OM SYSTEM อัดงบเต็มที่ 2-5 ปี ชิงสายสตรีต-ทวงเค้กตลาดกล้องไทย
OM SYSTEM ทุ่มงบฯ จัดเต็มชิงเค้กตลาดกล้องดิจิทัลไทย ลั่นทวงส่วนแบ่งจาก 2% สู่ 10% ใน 3-5 ปี งัดไม้เด็ดกล้องรุ่นใหม่ฟังก์ชั่นจัดเต็ม-ราคาจับต้องง่าย พร้อมสปีดการรับรู้ยกทัพอินฟลูฯย้ำจุดเด่น-ผนึกดีลเลอร์ปูพรมอีเวนต์ทดลองกล้องทั่วประเทศ มั่นใจชิงฐานคนรุ่นใหม่-ผู้ใช้สมาร์ทโฟนเติมพอร์ตลูกค้า
นายเอจิ ชิโรตะ ผู้บริหารและหัวหน้าหน่วยธุรกิจ OM SYSTEM บริษัท OM Digital Solution ผู้ผลิตกล้องดิจิทัลแบรนด์ “โอเอ็ม ซิสเต็ม” (OM SYSTEM) หรือชื่อเดิม “โอลิมปัส” (Olympus) กล่าวว่า ไทยเป็นตลาดที่สำคัญมากในย่านเอเชีย-แปซิฟิกสำหรับแบรนด์ สะท้อนจากในอดีตผู้บริโภคไทยนิยมใช้กล้องแบรนด์โอลิมปัสจนสามารถมีส่วนแบ่งตลาดกล้องดิจิทัลได้ถึง 10% ก่อนที่จะลดเหลือเพียง 2% ในปัจจุบัน หลังบริษัทลดการทำตลาดลงในช่วงประมาณ 5 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากการปรับโครงสร้าง, รีแบรนด์ ฯลฯ
นอกจากนี้ตลาดกล้องดิจิทัลของไทย ซึ่งปัจจุบันมียอดจำหน่ายกล้องประมาณ 50,000 เครื่อง/ปี ยังมี 3 ปัจจัยที่เหมาะสมและเป็นโอกาสของแบรนด์โอเอ็ม ซิสเต็ม อย่าง ผู้ใช้งานจำนวนถึง 60% ของตลาดเป็นการถ่ายภาพสไตล์เอาต์ดอร์ (Outdoor) อาทิ ทิวทัศน์, ท่องเที่ยว, ภาพนก-สัตว์ป่า รวมถึงแนวสตรีต ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ สอดคล้องกับจุดเด่นของแบรนด์ ทั้งด้านขนาด-น้ำหนัก และความทนทานต่อสภาพอากาศ
อีกปัจจัยสำคัญคือ กำลังซื้อของผู้บริโภครุ่นใหม่อาจเข้าถึงกล้องตัวแรกได้ยาก ขณะเดียวกันผู้บริโภคยังมีความเข้าใจเทคโนโลยีเกี่ยวกับกล้องและการถ่ายภาพมากขึ้น จึงเป็นโอกาสที่แบรนด์จะส่งกล้องที่ราคาจับต้องง่ายเข้ามารับดีมานด์ พร้อมสร้างความเข้าใจในจุดอ่อน และนำเสนอจุดเด่นที่แตกต่างจากคู่แข่งให้ผู้บริโภคเข้าใจได้ง่ายขึ้น
ด้วยเหตุนี้บริษัทจึงโฟกัสการทำตลาดในไทยมากเป็นพิเศษ ทั้งการลงทุนด้านการตลาด การจัดกิจกรรม ฯลฯ ตามเป้าหมายชิงส่วนแบ่งตลาดกล้องดิจิทัลในไทยเพิ่มจาก 2% กลับเป็น 10% อีกครั้งให้ได้ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า

บ.แม่ไฟเขียวอัดงบฯเต็มที่
ด้านนายวิวิก ฮันดู รองประธานอาวุโสและกรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก บริษัท OM SYSTEM Asia Pacific เสริมว่า สำหรับยุทธศาสตร์การกลับมาชิงส่วนแบ่งตลาดกล้องดิจิทัลของไทยครั้งนี้ บริษัทจะทุ่มงบฯ และทรัพยากรเต็มที่ตลอดช่วง 2-5 ปีจากนี้ กับ 2 ด้าน คือ สื่อสารผ่านอินฟลูเอนเซอร์ ซึ่งเป็นช่องทางที่คนรุ่นใหม่รับรู้ข่าวสาร ควบคู่กับผนึกกำลังดีลเลอร์เดินสายจัดอีเวนต์ทดลองกล้องในสถานที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้บริโภคได้สัมผัสกล้องและทดลองฟังก์ชั่นที่เป็นจุดขาย และแตกต่างจากคู่แข่ง
