เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
AIS ไตรมาส 3/2569 รายได้ 58,061 ล้านบาท กำไรสุทธิ 13,504 ล้านบาท
Tech AIS ไตรมาส 3/2569 รายได้ 58,061 ล้านบาท กำไรสุทธิ 13,504 ล้านบาท
อุดรฯ น้อมรับ กระแสวิจารณ์พืชสวนโลก เร่งแก้ 9 ปัญหา-แจงปมราคาต้นไม้
เศรษฐกิจภูมิภาค อุดรฯ น้อมรับ กระแสวิจารณ์พืชสวนโลก เร่งแก้ 9 ปัญหา-แจงปมราคาต้นไม้
ปอศ.อายัด 18 บัญชี “บุ๋ม ปนัดดา-สามี” ตรวจเส้นทางเงิน 102 ล้าน ปมมูลนิธิองค์กรทำดี
News ปอศ.อายัด 18 บัญชี “บุ๋ม ปนัดดา-สามี” ตรวจเส้นทางเงิน 102 ล้าน ปมมูลนิธิองค์กรทำดี
ราคาทองวันนี้ (6 พ.ย. 69) ร่วงลง 1,000 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (6 พ.ย. 69) ร่วงลง 1,000 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,050 บาท
เอกนิติ จ่อชง ครม. เคาะเกณฑ์จัดระเบียบ Data Center 10 พ.ย. นี้
Finance เอกนิติ จ่อชง ครม. เคาะเกณฑ์จัดระเบียบ Data Center 10 พ.ย. นี้
เปิดสูตรสู้ตลาดผันผวน บล.บัวหลวง แนะถือหุ้น 60% ชู ‘แบงก์-ไฟฟ้า-ปันผล’
Finance เปิดสูตรสู้ตลาดผันผวน บล.บัวหลวง แนะถือหุ้น 60% ชู ‘แบงก์-ไฟฟ้า-ปันผล’
“พาณิชย์” เปิดราคาสินค้าเกษตร ข้าว-ข้าวโพด-ยางยังดี จับตาต้นหอมพุ่ง 160 บาท
Economic “พาณิชย์” เปิดราคาสินค้าเกษตร ข้าว-ข้าวโพด-ยางยังดี จับตาต้นหอมพุ่ง 160 บาท
ภราดร ชี้ทำ ‘งบประมาณ 2571’ เน้นคุมรายจ่ายสิทธิสวัสดิการ-วินัยคลัง
Politics ภราดร ชี้ทำ ‘งบประมาณ 2571’ เน้นคุมรายจ่ายสิทธิสวัสดิการ-วินัยคลัง
3 บริษัทยาระดับโลก GSK-Roche-Bayer จับมือ สธ. ดึงลงทุน 5.6 พันล้าน
Economic 3 บริษัทยาระดับโลก GSK-Roche-Bayer จับมือ สธ. ดึงลงทุน 5.6 พันล้าน
‘หยวนต้า’ ชูหุ้นไต้หวันรับเมกะเทรนด์ AI เปิดทางลงทุน TSMC ผ่าน DR ‘TAIWAN19’
Finance ‘หยวนต้า’ ชูหุ้นไต้หวันรับเมกะเทรนด์ AI เปิดทางลงทุน TSMC ผ่าน DR ‘TAIWAN19’
ดูทั้งหมด

ห่วงสุญญากาศ กสทช. หวั่น 8 ล้านครัวเรือนจอดำ เร่งตั้งทีมเปลี่ยนผ่าน C-Band

21 ก.ย. 2569 | 19:54น.

สภาผู้บริโภค ถก กสทช.-สมาคมทีวีดิจิทัล รับมือแผนยกเลิกดาวเทียม C-Band จานดำตะแกรงใหญ่ นำคลื่นความถี่ 3700-4200 MHz ไปใช้ในกิจการโทรคมนาคมรองรับ 5G และ 6G ตามโรดแมปทีวีไทยปี 2569–2573 จี้ กสทช. และค่ายมือถือ AIS-True ตั้งคณะทำงานเยียวยา ป้องกันปัญหา “จอดำ” หวั่นกลุ่มเปราะบาง-คนพื้นที่ห่างไกลโดนทิ้ง ะต้องแบกภาระค่าเปลี่ยนอุปกรณ์เพียงลำพัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาผู้บริโภค หารือร่วมกับกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) 3 คน ได้แก่ พลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กสทช. ด้านกิจการกระจายเสียง ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต กสทช. ด้านกิจการโทรทัศน์ และรศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย กสทช. ด้านเศรษฐศาสตร์ รวมถึงสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย)

เพื่อหารือแนวทางแก้ปัญหาผู้บริโภคด้านกิจการโทรทัศน์และโทรคมนาคม ท่ามกลางความกังวลว่าปัญหาการประชุม กสทช. ที่ไม่สามารถเดินหน้าได้ตามปกติ อาจทำให้วาระสำคัญที่มีผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมากต้องล่าช้า โดยล่าสุดการประชุมบอร์ด กสทช. วันที่ 16 กันยายน 2569 ไม่ครบองค์ประชุมและถูกเลื่อนไปวันที่ 23 กันยายน 2569

