เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (17 ก.ย. 69) ร่วงลง 350 บาท รูปพรรณบาทละ 68,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (17 ก.ย. 69) ร่วงลง 350 บาท รูปพรรณบาทละ 68,850 บาท
‘HENRY’s First Dates’ จำได้หรือจำไม่ได้ก็อบอุ่นหัวใจ
Biz Movement ‘HENRY’s First Dates’ จำได้หรือจำไม่ได้ก็อบอุ่นหัวใจ
‘อนุทิน’ จ่อทวงสัญญา ‘ทรัมป์’ ให้อัตราภาษีพิเศษ หลังไทยทำตามข้อตกลง
Politics ‘อนุทิน’ จ่อทวงสัญญา ‘ทรัมป์’ ให้อัตราภาษีพิเศษ หลังไทยทำตามข้อตกลง
2 มาตรการพยุงกำลังซื้อ หมุนเศรษฐกิจเชียงใหม่โต 8 พันล้าน
Economic 2 มาตรการพยุงกำลังซื้อ หมุนเศรษฐกิจเชียงใหม่โต 8 พันล้าน
หอการค้า ชี้ค่าครองชีพ-รายได้ไม่พอ ดันหนี้ครัวเรือนสูง คาดสิ้นปีหนี้ต่อ GDP ลดเหลือ 84%
Economic หอการค้า ชี้ค่าครองชีพ-รายได้ไม่พอ ดันหนี้ครัวเรือนสูง คาดสิ้นปีหนี้ต่อ GDP ลดเหลือ 84%
กล้าแลกเพื่อรอด
SD Talk กล้าแลกเพื่อรอด
เฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ส่งสัญญาณมีโอกาสขึ้นอีก จับตาเงินเฟ้อยังไม่คลาย
Finance เฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ส่งสัญญาณมีโอกาสขึ้นอีก จับตาเงินเฟ้อยังไม่คลาย
กขค.รับฟังฝั่งแพลตฟอร์ม Ride-hailing ชี้ GP ไม่ใช่กำไร จี้รัฐลดกฎทับซ้อน
Economic กขค.รับฟังฝั่งแพลตฟอร์ม Ride-hailing ชี้ GP ไม่ใช่กำไร จี้รัฐลดกฎทับซ้อน
แสนสิริ จับมือ RH Contract เปิดตัวบ้านหรู 198 ล้าน หลังเดียวในโลก
Real Estate แสนสิริ จับมือ RH Contract เปิดตัวบ้านหรู 198 ล้าน หลังเดียวในโลก
CEO Microsoft ชี้ บริษัท AI ควรให้ความสำคัญกับ ‘มนุษยชาติ’ เป็นอันดับแรก
Tech CEO Microsoft ชี้ บริษัท AI ควรให้ความสำคัญกับ ‘มนุษยชาติ’ เป็นอันดับแรก
ดูทั้งหมด

“สมาคมปลานิล” ชี้ปัญหาอยู่ที่ตลาด ไม่ใช่ผลผลิต ปิดด่านทุบดีมานด์-ราคาดิ่ง 30-40%

17 ก.ย. 2569 | 11:15น.

สมาคมปลานิลชี้ภาพรวมผลผลิตไทยยังทรงตัวราว 260,000-270,000 ตันต่อปี แต่ราคาช่วงที่ผ่านมาได้รับแรงกดดันหนักจากฝั่งตลาด ทั้งการปิดด่านชายแดนที่ทำให้ส่งออกไปประเทศเพื่อนบ้านสะดุด และแรงงานกัมพูชาหลายแสนคนเดินทางกลับประเทศ ส่งผลให้ดีมานด์หายและปลาสะสมในระบบ กดราคาลง 30-40% แม้ล่าสุดเริ่มฟื้นตัวแล้วบางส่วน ขณะที่ผลกระทบจากปลาหมอคางดำมีเพียงทางอ้อมและยังไม่แย่งตลาดปลานิลอย่างมีนัยสำคัญ

นายอมร เหลืองนฤมิตชัย นายกสมาคมปลานิล เปิดเผยว่า ภาพรวมผลผลิตปลานิลของไทยในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 260,000-270,000 ตันต่อปี โดยปีนี้คาดว่าผลผลิตยังใกล้เคียงระดับเดิม ขณะที่พื้นที่เพาะเลี้ยงกระจายอยู่เกือบทุกจังหวัดทั่วประเทศ

จากข้อมูลสถิติการประมงแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2568 ของกรมประมง พบว่า ปลานิลเป็นปลาน้ำจืดสำคัญของไทย โดยปริมาณผลผลิตเพิ่มจากประมาณ 200,000 ตันในปี 2559 มาอยู่เหนือระดับ 260,000-270,000 ตันในปี 2568 และคิดเป็นมากกว่า 50% ของผลผลิตปลาน้ำจืดทั้งหมดของประเทศ ซึ่งมีปริมาณเกือบ 500,000 ตัน

ปัญหาสำคัญที่เกษตรกรเผชิญในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้เกิดจากฝั่งการผลิต แต่เกิดจากฝั่งตลาดเป็นหลัก โดยมีปัจจัยสะสม 2 เรื่องสำคัญ

เรื่องแรก คือ การปิดด่านชายแดนตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคมของปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ปลานิลที่เคยส่งออกไปยังตลาดประเทศเพื่อนบ้านไม่สามารถระบายออกไปได้ตามปกติ

อีกปัจจัยคือ การเดินทางกลับประเทศของแรงงานกัมพูชาจำนวนหลายแสนคน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้บริโภคปลานิลโดยตรง ทำให้ความต้องการบริโภคในประเทศหายไปบางส่วน

เมื่อปลายังอยู่ในระบบแต่ตลาดรับซื้อหดตัว จึงเกิดแรงกดดันต่อราคา ส่งผลให้ราคาปลานิลลดลงประมาณ 30-40%

“ผลผลิตยังคงทรงตัว แต่สิ่งที่เกษตรกรอยากสะท้อนคือ ราคาปลานิลลดลงมาก สาเหตุสำคัญมาจากปัจจัยฝั่งการตลาดเป็นหลัก ไม่ใช่ปัญหาด้านการผลิต”

ล่าสุดสถานการณ์ราคาเริ่มฟื้นตัว หรือ Recover ดีขึ้นในระดับหนึ่ง หลังจากราคาปลานิลอยู่ในภาวะอ่อนตัวต่อเนื่องมาประมาณ 1 ปี

สำหรับประเด็นปลาหมอคางดำ นายอมรกล่าวว่า ในด้านการผลิตปลานิลไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง หากมีผลกระทบก็เป็นเพียงผลทางอ้อมต่อฝั่งตลาด

เนื่องจากมีการนำปลาหมอคางดำที่จับได้จากธรรมชาติไปจำหน่ายตามตลาดนัดต่างจังหวัดในราคาประมาณ 15-20 บาทต่อกิโลกรัม จึงอาจถูกนำไปบริโภคทดแทนปลานิลบางส่วนในกลุ่มผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับราคา

อย่างไรก็ตาม ปริมาณปลาหมอคางดำที่นำมาจำหน่ายเพื่อบริโภคสดหรือแปรรูปเป็นปลากระป๋องยังมีสัดส่วนไม่มาก เพราะปลาหมอคางดำส่วนใหญ่ที่จับได้ถูกส่งเข้าโรงงานเพื่อแปรรูปเป็นปลาป่นสำหรับผลิตอาหารสัตว์

ดังนั้น ปลาหมอคางดำจึงยังไม่ได้เข้ามาทดแทนหรือแย่งตลาดปลานิลอย่างมีนัยสำคัญ

นายอมรกล่าวถึงมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐว่า ที่ผ่านมายังไม่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสถานการณ์ตลาดได้อย่างชัดเจน เช่น การจัดกิจกรรมของกระทรวงพาณิชย์ผ่านโครงการธงฟ้า และการสนับสนุนงบประมาณจังหวัดละ 50,000 บาท ซึ่งยังไม่สามารถแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของตลาดปลานิลได้

สิ่งที่เกษตรกรต้องการคือ การเข้ามาช่วยแก้ปัญหาฝั่งการตลาดและเร่งระบายสินค้าอย่างตรงจุด เพื่อไม่ให้ปลาค้างอยู่ในระบบจนกดดันราคา และป้องกันไม่ให้เกษตรกรขาดสภาพคล่อง

หากสถานการณ์ยืดเยื้อจนพ่อค้าไม่เข้าจับปลาในฟาร์ม เกษตรกรจะต้องแบกรับต้นทุนการเลี้ยงต่อเนื่อง และอาจเผชิญปัญหาเงินทุนหมุนเวียน

สมาคมปลานิลจึงมองว่า การแก้ปัญหาด้านการตลาดเป็นโจทย์สำคัญที่สุดของอุตสาหกรรมปลานิลในเวลานี้ โดยภาครัฐจำเป็นต้องเร่งหาแนวทางระบายผลผลิตและสร้างตลาดรองรับให้สอดคล้องกับปริมาณผลผลิตที่มีอยู่ เพื่อพยุงราคาและลดความเสี่ยงให้กับเกษตรกร