“ตอนนี้เราได้ไฟเขียวในการใช้เม็ดเงินและทรัพยากรได้เต็มที่ยาว 2-5 ปี เพื่อสร้างการรับรู้ เนื่องจาก ณ ตอนนี้เรามั่นใจด้านสินค้านั้นแข่งขันได้แน่ แต่ด้านการรับรู้ยังต้องทำงานอีกมาก เพราะคนรุ่นใหม่ยังไม่รู้จักโอเอ็ม ซิสเต็ม และไม่สามารถเชื่อมโยงกับแบรนด์โอลิมปัสที่เป็นหนึ่งในแบรนด์กล้องรายใหญ่มีประวัติยาวนานได้”
เจาะลูกค้าใหม่สายสตรีต
โดยจะโฟกัสผู้บริโภค 3 กลุ่ม คือ ผู้ใช้สมาร์ทโฟนและชื่นชอบการถ่ายภาพแนวสตรีตและสร้างคอนเทนต์ที่ต้องการภาพคุณภาพสูงจากกล้องที่ราคาจับต้องได้ ขนาดเล็ก น้ำหนักเบา และพกพาง่าย, ผู้ใช้งานกล้องโอลิมปัส-โอเอ็ม ซิสเต็ม ในระดับเริ่มต้นและต้องการอัพเกรด, ผู้ใช้กล้องแบรนด์อื่นที่ต้องการย้ายค่าย เพื่อความสะดวกในการพกพา สำหรับการถ่ายภาพแนว Outdoor
พร้อมเร่งสปีดสร้างการรับรู้ให้กับตัวแบรนด์ “โอเอ็ม ซิสเต็ม” ซึ่งเป็นชื่อใหม่ทำให้ผู้บริโภคยังไม่คุ้นเคย จึงต้องลดความสับสนและเรียกความเชื่อมั่นด้านคุณภาพภาพ ตัวกล้อง และบริการหลังการขายที่ต่างเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจเลือกกล้องและเลนส์
มุ่งสร้างการรับรู้เกี่ยวกับจุดเด่นและจุดแตกต่างของกล้อง-เลนส์ที่แตกต่างจากคู่แข่งในตลาด ด้วยการสร้างโอกาสให้ผู้บริโภคทดลองใช้งาน และการสื่อสารผ่านอินฟลูเอนเซอร์
ด้านความเชื่อมั่นต่อบริการหลังการขาย จะย้ำด้านความรวดเร็วและความสะดวก จากการมีศูนย์ซ่อมในกรุงเทพฯ และร่วมมือกับดีลเลอร์ เช่น บิ๊กคาเมร่า เพื่อใช้สาขาทั่วประเทศเป็นจุดรับสินค้าเข้ามาที่ศูนย์ซ่อม
ส่งรุ่นใหม่ราคาไฟติ้ง
ประเดิมด้วยการเจาะกลุ่มผู้ใช้สมาร์ทโฟนและชื่นชอบการถ่ายภาพแนวสตรีต ด้วยหัวหอกอย่าง สินค้าใหม่กล้อง OM-SYSTEM รุ่น PEN วางโพซิชั่นเป็นกล้องระดับเริ่มต้นถึงกลาง วางราคาเริ่มต้น 33,999 บาท สำหรับตัวกล้อง และ 38,990 บาท สำหรับชุดพร้อมเลนส์คิต 14-42 มม. ซึ่งเป็นราคาใกล้เคียงกับกล้องรุ่นเริ่มต้นของคู่แข่ง แต่บริษัทนำฟังก์ชั่นจากรุ่นระดับบนที่ราคาแพงกว่ามาใส่ เช่น ช่องมองภาพ, ซีลกันละอองน้ำ-ฝุ่น, ระบบกันสั่น ฯลฯ เพื่อดึงดูดผู้บริโภคด้วยความคุ้มค่า
พร้อมจัดงานเปิดตัวในไทยเป็นที่แรกและที่เดียวในโลก โดยดึงผู้บริหารระดับสูงอย่าง นายเอจิ ชิโรตะ มาร่วมงานด้วยตัวเอง เพื่อสะท้อนความเชื่อมั่นและความสำคัญของไทย
ทั้งนี้เปิดรับพรีออร์เดอร์ผ่านบิ๊กคาเมร่าตั้งแต่วันที่ 9-29 กันยายน 2569 พร้อมจูงใจด้วยโปรฯ ขยายระยะเวลารับประกันเป็น 2 ปี และส่วนลดซื้อเลนส์ 30% ก่อนเริ่มวางจำหน่ายวันที่ 30 กันยายน 2569