หนึ่งในประเด็นเร่งด่วนคือ การเปลี่ยนผ่านการรับชมโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมระบบซีแบนด์ (C-Band) หรือ “จานดำตะแกรงใหญ่” เนื่องจากโรดแมปทีวีไทย พ.ศ. 2569 – 2573 มีแนวทางยุติการใช้ C-Band แบบ Direct-to-Home (DTH) หรือการส่งสัญญาณโทรทัศน์ตรงจากดาวเทียมสู่จานรับสัญญาณที่บ้าน โดยใช้คลื่นความถี่ C-Band ที่ใช้คลื่นความถี่ 3700-4200 กิกะเฮิรตซ์ (MHz) เพื่อนำคลื่นไปใช้กับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล (IMT) รองรับ 5G และ 6G ในอนาคต ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงการนำคลื่นจากกิจการโทรทัศน์ไปใช้ในกิจการโทรคมนาคม แต่มีผลกระทบต่อคนที่รับชมโทรทัศน์ผ่านระบบ C-Band ด้วย จึงต้องมีแผนรองรับผู้ชมเดิมอย่างเป็นระบบ

ข้อมูลจากการสำรวจของสำนักสถิติแห่งชาติ จัดทำในปี 2567 พบว่าช่องทางการรับชมโทรทัศน์ของประชาชนมีความหลากหลายมากขึ้น โดยคาดการณ์ในปี 2572 ว่า การรับชมผ่านอินเทอร์เน็ต เว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันอยู่ที่ 48.8% ทีวีดิจิทัลภาคพื้นดิน 32.5% ดาวเทียม 32.2% การส่งสัญญาณภาพและเสียงของรายการโทรทัศน์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (IPTV) 16.3% และเคเบิลทีวี 0.7% ทั้งนี้ ผู้ตอบสามารถรับชมได้มากกว่าหนึ่งช่องทาง ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงระบบดาวเทียมจึงเกี่ยวข้องกับฐานผู้ชมจำนวนมากกว่า 8 ล้านครัวเรือน ที่ต้องพิจารณาผลกระทบและแนวทางรองรับอย่างรอบด้าน

นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค กล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่สุดไม่ใช่เพียงว่าจะนำคลื่น C-Band ไปใช้ประโยชน์อย่างไร แต่คือ ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อประชาชนในช่วงเปลี่ยนผ่าน เพราะหากต้องเปลี่ยนจาก C-Band ไปสู่ Ku-Band หรือจานดำทึบอันเล็ก ซึ่งใช้ย่านความถี่คลื่นวิทยุในกลุ่มไมโครเวฟ ช่วงความถี่ประมาณ 10 – 18 กิกะเฮิรตซ์ (GHz) ผู้บริโภคบางส่วนอาจต้องเปลี่ยนอุปกรณ์หรือจานรับสัญญาณ โดยเฉพาะครัวเรือนในพื้นที่ห่างไกล ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบางที่ยังพึ่งพาโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเป็นช่องทางสำคัญในการเข้าถึงข่าวสาร

“เรื่องนี้กระทบประชาชนจำนวนมาก เราต้องตอบให้ได้ว่าใครจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนผ่าน ใครจะดูแลไม่ให้ประชาชนต้องจอดำ และจะทำอย่างไรให้คนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลยังเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้เหมือนเดิม ประเทศควรมีการออกแบบและวางแผนช่วงเปลี่ยนผ่านที่ชัดเจน ไม่ใช่ปล่อยให้ผู้บริโภคต้องรับภาระจากการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีเพียงฝ่ายเดียว” นางสาวสารีกล่าว

ตั้ง “คณะทำงานเปลี่ยนผ่าน C-Band”

นางสาวสารีเสนอให้ตั้ง “คณะทำงานเปลี่ยนผ่านการใช้ดาวเทียม C-Band” ภายใต้กลไกของสภาผู้บริโภค โดยเปิดให้หน่วยงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าร่วม ทั้งสำนักงาน กสทช. ผู้ให้บริการดาวเทียม ผู้ประกอบการโทรคมนาคม เช่น เอไอเอส (AIS) และทรู (True) ผู้ให้บริการจานดาวเทียม ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอลฯ ตัวแทนผู้ชม ผู้สูงอายุ กลุ่มเปราะบาง และองค์กรผู้บริโภค เพื่อรวบรวมข้อมูลจำนวนครัวเรือนที่จะได้รับผลกระทบให้ชัดเจน รวมถึงจัดทำข้อเสนอเรื่องรูปแบบการเปลี่ยนอุปกรณ์ การชดเชยเยียวยา แหล่งงบประมาณ ระยะเวลา และการสื่อสารกับประชาชน

แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับกรอบการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคที่เสนอในการหารือว่า การเข้าถึงโทรทัศน์ในอนาคตต้องมีหลักประกันอย่างน้อย 3 ด้าน คือ “มีให้ดู – หาแล้วเจอ – ดูได้จริง” โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านจาก C-Band ไปสู่ระบบอื่นต้องไม่ทิ้งประชาชนไว้ข้างหลัง ขณะเดียวกันต้องส่งเสริมสิทธิของคนพิการ ผู้ด้อยโอกาส และกลุ่มเปราะบางให้สามารถเข้าถึงสื่ออย่างเท่าเทียม

“สภาผู้บริโภคพร้อมทำงานร่วมกับ กสทช. สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอลฯ และทุกภาคส่วน เพื่อทำให้การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้เกิดขึ้นโดยยึดสิทธิของประชาชนเป็นศูนย์กลาง เพราะไม่ว่าเทคโนโลยีการรับชมจะเปลี่ยนไปอย่างไร ‘ข่าวต้องอ่านได้ ดูได้ และประชาชนต้องเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นได้โดยไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง’ การตัดสินใจเรื่อง C-Band จึงต้องมีทั้งข้อมูลผลกระทบที่ชัดเจน แผนเปลี่ยนผ่าน มาตรการเยียวยา และผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน ก่อนการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นจริง” นางสาวสารีกล่าว

ด้าน พลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กล่าวว่า ประเด็น C-Band เกี่ยวข้องกับทั้งผู้ประกอบการดาวเทียม กิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคม และประชาชนในฐานะผู้ได้รับผลกระทบ จึงจำเป็นต้องมีข้อมูลที่ชัดเจนว่ามีประชาชนจำนวนเท่าใดที่จะได้รับผลกระทบจริง รวมถึงต้องพิจารณากรอบการชดเชยเยียวยาและช่วงเวลาการจัดสรรคลื่นอย่างรอบคอบ โดยสำนักงาน กสทช. เคยเปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการยุติการใช้งาน C-Band 3700 – 4200 MHz และแนวทางกำกับดูแลช่วงเปลี่ยนผ่านมาก่อนแล้ว นอกจากประเด็น C-Band ทที่ต้องเร่งด่วนแล้ว อีกเรื่องหนึ่งที่ควรต้องเร่งไม่ต่างกันคือ คลื่นความถี่ทางด้านวิทยุสาธารณะ ที่จะหมกอายุพร้อมกันวันที่ 3 เมษายน 2570 หากไม่แร่งดำเนินการให้เร็ว ประชาชนก็จะฟังวิทยุสาธารณะไม่ได้อีก 200 กว่าสถานี

สำหรับสถานการณ์การทำงานของ กสทช. พลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ ระบุว่า ได้ดำเนินการในส่วนที่สามารถทำได้เพื่อผลักดันให้การประชุม กสทช. เดินหน้าต่อ เนื่องจากยังมีวาระสำคัญจำนวนมากรอการพิจารณา ก่อนหน้านี้กรรมการ กสทช. 3 คนได้เสนอให้มีการหารือระหว่างกรรมการที่เหลือเพื่อหาแนวทางขับเคลื่อนงานและวาระค้าง ขณะที่สถานะของประธาน กสทช. ยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลปกครอง โดยศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 ให้ศาลปกครองกลางรับคำฟ้อง

ดร.พิรงรอง รามสูต

“ทีวี” ต้องเป็นบริการพื้นฐาน ไม่เพิ่มภาระประชาชน

ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต ระบุว่า โรดแมปทีวีไทย พ.ศ. 2569 – 2573 ไม่ใช่เพียงเรื่องของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะในช่วงที่พฤติกรรมการรับชมกำลังเปลี่ยนจากโทรทัศน์ภาคพื้นดินและดาวเทียมไปสู่บริการผ่านอินเทอร์เน็ตมากขึ้น ขณะที่การรับชมผ่านระบบออนไลน์ทำให้ประชาชนต้องมีค่าใช้จ่ายทั้งอุปกรณ์ อินเทอร์เน็ต และในบางกรณีมีค่าสมาชิกแพลตฟอร์มเพิ่มเติม

แนวทางในอนาคตจึงควรรักษา ฟรีทีวีในฐานะพื้นที่สาธารณะและโครงข่ายความปลอดภัยด้านข้อมูลข่าวสาร (information safety net) ให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงได้ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ คนพิการ และกลุ่มเปราะบาง ซึ่งจะเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับผลกระทบหากช่องทางฟรีทีวีลดลงหรือถูกแทนที่ด้วยบริการที่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

ขณะเดียวกันโรดแมป ยังเสนอการพัฒนา แพลตฟอร์มสตรีมมิงกลางของประเทศ (National Streaming Platform) รวมถึงระบบ HbbTV หรือระบบที่ผสมผสานสัญญาณโทรทัศน์ดิจิทัลภาคพื้นดินเข้ากับระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เพื่อให้ประชาชนสามารถรับชมฟรีทีวีทั้งแบบสดและย้อนหลังผ่านช่องทางที่หลากหลาย ตลอดจนเสนอให้การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์เป็นส่วนหนึ่งของบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม (USO) เพื่อไม่ให้การเปลี่ยนผ่านสู่การรับชมออนไลน์กลายเป็นภาระใหม่ของประชาชน