ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังตลาดกังวลอุปทานมีแนวโน้มลดลง
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์เพิ่มขึ้น หลังตลาดยังคงกังวลต่ออุปทานน้ำมันดิบที่มีแนวโน้มปรับตัวลดลง หลังการโจมตีซาอุดีอาระเบียอีกครั้งของกลุ่มฮูตี
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับตัวสูงขึ้น หลังตลาดมีความกังวลเกี่ยวกับอุปทานพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น จากการเลื่อนการเจรจาของกลุ่มประเทศอาหรับในอ่าวเปอร์เซียและอิหร่าน ประกอบกับการโจมตีครั้งใหม่ของกลุ่มฮูตีในเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านต่อประเทศซาอุดีอาระเบีย
โดยมีการยึดครองดินแดนรวมถึงเกาะเปริม (Perim Island) ที่บริเวณปากทะเลแดง และทำการโจมตีท่อขนส่งน้ำมันตะวันออก-ตะวันตกของซาอุดีอาระเบียอีกครั้ง โดยการโจมตีท่อเพิ่มเติมครั้งนี้เป็นอาจส่งผลให้ปริมาณน้ำมันดิบโลกปรับลดลงร้อยละ 4 ของปริมาณน้ำมันดิบทั้งหมด
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 14 ก.ย. 2569 อยู่ที่ 101.39 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +1.34 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 105.68 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +1.07 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันจันทร์ ที่ 14 ก.ย. 69 ว่ายูเครนและรัสเซียตกลงกันที่จะไม่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอีก ซึ่งประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า การที่น้ำมันดีเซลสหรัฐปรับเพิ่มขึ้น เกิดจากสงครามในยูเครน ไม่ใช่สงครามกับอิหร่าน
ตลาดคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) มีแนวโน้มที่จะปรับอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.25 แตะระดับที่ช่วง 3.75-4% ในวันพุธที่ 16 ก.ย. 69 นี้ ซึ่งการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนี้เป็นการส่งสัญญาณบ่งชี้ว่าจะมีมาตรการทางการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นในอนาคต หลังจากราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นมาแตะระดับมากกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลและอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น
