ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังความขัดแย้งตะวันออกกลางมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น
ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ปรับเพิ่มขึ้น หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้น
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ปรับเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ หลังประธานรัฐสภาอิหร่าน นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ กล่าวเมื่อวันจันทร์ที่ 7 ก.ย. 69 ว่าหากสหรัฐโจมตีทรัพย์สินของอิหร่านอีกครั้ง อิหร่านจะตอบโต้ด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง สะท้อนถึงสัญญาณบ่งชี้ว่าความขัดแย้งอาจมีแนวโน้มทวีความรุนแรงและขยายตัวมากยิ่งขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันจากตะวันออกกลาง
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 7 ก.ย. 2569 อยู่ที่ 91.48 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล (ตลาดปิด) และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 97.00 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.72 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ความตึงเครียดในภูมิภาคยังเพิ่มสูงขึ้น หลังอิสราเอลโจมตีเมืองทางตอนใต้ของเลบานอนเมื่อวันจันทร์ที่ 7 ก.ย. 69 ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 ราย ตามรายงานของกระทรวงสาธารณสุขเลบานอน ซึ่งนับเป็นหนึ่งในเหตุการณ์โจมตีทางอากาศที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในรอบหลายสัปดาห์ นอกจากนี้ โรงกลั่นน้ำมัน Jazan ของบริษัท Saudi Aramco ยังถูกโจมตีเมื่อวันจันทร์ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการประเมินความเสียหาย
ข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์ Kpler ระบุว่าในช่วง 10 วันที่ผ่านมา มีเรือขนส่งสินค้าโภคภัณฑ์แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซเฉลี่ยประมาณ10 ลำต่อวัน ซึ่งถือเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือน พ.ค. 69 โดยสถานการณ์เดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่ยังคงมีความตึงเครียดสูงและมีจำนวนเรือลดลงอย่างต่อเนื่อง อาจเพิ่มความกังวลต่อภาวะอุปทานน้ำมันในตลาดที่มีแนวโน้มตึงตัวเพิ่มมากขึ้น
กลุ่มผู้ผลิตน้ำมัน OPEC+ มีมติคงนโยบายการผลิตน้ำมันสำหรับเดือน ต.ค. 69 ไว้ตามเดิมในการประชุมเมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 ก.ย. 69 เนื่องจากจำเป็นต้องหาข้อตกลงเรื่องโควตาการผลิตใหม่ก่อนที่จะตัดสินใจเกี่ยวกับทิศทางการผลิตในระยะถัดไป
