เชียงใหม่เร่งแจง 19 โจทย์ ICOMOS ดันแผนแม่บทมรดกโลก
อิโคโมส ร้องขอข้อมูลเชียงใหม่เพิ่ม 19 รายการ ชี้เข้าสู่ขั้นตอนตรวจเอกสาร ไร้การลงพื้นที่ซ้ำ ด้าน “บวรเวท” เร่งสร้างความเข้าใจคนเมือง ดันแผนแม่บทมรดกโลก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาเมืองเจียงใหม่ จัดการบรรยายเรื่องการเสริมสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับมรดกทางวัฒนธรรม อนุสรณ์สถาน แหล่งต่างๆ และภูมิทัศน์วัฒนธรรมของเชียงใหม่ นครหลวงของล้านนา ณ ห้องประชุม 80 พรรษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม สถานศึกษา ในจังหวัดเชียงใหม่เข้าร่วมจำนวนมาก
นายบวรเวท รุ่งรุจี นายกสมาคมอิโคโมสไทย และประธานคณะทำงานขับเคลื่อนเชียงใหม่สู่มรดกโลก เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงความก้าวหน้าการผลักดันเชียงใหม่สู่เมืองมรดกโลก หลังศาสตราจารย์ ดร.ชาริฟ ชัมส์ อิมมอน (Prof. Dr. Sharif Shams Imon) ผู้เชี่ยวชาญจากสภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ (ICOMOS) ลงพื้นที่ตรวจประเมินเชิงลึก (Field Evaluation) เพื่อพิจารณา “เชียงใหม่” ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ ระหว่างวันที่ 3–8 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา

ล่าสุด ศาสตราจารย์ ดร.ชาริฟ ชัมส์ อิมมอน ได้ส่งหนังสือร้องขอเอกสารและข้อมูลเพิ่มเติมรวม 19 รายการ โดยเน้นย้ำประเด็นเชิงเทคนิคและภูมิสถาปัตยกรรม เช่น รูปตัดแนวตั้ง (Cross-section) ของโบราณสถานสำคัญอย่างวัดอุโมงค์ แผนผังควบคุมการก่อสร้างในเขตเมืองเก่า รวมถึงระบบการจัดการน้ำโบราณที่ไหลจากดอยสุเทพเข้าสู่คูเมือง ตลอดจนคำถามเชิงประวัติศาสตร์พัฒนาการของล้านนา ขณะที่ ICOMOS (International Council on Monuments and Sites) หรือ สภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ ได้ขอข้อมูลด้านวัฒนธรรมล้านนาในเชิงลึก และคำถามเกี่ยวกับ Buffer Zone หรือ เขตกันชน
“คำถามและข้อมูลที่ผู้เชี่ยวชาญศาสตราจารย์ ดร.ชาริฟ ชัมส์ อิมมอน รวมถึง ICOMOS ร้องขอมา มีไทม์ไลน์ที่จะต้องตอบข้อมูลให้ครบถ้วนภายในวันที่ 27 ตุลาคม 2569 นี้”

นายบวรเวท ระบุว่า ขั้นตอนหลังจากนี้จะไม่มีการส่งผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ประเมินเพิ่มเติมแล้ว แต่จะเป็นการพิจารณาผ่านเอกสารชี้แจงเป็นหลัก ความสำคัญจึงอยู่ที่การตอบคำถามเอกสารทั้ง 19 รายการให้มีความชัดเจนและสมบูรณ์ที่สุดเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ
นอกจากนี้ การจัดกิจกรรมเสริมสร้างความตระหนักรู้ในพื้นที่ในครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญในการสร้างความเข้าใจเรื่อง “วัฒนธรรมล้านนา” และหลักการมรดกโลก เช่น พื้นที่ไข่แดง (Core Zone), พื้นที่แนวกันชน (Buffer Zone) และคุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากล (OUV) ให้แก่ประชาชนชาวเชียงใหม่และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน แทนที่จะจำกัดอยู่เพียงกลุ่มนักวิชาการ เพื่อให้ทุกคนสามารถสื่อสารไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมเตรียมต่อยอดจัดทำ “แผนแม่บทมรดกโลกเมืองเชียงใหม่” เพื่อรองรับการบริหารจัดการเมืองอย่างยั่งยืนในอนาคต


