‘รวมพลัง-ลงมือทำ’ สู่ขอบฟ้าใหม่
บทบรรณาธิการ
ประเทศไทยกำลังอยู่บนทางแยกครั้งสำคัญ ด้านหนึ่งรัฐบาลมีเป้าหมายใหญ่ ที่จะยกระดับประเทศก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลางก้าวสู่ประเทศรายได้สูงภายใน 12 ปี แต่อีกด้านเศรษฐกิจไทยกลับกำลังเผชิญความเป็นจริงตรงกันข้าม ทั้งการเติบโตต่ำและซึมลงเรื่อย ๆ หนี้ครัวเรือนสูง ความสามารถในการแข่งขันลดลง สังคมสูงวัย การลงทุนภาคเอกชนที่ยังไม่เข้มแข็ง ตลอดจนความเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้นเร็วกว่าความสามารถในการปรับตัวของประเทศ จนกลายเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง
นี่จึงไม่ใช่เวลาของการ “รอ” และฝากความหวังไว้กับรัฐบาลเพียงฝ่ายเดียว ดังนั้นในช่วงที่ผ่านมาต้องถือว่าเห็นภาพของการ “รวมพลัง” และ “ลงมือทำ” ของภาครัฐและเอกชนอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น เพราะสิ่งที่ประเทศไทยขาดอาจไม่ใช่ “นโยบาย” แต่คือการทำให้นโยบายเดินไปสู่การปฏิบัติ เพราะที่ผ่านมาประเทศไทยมีแผนพัฒนาประเทศ มีนโยบายมากมาย แต่ไม่ได้นำไปสู่การ “ลงมือทำ”
โลกวันนี้ไม่เปิดโอกาสให้ประเทศไทยเดินช้าได้อีกต่อไป บริบทที่เปลี่ยนไป ทั้ง AI และ Digital Economy กำลังเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจโลกอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงจะเลือกส่งเสริมอุตสาหกรรมอะไร แต่คือจะสร้างระบบนิเวศอย่างไรให้อุตสาหกรรมใหม่เกิดขึ้นและเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจไทยได้จริง ทุกเรื่องต้องคิดแบบ “เชื่อมโยง” ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ และที่สำคัญทุกภาคส่วนต้องมีเป้าหมายร่วมกันว่าประเทศไทยจะโตด้วยอะไร และจะสร้างรายได้ให้คนไทยอย่างไร ไม่เช่นนั้นก็จะกลายเป็นปัญหา เช่นที่กำลังเกิดขึ้นจากคลื่นการลงทุน “ดาต้า เซ็นเตอร์” ที่ประเทศต้องรับมือ
อย่างไรก็ดีวันนี้ประเทศไทยได้เห็นความร่วมมือของภาครัฐและเอกชน ที่เกิดขึ้นอย่างจริงจังผ่านการตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ที่มีเป้าหมาย แผนงาน และติดตามงานต่อเนื่อง รวมถึงความร่วมมืออย่างแนบแน่นของภาคเอกชนไทย 3 สถาบัน (กกร.) คือ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ที่ผนึกกำลังเสนอแนวทาง “Reinvent Thailand” ในการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมของประเทศ
สอดคล้องกับที่ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง กล่าวว่า โมเดลการจัดทัพทีมเศรษฐกิจไทยเป็นรูปแบบทีมฟุตบอล แบ่งบทบาทหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ประเทศรายได้สูงในปี 2037 โดยยกให้ “เอกชน” เป็นผู้เล่นหลัก เป็น “กองหน้า” ในการทำประตูนำโดย 7 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ขณะที่รัฐบาลและภาครัฐเป็น “กองกลาง” คุมเกม จ่ายบอล และปลดล็อกอุปสรรค และกองหลังคือ คลังและแบงก์ชาติ ดูแลเสถียรภาพทางการเงินและการคลัง เพื่อทำให้ต่างชาติเชื่อมั่น
และนี่คงจะเป็นบทพิสูจน์ครั้งสำคัญของประเทศไทย ของการ “รวมพลัง” และ “ลงมือทำ” ในการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่ขอบฟ้าใหม่