AIS ไตรมาส 3/2569 รายได้ 58,061 ล้านบาท กำไรสุทธิ 13,504 ล้านบาท
AIS รายงานผลประกอบการไตรมาส 3/2569 มีรายได้ 58,061 ล้านบาท กำไรสุทธิ 13,504 ล้านบาท จำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 47.2 ล้านเลขหมาย เพิ่มขึ้น 52,800 เลขหมายจากไตรมาสก่อนหน้า ย้ำเดินหน้าลงทุนตามกรอบงบประมาณ 30,000–35,000 ล้านบาท ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะ
รายงานข่าวจาก บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (AIS) เปิดเผยว่า ณ ไตรมาส 3/2569 บริษัทมีรายได้ 58,061 ล้านบาท กำไรสุทธิ 13,504 ล้านบาท โดยยังคงรักษาทิศทางการดำเนินงานตามเป้าหมาย จากการบริหารจัดการฐานลูกค้าเดิมอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการรักษาคุณภาพโครงข่ายและยกระดับประสบการณ์การใช้บริการ เพื่อสร้างความพึงพอใจและความผูกพันกับลูกค้าในระยะยาว
พร้อมต่อยอดการเติบโตตามยุทธศาสตร์สู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะ (Intelligent Infrastructure) ครอบคลุมธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ตบ้าน การสนับสนุนภาคธุรกิจไทยสู่ AI Transformation ตลอดจนการขยายบริการดิจิทัลไลฟ์สไตล์ผ่านธุรกิจค้าปลีก ความบันเทิง และบริการทางการเงินดิจิทัล เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ มีผู้ใช้บริการรวม 47.2 ล้านเลขหมาย เพิ่มขึ้นสุทธิ 52,800 เลขหมายจากไตรมาส 2/2569 โดยผู้ใช้บริการระบบรายเดือนเพิ่มขึ้น 159,500 เลขหมาย จากความต้องการบริการเชื่อมต่อสื่อสารและการรักษาฐานลูกค้าอย่างมีคุณภาพ AIS ยังคงให้ความสำคัญกับความเข้มงวดในการยืนยันตัวตนเพื่อเปิดเลขหมายใหม่ เพื่อความปลอดภัยในการใช้งานของลูกค้าและป้องกันการนำเลขหมายไปใช้โดยมิจฉาชีพออนไลน์ ทั้งนี้ รายได้ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่เติบโต 4.4% จากไตรมาส 3/2568
ขณะเดียวกัน AIS เดินหน้าขยายพื้นที่ให้บริการ AIS 5G-ADVANCED ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการ 100% ทั่วกรุงเทพมหานคร ปักหมุดกรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวงแห่งแรกของโลกที่มีบริการด้านการอัพโหลดครอบคลุมทั้งเมือง พร้อมขยายสู่พื้นที่อำเภอเมืองครบทั้ง 77 จังหวัด ด้วยมาตรฐานเครือข่ายใหม่ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ผสาน AI เข้ากับเทคโนโลยีการรวมคลื่นความถี่ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรับส่งข้อมูล ให้ดาวน์โหลดเร็วขึ้นสูงสุด 1.5 เท่า และอัพโหลดเร็วขึ้นสูงสุด 2 เท่า รองรับการใช้งานดิจิทัลที่หลากหลาย ทั้ง AI การสร้างคอนเทนต์ และการถ่ายทอดสด
ธุรกิจเน็ตบ้าน AIS 3BB FIBRE3 มีผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์รวม 5.4 ล้านราย เพิ่มขึ้น 45,500 รายจากไตรมาส 2/2569 โดยมีรายได้เติบโต 5.5% จากการขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ผ่านการนำเสนอแพ็กเกจที่มีความคุ้มค่า ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ยังคงระมัดระวังการใช้จ่าย ควบคู่กับการพัฒนาสินค้าและบริการด้าน Smart Living รวมถึงแพ็กเกจที่ผสานบริการอินเทอร์เน็ตบ้านเข้ากับความบันเทิง อาทิ แพ็คเกจ PLAY ALL เพื่อสร้างประสบการณ์ดิจิทัลที่มากกว่าการเชื่อมต่อภายในบ้าน
