ปรีดี ฝากถึง สส. ห่วงอนาคตของชาติ
คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ
ผู้เขียน : ณัฐวุฒิ ประชาชาติ
ปมฮั้ว สว.ที่ฝ่ายสีนํ้าเงินตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาหลัก ไม่เพียงแค่ฉุดพรรคภูมิใจไทย แต่ยังลามไปถึงภาพของรัฐบาล
แต่เมื่อแกะประวัติศาสตร์ของ สว.ชุดปัจจุบัน เป็นชุดที่ 13 นับจาก สว.ชุดที่ 1 ที่เริ่มต้นจากรัฐธรรมนูญ 2489 ห่างกัน 78 ปี ซึ่งเดิมเรียกว่า “พฤฒสภา” มีหน้าที่เป็นสภาที่คอยตรวจสอบ กลั่นกรอง ให้คำแนะนำ ปรึกษา และยับยั้งการใช้อำนาจหน้าที่ของสภาผู้แทนฯ โดยเฉพาะในด้านนิติบัญญัติ และควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรี
รัฐธรรมนูญ 2489 ที่ “ปรีดี พนมยงค์” นายกรัฐมนตรีในเวลานั้นระบุว่า พัฒนาขึ้นจากรัฐธรรมนูญ 2475 ฉบับคณะราษฎร ได้เปลี่ยน สส.ประเภท 2 ที่มาจากการแต่งตั้งให้เป็น “พฤฒสภา”
และในวันที่ 7 พฤษภาคม 2489 ปรีดีได้กล่าวสุนทรพจน์ในสภาผู้แทนราษฎร ในวาระที่การประชุมของสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2475 จะได้สิ้นสุด ซึ่งเป็นการสิ้นสุดของ สส.ประเภท 2 และเข้าสู่จุดเริ่มต้นของระบบสองสภา
ปรีดีได้ซักซ้อมความเข้าใจถึงหลักประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งคณะราษฎรได้ขอพระราชทานมาจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯ ตอนหนึ่งว่า
…ระบอบประชาธิปไตยอันมีระเบียบตามกฎหมายและศีลธรรม และความซื่อสัตย์สุจริต ไม่ใช่ประชาธิปไตยอันไม่มีระเบียบ หรือ ประชาธิปไตยที่ไร้ศีลธรรม เช่น การใช้เสรีภาพอันมีแต่จะให้เกิดความปั่นป่วน ความไม่สงบเรียบร้อย ความเสื่อมศีลธรรม ระบอบชนิดนี้เรียกว่าอนาธิปไตย หาใช่ประชาธิปไตยไม่
ขอให้ระวัง อย่าปนประชาธิปไตยกับอนาธิปไตย อนาธิปไตยเป็นภัยอย่างใหญ่หลวงแก่สังคมและประเทศชาติ ระบอบประชาธิปไตยจะมั่นคงอยู่ได้ต้องประกอบด้วย กฎหมาย ศีลธรรม และความซื่อสัตย์สุจริต หรือในบางครั้งในโบราณกาลเรียกว่าการปกครองโดยสามัคคีธรรม
การใช้สิทธิโดยไม่มีขอบเขตใต้กฎหมายหรือศีลธรรม หรือใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ไม่ใช่หลักของประชาธิปไตย ไม่ใช่หลักซึ่งคณะราษฎรขอพระราชทานรัฐธรรมนูญ และพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯ พระราชทานรัฐธรรมนูญให้แก่ประชาชนชาวไทยนั้น ไม่มีพระราชประสงค์ให้เป็นอนาธิปไตย
ข้าพเจ้าหวังว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหลายคงจะใช้สิทธิของท่านด้วยความบริสุทธิ์ใจ และอาศัยกฎหมายและศีลธรรมความสุจริตเป็นหลัก ไม่ช่วยกันส่งเสริมให้มีระบอบอนาธิปไตย
“ข้าพเจ้าขอฝากความคิดไว้ต่อท่านผู้แทนราษฎรทั้งหลาย โดยเป็นห่วงถึงอนาคตของชาติ”
ข้าพเจ้าปรารถนาที่จะได้เห็นประเทศชาติปลอดจากระบอบเผด็จการและปลอดจากระบอบอนาธิปไตย คงมีแค่ระบอบประชาธิปไตยอันพรั่งพร้อมไปด้วยความสามัคคีธรรม ระบอบประชาธิปไตยโดยพรั่งพร้อมไปด้วยสามัคคีธรรมนี้เป็นวัตถุประสงค์ของคณะราษฎรที่ขอพระราชทานรัฐธรรมนูญ และเป็นพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานรัฐธรรมนูญ
ตัดภาพกลับมาสถานการณ์วุ่น ๆ ในสภาวันนี้ ควรตั้งคำถามว่าห่วงอนาคตของชาติ หรือของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง