รัฐบาลยัน ‘คดีโกงสอบท้องถิ่น’ ยังไม่จบ จ่อขยายผล อายัดทรัพย์แล้ว 320 ล้าน
อนุทิน นำทีมแถลงความคืบหน้าโกงสอบท้องถิ่น ยันคดียังไม่จบ เตรียมขยายผล เผยอายัดทรัพย์แล้วกว่า 320 ล้านบาท ขอประชาชนอย่ากังวล ย้ำไม่มีอิทธิพลใดช่วยผู้กระทำผิด ลั่นรัฐบาลจะเดินหน้าปราบปรามให้สิ้นซาก
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานแถลงข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีทุจริตการจัดสอบท้องถิ่น พ.ศ. 2568 โดยมีสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) , สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.), สำนักงานคณะกรรมการป้องกันปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาการอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.), พลตำรวจโท ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก) ร่วมด้วย

โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ผมและผู้ที่เกี่ยวข้องจาก ปปง. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และตำรวจ มาแถลงความคืบหน้าคดีสำคัญของประเทศ เกี่ยวกับการสอบบรรจุราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นการกระทำที่ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อระบบราชการไทย
ที่ผ่านมาหลายคนเข้าใจผิดว่าคดีนี้จบแล้ว แต่จริง ๆ ยังไม่จบ ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการขยายผลทุกรูปแบบ ที่ผ่านมาแล้วคือส่วนของกระทรวงมหาดไทย ที่เพิกถอนผู้ที่มีการทุจริตออกจากตำแหน่งเท่านั้น และได้มีการแจ้งชื่อทั้งหมดไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ดำเนินการเลิกจ้างผู้ที่มีส่วนในการทุจริตสอบราชการท้องถิ่นประมาณ 5,000 กว่าราย
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า คดีนี้เริ่มขึ้นจากเอ็มโอยู 7 หน่วยงานตามที่ผมได้สั่งการตั้งแต่สมัยที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย วันนี้การดำเนินการในคดีนี้มาจากผลบูรณาการความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดของหลายหน่วยงานที่ทำงานร่วมกัน ภายใต้กรอบกฏหมาย และพยานหลักฐานที่ตรวจสอบได้ ทำให้ยึดอายัดทรัพย์สินที่เชื่อมโยงกับการกระทำผิดได้แล้วคิดเป็นมูลค่า 320.86 ล้านบาท
ขณะนี้สำนักงาน ปปง. อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน และตรวจสอบความเชื่อมโยงทางการเงิน และทรัพย์สิน รวมถึงประสานข้อมูลพยานหลักฐานการกระทำผิดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขยายผลต่อไป
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ผมจึงถือโอกาสนี้ยืนยันต่อภาครัฐและประชาชนว่า รัฐบาลนี้ไม่มีนโยบายปกป้องหรือเอื้อประโยชน์ให้กับผู้กระทำผิด ไม่ว่าจะเป็นบุคคลหรืออยู่ในตำแหน่งใด โดยยึดหลักปิดชื่อถือพฤติกรรม
หากปรากฏว่าพยานหลักฐานหรือเส้นทางทางการเงินเชื่อมโยงถึงบุคคลใด จะดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมาโปร่งใสเป็นธรรมตรวจสอบได้ และดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด โดยไม่มีละเว้นผู้ใดทั้งสิ้น รัฐบาลจะเดินหน้าปราบปรามกระบวนการนี้อย่างต่อเนื่องจริงจังให้สิ้นซาก เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบราชการ คืนความยุติธรรม และคืนสิทธิ์ให้ผู้เข้าสอบด้วยความรู้ความสามารถของเขาเองโดยสุจริต
นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่ร่วมมือกันทำงานอย่างเต็มที่ ด้วยความมุ่งมั่น ทุ่มเท และด้วยความถูกต้อง การดำเนินการครั้งนี้ไม่ใช่เฉพาะการปราบปรามผู้กระทำผิด แต่เป็นการปกป้องระบบคุณธรรมของระบบราชการไทย ซึ่งการดำเนินแต่ละช่วงเวลาจะมีการรายงานความคืบหน้าเป็นระยะ ขณะนี้การดำเนินการมีความคืบหน้าไปมาก เบื้องต้นจับผู้ต้องหาได้หลายราย และยังมีการดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาที่ขยายผลไปอย่างต่อเนื่อง
“เบื้องต้นสามารถยึดอายัดทรัพย์สินรวมแล้วมูลค่ากว่า 320.86 ล้านบาท เรื่องของคดีขอให้ประชาชนอย่ากังวลว่าจะมีอิทธิพลใด ๆ มาทำให้รูปคดีเปลี่ยนแปลงไปในทางเอื้อหรือช่วยเหลือผู้กระทำผิดได้ เราทำร่วมกันตามเอ็มโอยู และหน้าที่เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าจะไม่มีการแปลงคดีหรือทำให้คดีเบี่ยงเบนไปจากข้อเท็จจริง
หน่วยงาน ป.ป.ช.ทำหน้าที่สืบสวนสอบสวนคดีนี้ โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานตามที่เราร้องขอ ขณะที่รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย พร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ รวมถึงทุกหน่วยงานในกำกับของรัฐบาล“ นายกรัฐมนตรีกล่าว