กกพ.เร่งสัมปทานแหล่งก๊าซใหม่ช่วยลดต้นทุนค่าไฟ
กกพ.ใช้เวที Gastech 2026 เปิดเกมดึงลงทุนแหล่งก๊าซใหม่ เดินหน้าประมูลปิโตรเลียมรอบ 26 กระจายความเสี่ยงพลังงาน หวังเพิ่มก๊าซในประเทศลดนำเข้า กดต้นทุนค่าไฟ รับการลงทุน Data Center และ Direct PPA ส่วนแต่งตั้งกรรมการ กกพ. อีก 4 คน เตรียมชงรัฐมนตรีตั้งกรรมการสรรหา ภายใน ก.ย.นี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบประวัติ คาดจบก่อนสิ้นปี 2569 แน่นอน
นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินงานภายหลังประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงาน Gastech 2026 ว่า นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่นให้ประเทศไทยในสายตานักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะการลงทุนด้านพลังงาน ก๊าซธรรมชาติ และ LNG ซึ่ง กกพ.มีบทบาทสำคัญในการวางระบบกำกับดูแลให้เอื้อต่อการลงทุนและสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว การจัดงาน Gastech 2026 จึงถือเป็นโอกาสสำคัญในการใช้ประเทศไทยเป็นเวทีเชื่อมโยงนักลงทุนและผู้ประกอบการพลังงานจากทั่วโลก
ภายใต้สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ไทยมีโอกาสเป็นหนึ่งใน Destination สำคัญของการลงทุน เนื่องจากมีความต้องการใช้พลังงานสูง และมีโครงสร้างพื้นฐานด้านก๊าซ ไฟฟ้า และระบบขนส่งพลังงานที่สามารถเชื่อมโยงกับประเทศในภูมิภาคได้ ในส่วนของก๊าซธรรมชาติ กกพ. เห็นว่าประเทศไทยจำเป็นต้องกระจายแหล่งจัดหา (Diversify) ให้มากขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาแหล่งใดแหล่งหนึ่ง ขณะเดียวกัน กกพ.ต้องการสนับสนุนการเปิดโอกาสให้เกิดการลงทุนสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในประเทศ โดยเฉพาะการเปิดประมูลสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบที่ 26ในพื้นที่ทะเลอันดามัน ซึ่งสามารถใช้เวที Gastech เป็นช่องทางประชาสัมพันธ์ศักยภาพของประเทศไทยและเชิญชวนนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาศึกษาโอกาสลงทุน
อย่างไรก็ตาม ก๊าซธรรมชาติยังมีบทบาทสำคัญต่อระบบพลังงานไทยในช่วงเปลี่ยนผ่าน เพราะปัจจุบันก๊าซธรรมชาติถูกใช้เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าประมาณ 50% ดังนั้น หากประเทศไทยสามารถเพิ่มปริมาณก๊าซจากแหล่งในประเทศเข้าสู่ระบบได้มากขึ้น จะช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้า LNG และลดความเสี่ยงจากราคาก๊าซในตลาดโลก เพราะประเด็นดังกล่าวมีความสำคัญต่อค่าไฟฟ้าโดยตรง หากสามารถเพิ่มสัดส่วนก๊าซในประเทศ ทดแทนก๊าซนำเข้าได้ ก็มีโอกาสช่วยลดต้นทุนเฉลี่ยของระบบ และมีโอกาสสะท้อนมายังต้นทุนค่าไฟฟ้าของประชาชน อย่างไรก็ตาม ไทยยังจำเป็นต้องนำเข้า LNG เพื่อรักษาสมดุลของระบบ โดยการกระจายแหล่งนำเข้าถือเป็นหัวใจสำคัญ
สำหรับการเติบโตของ Data Center ซึ่งเป็น New Demand และเป็น Strategic New Demand ขนาดใหญ่ กกพ.มองว่าต้องสร้างสมดุลระหว่างการดึงดูดการลงทุนกับการรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้าและการคุ้มครองผู้ใช้ไฟฟ้ากลุ่มเดิม เนื่องจาก Data Center สามารถก่อสร้างและเริ่มใช้ไฟฟ้าได้ภายใน 1-2 ปี ขณะที่การก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่อาจใช้เวลา 7-10 ปี จึงจำเป็นต้องวางแผนล่วงหน้าให้การเพิ่มขึ้นของความต้องการใช้ไฟฟ้าสอดคล้องกับกำลังผลิตและโครงข่ายไฟฟ้า กกพ.จึงเตรียมรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางกำกับ Data Center โดยจะเน้นไปที่วิธีการซื้อขายไฟฟ้ามากกว่าการกำกับตัว Data Center โดยตรง เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถจัดหาไฟฟ้าได้ตามความต้องการ แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่มั่นใจได้ว่าจะไม่กระทบต่อความมั่นคงของระบบและผู้ใช้ไฟฟ้ารายอื่น ทั้งนี้ Data Center สามารถเลือกแนวทางจัดหาไฟฟ้าได้ทั้งการซื้อไฟฟ้าจากระบบ การใช้ไฟฟ้าสีเขียว และการทำ Direct PPA ซึ่งเป็นการจับคู่ระหว่างผู้ผลิตไฟฟ้ากับผู้ใช้ไฟฟ้าโดยตรง โดยใช้โครงข่ายไฟฟ้าของระบบในการส่งไฟฟ้า
ในส่วนของ Direct PPA กกพ.อยู่ระหว่างพิจารณาอัตราค่าใช้โครงข่ายไฟฟ้า หรือ Wheeling Charge ให้มีความเหมาะสม โดยจะต้องพิจารณาร่วมกับนโยบายค่าไฟของรัฐบาล รวมถึงแนวทางดูแลค่าไฟสำหรับประชาชน โดยเฉพาะมาตรการค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ตลอดจนโครงสร้างอัตราค่าไฟสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทใหม่ หลักสำคัญคือ ต้องทำให้เกิดความเป็นธรรมระหว่างผู้ใช้ไฟฟ้าแต่ละกลุ่ม ไม่ให้การเปิด Direct PPA เพื่อรองรับ Data Center หรืออุตสาหกรรมใหม่กลายเป็นภาระต้นทุนของผู้ใช้ไฟฟ้ารายอื่น โดย กกพ.จะเปรียบเทียบต้นทุนและอัตราค่าไฟฟ้าในแต่ละทางเลือก เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเลือกแนวทางที่เหมาะสม คาดว่าจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับ Wheeling Charge ไม่เกินสิ้นปี 2569
“ส่วนการสรรหา กกพ.ชุดใหม่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบประวัติกรรมการสรรหาให้ครบถ้วน ก่อนเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานในเร็ว ๆ นี้ จากนั้นจะเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. เพื่อขอความเห็นชอบแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา 8 คน ซึ่งจะทำหน้าที่สรรหา กกพ.ชุดใหม่ 4 คน คาดว่าจะสามารถเสนอรายชื่อกรรมการสรรหาให้รัฐมนตรีได้ภายในเดือนกันยายน 2569”