เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
GPSC คว้า 6 โครงการผลิตไฟสะอาด 105 MW เริ่มจ่ายไฟปี’71
Economic GPSC คว้า 6 โครงการผลิตไฟสะอาด 105 MW เริ่มจ่ายไฟปี’71
แอร์ญี่ปุ่น-เกาหลี-จีน ระเบิดศึก ชิงดีมานด์ยุโรปร้อนเดือดยัน 2027
Business แอร์ญี่ปุ่น-เกาหลี-จีน ระเบิดศึก ชิงดีมานด์ยุโรปร้อนเดือดยัน 2027
ราคาทองวันนี้ (17 ก.ย. 69) ร่วงลง 350 บาท รูปพรรณบาทละ 68,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (17 ก.ย. 69) ร่วงลง 350 บาท รูปพรรณบาทละ 68,850 บาท
“อนันตรา สยาม” ทุ่ม 1.6 พันล้าน พลิกโฉมรับ “ตลาดระดับบน”
Business “อนันตรา สยาม” ทุ่ม 1.6 พันล้าน พลิกโฉมรับ “ตลาดระดับบน”
หมอกควันไฟป่าอินโดฯ พัดปกคลุม ‘ยะลา’ รองผู้ว่าฯ สั่งงดกิจกรรมกลางแจ้ง
เศรษฐกิจภูมิภาค หมอกควันไฟป่าอินโดฯ พัดปกคลุม ‘ยะลา’ รองผู้ว่าฯ สั่งงดกิจกรรมกลางแจ้ง
ซีรีส์วาย-บันเทิงไทย โตก้าวกระโดด FEED X KHAOSOD AWARDS 2026
Biz Movement ซีรีส์วาย-บันเทิงไทย โตก้าวกระโดด FEED X KHAOSOD AWARDS 2026
SABINA รีเทลไตรมาส 3 ฟื้น – แอคทีฟแวร์ปัง รับกระแสออกกำลังกาย-HYROX
Biz Movement SABINA รีเทลไตรมาส 3 ฟื้น – แอคทีฟแวร์ปัง รับกระแสออกกำลังกาย-HYROX
‘HENRY’s First Dates’ จำได้หรือจำไม่ได้ก็อบอุ่นหัวใจ
Biz Movement ‘HENRY’s First Dates’ จำได้หรือจำไม่ได้ก็อบอุ่นหัวใจ
‘อนุทิน’ จ่อทวงสัญญา ‘ทรัมป์’ ให้อัตราภาษีพิเศษ หลังไทยทำตามข้อตกลง
Politics ‘อนุทิน’ จ่อทวงสัญญา ‘ทรัมป์’ ให้อัตราภาษีพิเศษ หลังไทยทำตามข้อตกลง
2 มาตรการพยุงกำลังซื้อ หมุนเศรษฐกิจเชียงใหม่โต 8 พันล้าน
Economic 2 มาตรการพยุงกำลังซื้อ หมุนเศรษฐกิจเชียงใหม่โต 8 พันล้าน
ดูทั้งหมด

เฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ส่งสัญญาณมีโอกาสขึ้นอีก จับตาเงินเฟ้อยังไม่คลาย

17 ก.ย. 2569 | 12:00น.
ดอลลาร์สหรัฐ

บล.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ เผยผลประชุมเฟดมีมติเอกฉันท์ 12-0 ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ขณะที่ Dot Plot สะท้อนกรรมการส่วนใหญ่ยังเห็นควรขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อยอีก 1 ครั้ง หลังเศรษฐกิจและตลาดแรงงานสหรัฐยังแข็งแกร่ง ขณะที่เงินเฟ้อช่วงฤดูร้อนไม่ลดลงตามคาด

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ว่า ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ 12 ต่อ 0 ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% มาอยู่ที่ระดับ 3.75-4.00%

แถลงการณ์ของเฟดรอบนี้มีเนื้อหาค่อนข้างสั้น โดยประเมินว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังขยายตัวแข็งแกร่ง แม้ความไม่แน่นอนอยู่ในระดับสูง การใช้จ่ายภายในประเทศยังแข็งแกร่ง ขณะที่ผลิตภาพ การลงทุน และตลาดแรงงานยังอยู่ในระดับแข็งแกร่งเช่นกัน

สำหรับประมาณการอัตราดอกเบี้ยของกรรมการเฟด หรือ Dot Plot ค่ากลางอัตราดอกเบี้ยปี 2569 อยู่ที่ 4.125% สะท้อนโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้

นายประกิตตั้งข้อสังเกตว่า กรรมการ 16 จากทั้งหมด 18 คน เห็นควรให้ปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 1 ครั้ง มีเพียง 2 คนที่มองว่าควรคงอัตราดอกเบี้ย ส่วนปี 2570 ค่ากลาง Dot Plot ยังอยู่ที่ 4.125% แต่มีกรรมการ 8 คนที่มองว่าควรปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้ง สู่ระดับ 4.375%