ธุรกิจบริการลูกค้าองค์กร มีความต้องการใช้บริการโครงข่ายเชื่อมต่อข้อมูล คลาวด์ และดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่มขึ้น ทั้งจากองค์กรธุรกิจไทยและผู้ให้บริการจากต่างประเทศที่เข้ามาสร้างฐานในประเทศไทย เพื่อรองรับการเป็นศูนย์กลางดิจิทัลของภูมิภาค โดย AIS มุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและโซลูชั่นที่สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ AI Transformation พร้อมรองรับความต้องการด้านดิจิทัลขององค์กร การลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก และการเติบโตของอุตสาหกรรม AI ในประเทศไทย
ธุรกิจค้าปลีก เติบโต 16% จากไตรมาส 2/2569 จากความต้องการสมาร์ตโฟนระดับพรีเมียมที่ยังคงแข็งแกร่ง ทั้ง iPhone 18 series และสมาร์ทโฟน Android ระดับพรีเมียม ควบคู่กับคุณภาพการให้บริการและคำแนะนำจากทีมผู้เชี่ยวชาญ “AIS PRO” รวมถึงการนำเสนอสินค้าที่หลากหลาย อาทิ อุปกรณ์เสริมภายใต้แบรนด์ LINK UP เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า
พร้อมยกระดับประสบการณ์การซื้อสินค้าผ่านช่องทาง Omnichannel และบริการ Fast Delivery ที่จัดส่งสินค้าได้ภายใน 3 ชั่วโมงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดย AIS ยังเพิ่มทางเลือกการชำระเงินที่หลากหลายและยืดหยุ่น โดยร่วมมือกับ CLICX ให้บริการสินเชื่อพร้อมใช้สำหรับซื้ออุปกรณ์ที่ AIS เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงอุปกรณ์ดิจิทัลของลูกค้า
ธุรกิจความบันเทิง ได้รับปัจจัยหนุนจากกระแสความนิยมกีฬาในช่วงเอเชียนเกมส์ พร้อมเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งของ Content Ecosystem ให้ครอบคลุมทั้งกีฬาและความบันเทิง ผ่านแพ็กเกจ PLAY ALL ที่รวบรวมคอนเทนต์กีฬาระดับโลก อาทิ ฟุตบอลบุนเดสลีกา NBA, NFL, ATP, LPGA และ Premier Sports และ PLAY PREMIUM PLUS ที่รวมความบันเทิงจากแพลตฟอร์ม OTT ชั้นนำ
ขณะเดียวกันยังขยายความร่วมมือด้านคอนเทนต์กีฬากับ UC3 เพื่อถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลรายการของ UEFA เป็นเวลา 4 ปี อีกทั้งยังต่อยอดบริการซีรีส์แนวตั้งผ่าน ReelShort และ DramaBox โดยนำเสนอร่วมกับบริการอินเทอร์เน็ต เพื่อเพิ่มการเข้าถึง ตอบโจทย์ผู้ชมด้วยคอนเทนต์ที่หลากหลายและครบวงจร
ธุรกิจการเงินดิจิทัล เดินหน้าขับเคลื่อนการเติบโตผ่านการทำงานร่วมกันแบบ Ecosystem โดยเชื่อมโยงบริการทางการเงินเข้ากับธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ เพื่อสร้างข้อเสนอที่ตอบโจทย์ลูกค้าในแต่ละไลฟ์สไตล์ เชื่อมโยงการทำงานร่วมกันระหว่าง AIS, CLICX และพันธมิตร เพื่อพัฒนาบริการและแคมเปญที่สอดคล้องกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน อาทิ การจอง iPhone 18 การชำระค่าบริการ และการเติมเงิน พร้อมเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าเข้าถึงบริการทางการเงินและอุปกรณ์ดิจิทัลได้สะดวกยิ่งขึ้น
ด้านกำไรสุทธิและ EBITDA หรือกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย เติบโตจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นและการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเหมาะสม โดย EBITDA เติบโต 4.5% สูงกว่ากรอบเป้าหมายการเติบโตที่ 2–4% สะท้อนการดำเนินงานที่มุ่งเน้นคุณภาพของธุรกิจ ควบคู่กับการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับปี 2569 AIS เดินหน้าลงทุนตามกรอบงบประมาณ 30,000–35,000 ล้านบาท เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะ ทั้งโครงข่าย 5G อินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วสูง รองรับการพัฒนาเทคโนโลยีและบริการดิจิทัลในอนาคต ตลอดจนเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลไทยอย่างยั่งยืน