พระราม 9 กทม. และกรมธุรกิจพลังงาน ยังไม่อนุญาตให้กักเก็บน้ำมัน หลังจากนี้ต้องมาดูและตรวจสอบเช่นกัน