ดันเชียงใหม่ “Wellness Destination” ชูภูมิปัญญาล้านนา-นวัตกรรมสุขภาพ
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยวเชียงใหม่ ยกระดับผู้ประกอบการด้านการค้าการลงทุนเชิงสุขภาพ ภายใต้แนวคิด Chiang Mai Prototype: Travel with Care ดันเชียงใหม่สู่ “World Class Wellness Destination” ชูนเอกลักษณ์ภูมิปัญญาล้านนา บริการสุขภาพฐานรากที่เข้มแข็ง
นางสาวเอิบลาภ ศรีภิรมย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสินค้าการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้กล่าวในงานสัมมนาโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยว กิจกรรมยกระดับผู้ประกอบการด้านการค้าการลงทุนเชิงสุขภาพ ประจำปี 2569 (Chiang Mai Longevity Summit 2026 : World Class Wellness Destination) ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ภายใต้แนวคิด “Chiang Mai Prototype: Travel with Care” มุ่งพัฒนากระบวนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเพื่อสร้างคุณค่าครอบคลุมทั้ง 4 มิติสำคัญ ได้แก่ People (ผู้คน), Place (พื้นที่), Planet (สิ่งแวดล้อม) และ Economy (เศรษฐกิจ)
โดยแนวทางการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ มุ่งยกระดับผ่านห่วงโซ่อุปทาน 5 เสาหลัก สุขภาวะ (5 Pillars) ได้แก่ 1.Community & Culture Care การดูแลผ่านวิถีชุมชน วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น 2.Craft & Creativity Care งานคราฟต์และความคิดสร้างสรรค์ที่ช่วยบำบัดจิตใจ
3.Wellbeing Care การดูแลสุขภาพ สุขภาวะ และอายุวัฒนะ 4.Nature Care การบำบัดด้วยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ5.Local Food & Culinary Care อาหารท้องถิ่นเพื่อสุขภาพและการกินอย่างมีสุขอนามัย
นางสาวเอิบลาภ กล่าวต่อว่า ในส่วนของ Wellbeing Care ททท. ได้ชูอัตลักษณ์ความโดดเด่นเฉพาะตัวของเชียงใหม่ โดยเน้นการผสมผสาน 4 องค์ประกอบบำบัด (Serenity, Nature, Lanna Wisdom, Traditional Healing) ได้แก่ Prevent (ป้องกันก่อนเกิดโรค), Restore (ฟื้นฟูด้วยธรรมชาติ), Reconnect (เชื่อมโยงวิถีชีวิต) และ Live Better (ยกระดับคุณภาพชีวิตยั่งยืน)
ความชัดเจนของเชียงใหม่คือ ดินแดนแห่งความสงบและภูมิปัญญาล้านนาที่มุ่งเน้นการเยียวยา เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มสุขภาพกำลังซื้อสูง ขยายระยะเวลาพำนัก กระจายรายได้ลงสู่ชุมชน และส่งเสริมการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ
นอจากนี้ ยังมีจุดเด่นที่แตกต่างจากเมืองอื่นอย่างชัดเจน ทั้งกรุงเทพฯ และภูเก็ต ซึ่งจุดเด่นของเชียงใหม่คือ ภูมิปัญญาล้านนาและธรรมชาติ ซึ่งถือเป็น Unique Selling Point ที่มีจุดขายเด่น มีคุณค่าที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของสินค้าหรือบริการ ที่จะทำให้ Wellness & Longevity ของเชียงใหม่มีความแตกต่างจากที่อื่นๆ

TCEB ชูบทบาท “ผู้เชื่อมโยง-สร้าง Ecosystem”
ดร.ณิชา สิงห์บุระอุดม ผู้จัดการอาวุโส สำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ภาคเหนือ (TCEB) ฉายภาพยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนอุตสาหกรรม MICE เชื่อมโยงเศรษฐกิจสุขภาพในเชียงใหม่ โดยเน้นย้ำจุดแข็ง Unique Selling Point ของพื้นที่เพื่อยกระดับสู่ MICE & Wellness Destination ระดับสากล
