ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม ท่ามกลางความเสี่ยงด้านขนส่งในทะเลแดง-ช่องแคบฮอร์มุซ
ราคาน้ำมันดิบเบรนต์และเวสต์เทกซัสปรับเพิ่ม ท่ามกลางความเสี่ยงด้านการขนส่งในทะเลแดงและช่องแคบฮอร์มุซ
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนต์และเวสต์เทกซัสปรับเพิ่ม หลังกลุ่มฮูตีเข้ายึดท่าเรือโมคาของเยเมน ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากช่องแคบบับเอลมันเดบ (Bab el-Mandeb) ประมาณ 80 กิโลเมตร เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 69 โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามขยายอิทธิพลตามแนวชายฝั่งทะเลแดง และเพิ่มแรงกดดันต่อสหรัฐให้ผ่อนคลายมาตรการจำกัดการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน ส่งผลให้ตลาดกังวลต่อความเสี่ยงด้านการขนส่งทางทะเลในทะเลแดงมากขึ้น
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 10 ก.ย. 2569 อยู่ที่ 102.48 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +6.43 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 107.63 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +6.42 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ขณะที่การสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงเผชิญกับแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลติดตามเรือเบื้องต้น ณ วันที่ 9 ก.ย. 69 ชี้ว่าจำนวนเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงเหลือ 7 ลำ จาก 12 ลำในวันก่อนหน้า สะท้อนแรงกดดันต่อการเดินเรือในเส้นทางดังกล่าว
อย่างไรก็ดี การส่งออกน้ำมันดิบและคอนเดนเสทของซาอุดีอาระเบียผ่านท่าเรือยานบูในทะเลแดง ซึ่งเป็นเส้นทางทางเลือกที่สำคัญ เพื่อหลีกเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ ฟื้นตัวจาก 3.2 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน ส.ค. 69 เป็น 3.7 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน ก.ย. 69
รายงานประจำเดือนของโอเปก (OPEC) ณ วันที่ 10 ก.ย. 69 ระบุว่า โอเปกได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของความต้องการใช้น้ำมันโลกในปี 2569 ลงเหลือ 380,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นการปรับลดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 5 สะท้อนแนวโน้มอุปสงค์น้ำมันที่อ่อนแอกว่าคาด ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และความไม่แน่นอนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
