“สุริยะ” สั่งชลประทานเฝ้าระวังฝนหนักทั่วประเทศ จับตาน้ำหลาก-ลุ่มต่ำ เจ้าพระยายังรับน้ำได้
“สุริยะ” สั่งกรมชลประทานติดตามฝนและสถานการณ์น้ำใกล้ชิด หลังหลายพื้นที่ยังเสี่ยงฝนหนักถึงหนักมาก โดยเฉพาะเหนือ-อีสาน ก่อนฝนเพิ่มภาคกลาง ตะวันออก กทม.-ปริมณฑล และภาคใต้ช่วง 10-13 กันยายน ขณะที่อ่างขนาดใหญ่และกลาง 496 แห่งมีน้ำรวม 52,993 ล้าน ลบ.ม. หรือ 69% ยังรองรับได้อีกกว่า 23,673 ล้าน ลบ.ม. พร้อมเตรียมเครื่องจักร-เครื่องสูบน้ำรับมือน้ำหลากและพื้นที่ลุ่มต่ำ
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมชลประทาน โดยศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ หรือ SWOC ติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด หลังประเทศไทยตอนบนยังมีฝนตกหนักบางแห่งจากอิทธิพลของร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางที่ปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้ยังต้องเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และพื้นที่ลุ่มต่ำอย่างต่อเนื่อง
อ่างทั่วประเทศน้ำ 69% ยังรับได้อีก 2.36 หมื่นล้าน ลบ.ม.
สถานการณ์น้ำ ณ วันที่ 8 กันยายน 2569 พบว่า อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศจำนวน 496 แห่ง มีปริมาณน้ำเก็บกักรวมประมาณ 52,993 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 69% ของความจุรวม
ยังสามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 23,673 ล้านลูกบาศก์เมตร
ส่วน 4 เขื่อนหลักในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำรวมกันมากกว่า 15,800 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 64% ของความจุรวม
และยังสามารถรับน้ำได้อีกกว่า 8,900 ล้านลูกบาศก์เมตร
คุมระบายน้ำเจ้าพระยา 200 ลบ.ม./วินาที
สำหรับสถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยา เมื่อเวลา 06.00 น. ที่สถานี C.2 อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 617 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยามีปริมาณน้ำไหลผ่าน 200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
กรมชลประทานยังคงควบคุมการระบายน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำเหนือและฝนที่ตกในพื้นที่ พร้อมเตรียมเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ และเครื่องมือด้านการระบายน้ำ เพื่อรองรับฝนในระยะนี้และลดผลกระทบต่อประชาชน
โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และพื้นที่ลุ่มต่ำ
8-10 ก.ย. เหนือ-อีสานเสี่ยงฝนหนักมาก
สำหรับแนวโน้มสภาพอากาศช่วงวันที่ 8-13 กันยายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่า ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีฝนฟ้าคะนอง 60-80% ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
โดยเฉพาะช่วงวันที่ 8-10 กันยายน
ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีแนวโน้มฝนเพิ่มขึ้นในช่วงวันที่ 10-13 กันยายน และมีฝนตกหนักบางแห่งถึงหนักมากในบางพื้นที่
ใต้ฝั่งตะวันตกฝน 60-80%
ขณะที่ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นในช่วงวันที่ 10-13 กันยายน โดยเฉพาะฝั่งตะวันตกที่มีฝนฟ้าคะนอง 60-80% ของพื้นที่
นายสุริยะจึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงติดตามข้อมูลข่าวสารสถานการณ์น้ำและประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด
พร้อมกำชับโครงการชลประทานทั่วประเทศให้เฝ้าระวังสถานการณ์และบริหารจัดการน้ำอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากฝนตกหนักและน้ำหลากให้ได้มากที่สุด