TCEB วางบทบาทสำคัญในการเป็น Connector (ผู้เชื่อมโยง) และ Ecosystem Builder (ผู้สร้างระบบนิเวศธุรกิจ) ร่วมกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชน เพื่อเตรียมความพร้อมด้านสถานที่ บุคลากร และมาตรฐานการบริการ รองรับการจัดงานประชุม มหกรรม และการเดินทางเพื่อเป็นรางวัลในกลุ่ม Wellness
ดร.ณิชา ระบุว่า ขณะเดียวกันได้ปรับกลยุทธ์สำคัญโดยการดึง Wellness เข้าไปอยู่ในทุกอุตสาหกรรม (Wellness in All Industries) ไม่จำกัดอยู่แค่ธุรกิจบริการสุขภาพหรือสปาเท่านั้น แต่รวมถึงการปรับรูปแบบการจัดงาน MICE ให้ตอบโจทย์สุขภาวะ เช่น อาหารสุขภาพในงานประชุม การสอดแทรกกิจกรรมฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ เพื่อยกระดับเชียงใหม่เป็นหมุดหมายของเมือง Wellness ในอนาคต
ชูแนวคิดป้องกันก่อนป่วย
นพ.ประชา กัญญาประสิทธิ์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “หมอประชาผ่าตัดสมอง” ผู้ก่อตั้งและบริหาร โรงพยาบาลวีเด้ (Vidé Hospital) อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ สะท้อนมุมมองทางการแพทย์ต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพ โดยเน้นย้ำถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการส่งเสริมเชิงป้องกัน (Preventive Healthcare) เพื่อลดอัตราการเจ็บป่วยของคนในสังคมอย่างยั่งยืน โดยชี้ว่าสุขภาพที่ดีต้องเริ่มจากการป้องกันและให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐาน ซึ่งภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักของกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวาน ความดัน หรือไขมันสูง ซึ่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงและแก้ไขได้ง่ายที่สุดหากปรับพฤติกรรม ก่อนจะลุกลามจนนำไปสู่โรคร้ายแรงที่ต้องจบลงด้วยการผ่าตัดสมองหรือระบบประสาท
นพ.ประชา กล่าวว่า การดูแลสุขภาพยุคใหม่ต้องอาศัยเทคโนโลยีมาช่วยตรวจคัดกรอง และความร่วมมือระหว่างแพทย์กับผู้ป่วย ขณะที่ผู้ให้บริการด้าน Wellness (Wellness Provider) ต้องมองยาวถึงการสร้างพฤติกรรมสุขภาพที่ยั่งยืน โดยเป้าหมายที่แท้จริงไม่ใช่แค่การมีอายุที่ยาวนานขึ้น (Life Span) เท่านั้น แต่ต้องเป็นการทำให้ผู้คนมี Health Span หรือช่วงชีวิตที่มีสุขภาพแข็งแรงและช่วยเหลือตัวเองได้ควบคู่กันไป

ดึงรากเหง้ายกระดับสู่นวัตกรรม
นางสาวชวนัสถ์ สินธุเขียว ประธานสมาพันธ์สมาคมสปาแอนด์เวลเนสไทย และนายกสมาคมส่งเสริมบริการสุขภาพเชียงใหม่ กล่าวถึงประเด็นการขับเคลื่อนภาคธุรกิจสปาและบริการสุขภาพในเชียงใหม่ว่า การเติบโตอย่างยั่งยืนไม่ได้เกิดจากการสร้างสิ่งใหม่ทั้งหมด แต่คือการนำ “ต้นทุนเดิม” ที่ทรงคุณค่ามาพัฒนาและประยุกต์ใช้อย่างมีทิศทาง ซึ่งเชียงใหม่ไม่ได้เริ่มจากศูนย์ แต่เรามัต้นทุนเดิมที่ได้เปรียบ มีธรรมชาติบำบัด
นางสาวชวนัสถ์ กล่าวว่า บริการสุขภาพของเชียงใหม่มีฐานรากที่เข้มแข็ง สิ่งสำคัญคือ ต้องมองหาต้นทุนเดิมแล้วนำมาปรับเปลี่ยน (Transform) ให้ทันสมัย โดยดึงเสน่ห์ของ Sound Healing และการใช้ชีวิตแบบ Slow Life ซึ่งเป็นสัจธรรมธรรมชาติมาเป็นจุดขายในการบำบัดจิตใจผู้คนยุคใหม่ ควบคู่กับการนำนวัตกรรมและศาสตร์สมัยใหม่มาบูรณาการร่วมกัน (Integrate & Transform)
ขณะเดียวกัน หัวใจสำคัญในการมัดใจผู้ใช้บริการระดับโลกคือ การดูแลใส่ใจอย่างแท้จริง (Care) รวมถึงการรักษาและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย (Safety) และความสะอาดสุขอนามัย (Hygiene) ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อสร้างความมั่นใจในระดับสากล
