เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (21 ก.ย. 69) ร่วงลง 300 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (21 ก.ย. 69) ร่วงลง 300 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,550 บาท
Fitch ขยับ Outlook ไทยสู่ Stable หนุนฟันด์โฟลว์ จับตา BBL-SCB-KTB-KBANK
Finance Fitch ขยับ Outlook ไทยสู่ Stable หนุนฟันด์โฟลว์ จับตา BBL-SCB-KTB-KBANK
อนุทิน ย้ำพร้อมมือภาคยานยนต์ญี่ปุ่น เชื่อมั่นยังสนใจลงทุนไทย
Politics อนุทิน ย้ำพร้อมมือภาคยานยนต์ญี่ปุ่น เชื่อมั่นยังสนใจลงทุนไทย
เปิดแถลงการณ์ เครือข่าย นวก.สื่อสารมวลชน กฎหมาย และนโยบายสาธารณะ ต่อ “สุญญากาศ กสทช.”
Tech เปิดแถลงการณ์ เครือข่าย นวก.สื่อสารมวลชน กฎหมาย และนโยบายสาธารณะ ต่อ “สุญญากาศ กสทช.”
เงินบาทสัปดาห์นี้ 33.00-33.60 บาท/ดอลลาร์ เจอแรงกดดันน้ำมันสูง-ดอกเบี้ยโลกขาขึ้น
Finance เงินบาทสัปดาห์นี้ 33.00-33.60 บาท/ดอลลาร์ เจอแรงกดดันน้ำมันสูง-ดอกเบี้ยโลกขาขึ้น
เขื่อนเจ้าพระยา จ่อเพิ่มการระบาย 1,000 – 1,300 ลบ.ม./วินาที หลังน้ำเหนือยังไหลเพิ่ม
Economic เขื่อนเจ้าพระยา จ่อเพิ่มการระบาย 1,000 – 1,300 ลบ.ม./วินาที หลังน้ำเหนือยังไหลเพิ่ม
รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน กลับมาเปิดให้บริการตามปกติทุกเส้นทางแล้ว
Economic รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน กลับมาเปิดให้บริการตามปกติทุกเส้นทางแล้ว
‘บี.กริม’ ลุย มาเลย์-เวียดนาม ผุดโรงไฟฟ้าก๊าซเพิ่มพอร์ตพลังงาน
Economic ‘บี.กริม’ ลุย มาเลย์-เวียดนาม ผุดโรงไฟฟ้าก๊าซเพิ่มพอร์ตพลังงาน
ซีพี โฟตอนเร่งศึกษาโครงการรถบรรทุกEV เพื่อการขนส่ง มุ่งสู่ Green Logistics 
EV ซีพี โฟตอนเร่งศึกษาโครงการรถบรรทุกEV เพื่อการขนส่ง มุ่งสู่ Green Logistics 
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตลาดคลายความกังวลต่ออุปทานตึงตัว
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตลาดคลายความกังวลต่ออุปทานตึงตัว
ดูทั้งหมด

‘บี.กริม’ ลุย มาเลย์-เวียดนาม ผุดโรงไฟฟ้าก๊าซเพิ่มพอร์ตพลังงาน

21 ก.ย. 2569 | 10:15น.
นพเดช กรรณสูต

“บี.กริม เพาเวอร์” เปิดแผนรุกลงทุนพลังงานอาเซียน เดินหน้าขยายพอร์ตในมาเลเซีย-เวียดนาม ทั้งโรงไฟฟ้าก๊าซและพลังงานหมุนเวียน จ่อพัฒนา IPP แห่งละ 1,500 เมกะวัตต์ รับดีมานด์ไฟฟ้าจาก Data Center และอุตสาหกรรมดิจิทัล

นายนพเดช กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจในประเทศไทย มาเลเซีย และโซลูชั่นธุรกิจอุตสาหกรรม บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ทิศทางการลงทุนธุรกิจพลังงานในระยะต่อไปจะไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะประเทศไทย แต่จะมุ่งขยายการลงทุนในตลาดอาเซียนที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะประเทศมาเลเซียและเวียดนาม ซึ่งมีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และเศรษฐกิจดิจิทัล

สำหรับมาเลเซียถือเป็นหนึ่งในตลาดที่มีโอกาสขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีโครงการพลังงานหมุนเวียนที่ลงทุนแล้วประมาณ 200 เมกะวัตต์ และมีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาอีกประมาณ 400 เมกะวัตต์ ซึ่งคาดว่าจะทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ภายใน 1-2 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ บี.กริม เพาเวอร์ ยังอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติรูปแบบ Independent Power Producer (IPP) ขนาด 1,500 เมกะวัตต์ ร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่น โดยตั้งเป้าหมายสรุปแนวทางการลงทุนภายในปลายปีนี้ สะท้อนการมองตลาดมาเลเซียในระยะยาวที่ต้องรองรับความต้องการไฟฟ้าจากทั้งภาคอุตสาหกรรมและอุตสาหกรรมดิจิทัล

