เนสท์เล่ ลั่นสู้ทุกปมพิพาท QCP พร้อมลงทุนโรงงานใหม่จบปัญหากำลังผลิต
เนสท์เล่ ประกาศสู้ทุกคดีพิพาท QCP ย้ำปฎิบัติตามข้อสัญญา-กฎหมายครบถ้วน พร้อมลุยลงทุนโรงงานใหม่ 3 หมื่นล้าน คาดเดินเครื่องปี 2571 จบปัญหากำลังผลิต
บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มแบรนด์ เนสกาแฟ ระบุว่า บริษัทพร้อมเดินหน้าต่อสู้ในคดีความต่าง ๆ ระหว่างบริษัทกับกลุ่มมหากิจศิริ ผู้ร่วมถือหุ้นในบริษัท ควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักท์ส จำกัด (QCP) ผู้รับจ้างผลิตกาแฟแบรนด์ เนสกาแฟ อย่างถึงที่สุด พร้อมชี้แจงปมขัดแย้งต่าง ๆ ในช่วงที่ผ่านมาซึ่งมีการฟ้องร้องเป็นคดีความอย่างน้อย 6 คดี
ยันค่าธรรมเนียมการจัดจำหน่าย-ค่าใช้จ่ายด้านการตลาด อยู่ในกรอบข้อตกลง
เนสท์เล่ ระบุว่า ค่าธรรมเนียมการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายด้านการตลาดระหว่าง QCP กับเนสท์เล่ (ไทย) อยู่ภายใต้กรอบข้อตกลงด้านการจัดจำหน่ายซึ่งลงนามร่วมไว้เมื่อปีพ.ศ. 2536
โดยกรอบข้อตกลงดังกล่าวอยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายอังกฤษ การคำนวณค่าธรรมเนียมการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายด้านการตลาดถูกคำนวณตามมาตรฐานการบัญชีสากลและข้อตกลงที่ ผู้ถือหุ้นได้เห็นชอบร่วมกัน รวมถึงได้รับการตรวจสอบเป็นประจำทุกปีจากผู้สอบบัญชีอิสระที่ได้รับอนุญาต
ส่วนงบการเงินของ QCP ได้รับการอนุมัติและลงนามรับรองเป็นประจำทุกปีโดยผู้ถือหุ้นและคณะกรรมการบริษัท ซึ่งมีผู้แทนจากเนสท์เล่และครอบครัวมหากิจศิริในสัดส่วนเท่ากัน จนถึงปีที่มีการแจ้งยุติสัญญาร่วมทุน
จับตา 2 คดี สืบ-พิพากษาโค้งท้ายปี ’69
ขณะเดียวกัน ยังมีอย่างน้อย 2 คดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลและมีกำหนดสืบพยานและพิพากษาในช่วงเดือนสิงหาคม-ธันวาคม 2569 คือ คดีหมายเลขดำที่ ทป.92/2568 ระหว่างครอบครัวมหากิจศิริ กับ เนสท์เล่ ในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เรื่องการเรียกค่าเสียหายรวม 100,000 ล้านบาท จากการกระทำละเมิดและการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ซึ่งสืบพยานเสร็จสิ้นในเดือนกรกฎาคม 2569 และศาลกำหนดอ่านคำพิพากษาในวันที่ 21 ธันวาคม 2569
อีกคดี คือ คดีหมายเลขดำที่ ทป.98/2568 ระหว่าง นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ กับ เนสท์เล่ ในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เรียกค่าเสียหาย 21,975,785,998.90 บาท พร้อมเงินวันละ 8 ล้านบาทจนกว่าการกระทำที่ถูกกล่าวหาว่าไม่ชอบจะยุติลง กรณีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการตลาดและการจัดจำหน่ายสูงเกินจริง และการเรียกเก็บเงินสำหรับบริการที่ไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งคดียังอยู่ระหว่างการพิจารณา และกำหนดสืบพยานในช่วงเดือนสิงหาคม–พฤศจิกายน 2569
เนสท์เล่ ฟ้องกลับเรียก 600 ล้านบาท
พร้อมกันนี้ เนสท์เล่ ยังเดินหน้าฟ้องนายประยุทธ นางสุวิมล และนายเฉลิมชัย มหากิจศิริ ต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เพื่อเรียกค่าเสียหายเป็นจำนวนเกือบ 600 ล้านบาทจากผลกระทบที่เกิดขึ้นจากคำสั่งคุ้มครองฉุกเฉิน ห้ามเนสท์เล่เป็นการชั่วคราวมิให้ผลิต จำหน่าย หรือนำเข้าผลิตภัณฑ์เนสกาแฟในประเทศไทย ซึ่งส่งผลกระทบโดยทันทีต่อธุรกิจเนสกาแฟเป็นเวลา 8 วัน
พร้อมให้ความร่วมมือในคดี
เนสท์เล่ ย้ำว่า บริษัทพร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วงงานด้านกระบวนการยุติธรรม และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลให้ข้อพิพาทระหว่างผู้ถือหุ้นได้รับการจัดการอย่างเป็นธรรม และมีกระบวนการที่ชัดเจน
ยืนยันเดินหน้าโรงงานใหม่ 3 หมื่นล้าน
ทั้งนี้เนสท์เล่ ยืนยันการเดินหน้าแผนลงทุนโรงงานแห่งใหม่มูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท ที่นิคมอารยะ จังหวัดสมุทรปราการ โดยวางตำแหน่งเป็นฐานการผลิตสินค้ากลุ่มกาแฟแบบครบวงจรทั้งกาแฟผง, กาแฟกระป๋องและกาแฟ 3 in 1 ปัจจุบันกำลังจะเริ่มกระบวนการก่อสร้าง มีกำหนดเริ่มการผลิตเฟสแรกในปี 2571 โดยจะทั้งส่วนไลน์การผลิตและศูนย์กระจายสินค้า คาดว่าจะมีการจ้างงานประมาณ 500 คน
โรงงานนี้จะทำให้บริษัทกลับมามีกำลังผลิตครอบคลุมไลน์สินค้าเกือบทั้งหมดที่จำหน่ายในอีกครั้ง หลังปัจจุบันต้องกระจายการผลิตไปยังโรงงานสินค้าอื่น ๆ ของเนสท์เล่อีก 8 แห่งในไทย รวมถึงจ้างผลิตแบบ OEM และนำเข้าจากต่างประเทศมาทดแทนชั่วคราว
ส่วนวัตถุดิบอย่างเมล็ดกาแฟนั้นที่ผ่านมาบริษัทซื้อ 50% ของผลผลิตเมล็ดกาแฟโรบัสต้าไทยอยู่แล้ว