‘บ้านปู’ ปักหมุดก๊าซธรรมชาติ-ไฟฟ้า-คาร์บอน หนุนความมั่นคงพลังงานสหรัฐ
บ้านปูใช้เวที Gastech 2026 นำเสนอแพลตฟอร์มพลังงานครบวงจรในสหรัฐ เชื่อมตั้งแต่ก๊าซธรรมชาติต้นน้ำ โครงสร้างพื้นฐานกลางน้ำ โรงไฟฟ้าก๊าซ 1.5 กิกะวัตต์ ไปจนถึง CCUS และ Carbon-Sequestered Gas ชูโมเดล “U.S. Closed-Loop Gas” รับความต้องการก๊าซและไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น พร้อมเดินหน้า Integrated Energy Complex ในเท็กซัส และตั้งเป้ากักเก็บคาร์บอนราว 1.5 ล้านตันต่อปีในปี 2571
นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บ้านปูนำเสนอกลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐ หรือ U.S. Closed-Loop Gas ในงาน Gastech 2026 ภายใต้แนวคิด “The Future Flows Circular” เพื่อสะท้อนศักยภาพของแพลตฟอร์มพลังงานที่เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

แพลตฟอร์มดังกล่าวครอบคลุมการผลิตก๊าซธรรมชาติ โครงสร้างพื้นฐานกลางน้ำสำหรับรวบรวม แปรรูป และขนส่งก๊าซ การผลิตไฟฟ้า ไปจนถึงเทคโนโลยีดักจับ ใช้ประโยชน์ และกักเก็บคาร์บอน หรือ CCUS
เป้าหมายคือส่งมอบโซลูชันพลังงานที่มีความมั่นคง ยืดหยุ่น รองรับการเติบโตของความต้องการพลังงาน และช่วยลดการปล่อยคาร์บอน
BKV ฐานหลักในสหรัฐ
การดำเนินงานในสหรัฐขับเคลื่อนผ่าน BKV Corporation ซึ่งบ้านปูถือหุ้นใหญ่ โดย BKV เป็นหนึ่งในผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ 15 อันดับแรกของสหรัฐและเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดในแหล่งก๊าซ Barnett รัฐเท็กซัส
BKV มีทั้งปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติจากแหล่งต้นน้ำ โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติแบบ Combined Cycle Gas Turbine หรือ CCGT กำลังการผลิต 1.5 กิกะวัตต์ในรัฐเท็กซัส และโครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอน หรือ CCS ที่เปิดดำเนินงานแล้ว 3 แห่ง
องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้สามารถเชื่อมธุรกิจตั้งแต่ก๊าซธรรมชาติไปจนถึงไฟฟ้าและการบริหารจัดการคาร์บอนบนแพลตฟอร์มเดียว
รับดีมานด์ก๊าซสหรัฐเพิ่ม 25%
บ้านปูระบุว่า ความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติในสหรัฐมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นประมาณ 25% ภายในปี 2573 ขณะที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าในตลาด ERCOT ถูกคาดว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 21 เท่าภายในปี 2575
BKV จึงเดินหน้าพัฒนาศูนย์ผลิตพลังงานไฟฟ้าแบบบูรณาการ หรือ Integrated Energy Complex ใน Jack County รัฐเท็กซัส บนพื้นที่กว่า 6,200 เอเคอร์
โครงการได้ยื่นขออนุมัติการเชื่อมต่อเพื่อรองรับทั้งการผลิตและการใช้ไฟฟ้าแล้ว โดยมีศักยภาพในการผสานการผลิตก๊าซธรรมชาติ การผลิตไฟฟ้า และการดักจับคาร์บอนเข้าด้วยกัน
ตั้งเป้ากักเก็บคาร์บอน 1.5 ล้านตัน/ปี
ขณะเดียวกัน BKV ยังขยายขีดความสามารถด้านการกักเก็บคาร์บอน ผ่านการพัฒนาโครงการเพิ่มเติม เช่น East Texas
ปัจจุบันมีโครงการ CCS ที่ดำเนินงานแล้ว 3 แห่ง ได้แก่ Barnett Zero, Cotton Cove และ Eagle Ford
บ้านปูตั้งเป้าเพิ่มอัตราการกักเก็บคาร์บอนเป็นประมาณ 1.5 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปีภายในปี 2571
ดัน Carbon-Sequestered Gas
นายสินนท์กล่าวว่า ท่ามกลางความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น ภาคเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมต้องการพลังงานที่มีทั้งความมั่นคง ความยืดหยุ่น และสามารถบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้จริง
หนึ่งในโซลูชั่นที่ BKV นำเสนอ คือ Carbon-Sequestered Gas หรือ CSG ซึ่งเป็นก๊าซธรรมชาติที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน ครอบคลุม Scope 1, 2 และ 3 ผ่านการใช้เทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน
“แพลตฟอร์มพลังงานจากก๊าซธรรมชาติสู่ไฟฟ้านี้มีรากฐานที่แข็งแกร่งจากแหล่งทรัพยากรต้นน้ำอย่างก๊าซธรรมชาติ ปริมาณสำรองที่มีคุณภาพ และการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยเสริมความสามารถในการดำเนินธุรกิจด้านการผลิตไฟฟ้าและ CCUS”
ต่อยอด 3 กลุ่มธุรกิจ
นอกเหนือจากธุรกิจก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ บ้านปูยังเดินหน้าต่อยอดแพลตฟอร์มพลังงานผ่าน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก
กลุ่มแรก Next-Gen Mining มุ่งสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งพลังงาน พร้อมพัฒนาธุรกิจแร่เชิงกลยุทธ์สำหรับแบตเตอรี่ ระบบกักเก็บพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคต
กลุ่มที่ 2 Power+ เน้นโซลูชันพลังงานไฟฟ้าที่ครบวงจรและยืดหยุ่น เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น
กลุ่มที่ 3 Future Tech พัฒนา Net Zero Solutions รวมถึงการลงทุนเชิงกลยุทธ์ผ่าน Corporate Venture Capital หรือ CVC ใน AI และเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคต
ชูแพลตฟอร์มครบวงจรขับเคลื่อนการเติบโต
นายสินนท์กล่าวว่า กลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของการเติบโตของกลุ่มบ้านปู
การเชื่อมโยงตั้งแต่แหล่งก๊าซธรรมชาติต้นน้ำ การผลิตไฟฟ้า และเทคโนโลยีลดการปล่อยคาร์บอน จะช่วยให้บริษัทสามารถเดินหน้าทั้งการเติบโตทางธุรกิจและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานไปพร้อมกัน
พร้อมเปิดโอกาสในการต่อยอดธุรกิจก๊าซธรรมชาติ และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของบ้านปูในระยะยาว