รูปแบบการลงทุนในมาเลเซียจะให้ความสำคัญกับการสร้างพอร์ตพลังงานแบบผสมผสาน (Hybrid Energy Portfolio) โดยใช้โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเป็นฐานสร้างเสถียรภาพของระบบ ควบคู่กับพลังงานหมุนเวียน ซึ่งจะช่วยตอบโจทย์ลูกค้าอุตสาหกรรมที่ต้องการทั้งความมั่นคงของไฟฟ้าและการลดการปล่อยคาร์บอน โดยเฉพาะ Data Center ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ใช้ไฟฟ้าในปริมาณสูงและต้องการความต่อเนื่องของระบบไฟฟ้ามากกว่าอุตสาหกรรมทั่วไป ขณะที่เวียดนาม มีทั้งโครงการพลังงานหมุนเวียนและโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ ปัจจุบันมีโครงการ Solar Farm ประมาณ 677 เมกะวัตต์ ซึ่งเริ่มพัฒนาตั้งแต่ปี 2019 รวมถึงโครงการพลังงานลมประมาณ 100 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างการลงทุนพัฒนาโรงไฟฟ้าก๊าซขนาด 1,500 เมกะวัตต์ ร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่นและ PetroVietnam ทั้งนี้ การลงทุนในต่างประเทศจำเป็นต้องประเมินหลายปัจจัยพร้อมกัน ทั้งขนาดตลาด ความต้องการใช้ไฟฟ้า โครงสร้างสัญญาซื้อขายไฟฟ้า นโยบายของภาครัฐ ความพร้อมของระบบสายส่งรวมถึงความสามารถในการบริหารต้นทุนเชื้อเพลิง โดยแต่ละประเทศมีโครงสร้างตลาดและกติกาที่แตกต่างกัน

สำหรับการลงทุนในประเทศไทย ซึ่งยังมีจุดแข็งจากโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและฐานอุตสาหกรรมที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะระบบไฟฟ้าในนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งปัจจุบันมีโครงข่ายในนิคมอุตสาหกรรม 11 แห่ง ระยะทางรวมประมาณ 214 กิโลเมตร รองรับทั้งการใช้ไฟฟ้าและไอน้ำของภาคอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม โจทย์สำคัญของไทย คือ การทำให้โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่สามารถรองรับการลงทุนอุตสาหกรรมยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากรูปแบบการลงทุนกำลังเปลี่ยนจากอุตสาหกรรมหนักและยานยนต์ไปสู่อุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีและไฟฟ้าในปริมาณสูง เช่น Data Center, AI, Semiconductor และ Electronics ดังนั้น ระบบไฟฟ้าในระยะต่อไปจำเป็นต้องพัฒนามากกว่าการเพิ่มกำลังผลิต โดยต้องสามารถเชื่อมโยงตั้งแต่ระดับ Microgrid ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมไปจนถึงระบบโครงข่ายระดับประเทศ เพื่อรองรับการซื้อขายไฟฟ้าที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น

หนึ่งในแนวทางที่สามารถช่วยปลดล็อกศักยภาพของระบบไฟฟ้าไทยได้ คือ การเปิดทางให้เกิดการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้มากขึ้น ผ่าน Third Party Access หรือ Direct PPA เพื่อให้กำลังผลิตที่มีอยู่แล้ว โดยเฉพาะ Solar Rooftop, Solar Floating, Solar Farm และไฟฟ้าส่วนเกินในช่วงที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าต่ำ สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ นอกจากนี้การเปิดทางให้เกิด Independent Power Supply (IPS) จะเพิ่มทางเลือกให้กับภาคอุตสาหกรรม โดยผู้ประกอบการสามารถร่วมมือกับผู้พัฒนาพลังงานในการติดตั้ง Solar Rooftop หรือ Solar Floating และทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว เพื่อสร้างความแน่นอนทั้งด้านปริมาณไฟฟ้าและต้นทุน

อย่างไรก็ตาม โครงสร้างตลาดไฟฟ้าของไทยที่ยังอยู่ภายใต้ระบบ Single Buyer ทำให้การซื้อขายไฟฟ้าระหว่างเอกชนมีข้อจำกัด ขณะที่ Direct PPA ที่เปิดให้ดำเนินการยังเน้นพลังงานหมุนเวียนเป็นหลัก แต่ในทางปฏิบัติภาคอุตสาหกรรมยังต้องการไฟฟ้าฐานจากก๊าซธรรมชาติ ไบโอแก๊ส และเชื้อเพลิงรูปแบบอื่น เพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับระบบ อีกประเด็นที่มีผลต่อการลงทุนคือ การรักษากำลังผลิตของโรงไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะ IPP และ SPP ที่สามารถผลิตทั้งไฟฟ้าและไอน้ำให้กับลูกค้าอุตสาหกรรม ปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าที่เสนอให้พิจารณาต่ออายุประมาณ 22 แห่ง กำลังผลิตรวมประมาณ 3,000 เมกะวัตต์ การต่ออายุโรงไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพจะช่วยรักษาฐานกำลังผลิตเดิมและลดแรงกดดันในการจัดหาโรงไฟฟ้าใหม่ในระยะสั้น ขณะเดียวกันยังสร้างความมั่นใจให้กับผู้ลงทุนอุตสาหกรรม ในการเข้ามาตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บี.กริม โรงไฟฟ้า