100 ปีกรมประมง ชูอุตสาหกรรม 2.23 แสนล้าน เปิดบ้านโชว์วิจัย-นวัตกรรม-สินค้าชุมชน
กรมประมงฉลองครบรอบ 100 ปี เปิดบ้านโชว์ผลงานวิจัย นวัตกรรม และสินค้าจากเกษตรกร-วิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศ ขณะที่ปี 2568 ไทยส่งออกสินค้าและผลิตภัณฑ์ประมงกว่า 1.67 ล้านตัน มูลค่า 223,145.21 ล้านบาท สะท้อนบทบาทภาคประมงในฐานะแหล่งอาหาร อาชีพ รายได้ และฐานเศรษฐกิจสำคัญ พร้อมเดินหน้าต่อยอดองค์ความรู้และยกระดับมาตรฐานเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน
นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานกล่าวแสดงความยินดี พร้อมมอบโล่รางวัลและประกาศนียบัตรแก่ผู้ทำคุณประโยชน์ด้านการประมง ในงาน “วันสถาปนากรมประมง ครบรอบปีที่ 100” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-22 กันยายน 2569 ว่า ภาคการประมงไทยยังเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจและการดำรงชีวิตของประชาชน ทั้งในฐานะแหล่งอาหาร แหล่งอาชีพ และแหล่งรายได้ รวมถึงเป็นภาคเศรษฐกิจที่สร้างมูลค่าให้ประเทศอย่างต่อเนื่อง
ในปี 2568 ประเทศไทยส่งออกสินค้าและผลิตภัณฑ์ประมงมากกว่า 1,670,857.78 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 223,145.21 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมโยงของภาคประมงกับวิถีชีวิตประชาชน เศรษฐกิจ และความมั่นคงทางอาหารของประเทศ
“การประมงไทยถือเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจและการดำรงชีวิตของประชาชนทั่วประเทศ โดยเป็นแหล่งอาหาร สร้างอาชีพ และรายได้ให้แก่ประชาชน ตลอดจนสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ” นายวัชระพลกล่าว
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมประมง มีภารกิจครอบคลุมตั้งแต่การบริหารจัดการทรัพยากร การส่งเสริมการผลิต การวิจัยและพัฒนา การยกระดับคุณภาพและมาตรฐานสินค้าประมง ตลอดจนการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืน
สำหรับการจัดงานครบรอบ 100 ปีครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ใต้ร่มพระบารมี 100 ปีกรมประมง ในน้ำมีปลา สร้างคุณค่าสู่ความมั่นคงทางอาหาร” เพื่อถ่ายทอดเส้นทางการทำงานและผลงานของกรมประมงตลอดระยะเวลา 1 ศตวรรษ พร้อมเปิดให้ประชาชนเห็นถึงบทบาทของกรมประมงต่อการสร้างความมั่นคงทางอาหารของประเทศ
นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ภายในงานมีทั้งนิทรรศการเรื่องราว 100 ปีกรมประมง ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พื้นที่ Open House และตลาดประมงกลางกรุง เพื่อให้ประชาชนได้เรียนรู้ภารกิจด้านการประมง รับชมผลงาน และเลือกซื้อสินค้าจากเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการจากทั่วประเทศ
ในช่วงบ่าย นายวัชระพลได้มอบโล่รางวัลและประกาศนียบัตรแก่ผู้ทำคุณประโยชน์ด้านการประมง ประจำปี 2569 จำนวน 3 ประเภท ได้แก่ โล่รางวัลเกษตรกรดีเด่นและสถาบันเกษตรกรดีเด่นด้านการประมง 15 รางวัล ประกาศนียบัตรอาสาสมัครประมงดีเด่น 6 ราย และรางวัลประมงธงเขียว 6 รางวัล
นอกจากนี้ ยังมีการมอบรางวัลและประกาศเกียรติคุณแก่บุคลากรกรมประมงและหน่วยงานด้านต่าง ๆ อีก 13 ประเภท รวมกว่า 200 รางวัล อาทิ รางวัลข้าราชการและพนักงานราชการดีเด่น รางวัลผลงานวิชาการโดดเด่น รางวัลประมงอำเภอขวัญใจประชาชน รางวัล DOF NEXT GEN INFLUENCER รางวัล PIPO ไปปั้น รางวัลศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออกที่เป็นเลิศ หรือ Ultimate PIPO รางวัลเลิศรัฐ และรางวัล Best Practice
ตลอดการจัดงาน 2 วัน มีกิจกรรมสำคัญ 3 โซน ได้แก่ โซนนิทรรศการบริเวณหลังอาคารจุฬาภรณ์ โซนตลาดประมงกลางกรุงบริเวณห้องประชุมอานนท์ และโซน Open House
สำหรับตลาดประมงกลางกรุง มีการรวบรวมกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เกษตรกรจากทั่วภูมิภาค รวมถึงภาคเอกชน มาจัดจำหน่ายสินค้าประมงที่สด สะอาด และได้มาตรฐาน เพื่อเปิดช่องทางตลาดและสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการ
ส่วนโซน Open House กรมประมงเปิดพื้นที่การเรียนรู้จากหน่วยงานต่าง ๆ รวม 4 แห่ง ให้ผู้สนใจได้สัมผัสการทำงานด้านการประมงในหลากหลายมิติ และสามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอดด้านการศึกษาและการประกอบอาชีพได้ต่อไป