ขณะเดียวกัน เฟดปรับประมาณการเศรษฐกิจ โดยคาด Real GDP จะขยายตัว 2.3% ในปีนี้ และ 2.4% ในปีหน้า ส่วนเงินเฟ้อ PCE ทั่วไปคาดอยู่ที่ 3.7% ในปีนี้ ก่อนลดลงเหลือ 2.3% ในปีหน้า ขณะที่อัตราการว่างงานคาดอยู่ที่ประมาณ 4.1%

สำหรับการแถลงข่าวของ Kevin Warsh ประเด็นสำคัญอยู่ที่เหตุผลในการขึ้นดอกเบี้ย ท่ามกลางเงินเฟ้อที่ส่วนหนึ่งเกิดจากปัจจัยด้านอุปทาน โดยเฉพาะราคาพลังงาน ซึ่งเฟดไม่สามารถควบคุมราคาน้ำมันหรืออาหารได้โดยตรง แต่หน้าที่สำคัญคือป้องกันไม่ให้เงินเฟ้อจากปัจจัยดังกล่าวลุกลามไปสู่ผลกระทบรอบสองและรอบสามในระบบเศรษฐกิจ

ส่วนคำถามว่าเฟดจะเข้าสู่วงจรขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องหรือไม่ Warsh ระบุว่า เฟดจะไม่ตัดสินใจล่วงหน้าเกี่ยวกับการประชุมครั้งต่อ ๆ ไป โดยการตัดสินใจจะพิจารณาจากหลักการและสภาวะเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริง

นอกจากนี้ เฟดยืนยันว่าการขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากการเดินตามตลาดการเงิน แม้ก่อนการประชุมตลาดให้น้ำหนักโอกาสขึ้นดอกเบี้ยไว้สูงถึง 90% โดยเฟดตัดสินใจจากการประเมินภาวะเศรษฐกิจและแนวโน้มการจ้างงานเป็นหลัก แม้จะติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดการเงินอย่างใกล้ชิดก็ตาม

ในขณะที่คำถามสำคัญว่า อะไรเปลี่ยนแปลงไปจนทำให้เฟดตัดสินใจจากการคงดอกเบี้ยมาเป็นการขึ้นดอกเบี้ยรอบนี้ Warsh ระบุถึง 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ตัวเลขเศรษฐกิจและตลาดแรงงานที่สะท้อนว่าเศรษฐกิจแข็งแกร่งขึ้น ทิศทางเงินเฟ้อในช่วงฤดูร้อนที่ไม่ได้ปรับตัวดีขึ้นตามที่คาด และความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น

ทั้ง 3 ปัจจัยนำไปสู่การตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยด้วยมติเอกฉันท์ในครั้งนี้

ส่วนระดับดอกเบี้ยในปัจจุบัน Warsh ระบุว่า ยังยากที่จะอธิบายว่าสภาวะทางการเงินอยู่ในระดับเข้มงวดมโดยมองการขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้เป็นการถอนนโยบายผ่อนคลายออกบางส่วน เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายด้านเงินเฟ้อ

ขณะเดียวกัน เฟดไม่ได้ให้น้ำหนักกับข้อมูลเศรษฐกิจรายเดือนเพียงตัวเลขใดตัวเลขหนึ่ง เนื่องจากข้อมูลรายเดือนมีความผันผวนสูง การพิจารณานโยบายจึงต้องมองทิศทางและแนวโน้มโดยรวมมากกว่าอาศัยข้อมูลเพียงจุดเดียว

สำหรับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐระยะยาว โดยเฉพาะพันธบัตรอายุ 10 ปี ที่ปรับตัวสูงขึ้น Warsh มองว่ามาจาก 3 ปัจจัย ได้แก่ ความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจ การแข่งขันแย่งชิงเงินทุนจากการลงทุนขนาดใหญ่ในเทคโนโลยี AI ของกลุ่ม Hyperscalers และความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์

ส่วนผลกระทบต่อตลาดแรงงาน แม้เงินเฟ้อส่วนหนึ่งมาจาก Supply Shock ทั้งพลังงานและภาษีนำเข้า แต่เฟดไม่เชื่อว่าจำเป็นต้องทำให้ตลาดแรงงานอ่อนแอลงเพื่อดึงเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย เนื่องจากอัตราการว่างงานในปัจจุบันยังสอดคล้องกับภาวะการจ้างงานเต็มที่

เฟดมองว่าเป้าหมายด้านการจ้างงานและเสถียรภาพราคายังสามารถดำเนินควบคู่กันได้ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน