33 ปี ‘พัทยามาราธอน’ จากงานวิ่งสู่ ‘ประเพณีของเมือง’ 26-27 กันยายนนี้
33 ปี “พัทยามาราธอน” เมื่อทั้งเมืองร่วมกันวิ่ง สร้างเศรษฐกิจ และสานตำนานของพัทยา นักวิ่งกว่า 21,727 คน จาก 58 ประเทศ ผู้ติดตาม 19,993 คน เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครกว่า 4,500 คน กับเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 288 ล้านบาท ตัวเลขนี้สะท้อนว่า “Amazing Thailand Pattaya Marathon 2026 presented by MAMA” ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันวิ่ง แต่คือมหกรรมของเมืองที่คนพัทยาทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างมายาวนานถึง 33 ปี
จากการแข่งขันวิ่งรายการหนึ่งในอดีต วันนี้ “พัทยามาราธอน” เติบโตขึ้นจนกลายเป็นหนึ่งในมหกรรมกีฬามวลชนที่สำคัญที่สุดของภาคตะวันออก และกำลังก้าวไปสู่เป้าหมายที่ใหญ่กว่าเดิม นั่นคือการเป็นหนึ่งในมาราธอนระดับนานาชาติที่นักวิ่งทั่วโลกต้องการเดินทางมาสัมผัสสักครั้ง

33 ปี จากงานวิ่งสู่ “ประเพณีของเมือง” วันที่ 26-27 กันยายนนี้
นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี มองว่าพัทยามาราธอนไม่ได้มีสถานะเป็นเพียงการแข่งขันกีฬาอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของปฏิทินประจำปีของจังหวัดชลบุรี ไม่ต่างจากเทศกาลสำคัญของเมือง
ปี 2569 จึงเป็นอีกก้าวสำคัญ ทันทีที่เปิดรับสมัคร นักวิ่งแห่เข้าสู่ระบบจนโควตาทั้งหมดถูกจับจองครบภายในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง สร้างสถิติผู้สมัครสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ 33 ปีของการแข่งขันตัวเลขสุดท้ายอยู่ที่ 21,727 คน จาก 58 ประเทศ แบ่งเป็นนักวิ่งชาย 13,470 คน และนักวิ่งหญิง 8,257 คนเมื่อรวมผู้ติดตาม ครอบครัว และผู้ร่วมงาน จำนวนคนที่จะเดินทางเข้าสู่เมืองพัทยาจากกิจกรรมนี้อยู่ที่ประมาณ 39,323 คน เกือบสี่หมื่นชีวิตที่จะเข้ามาอยู่ในเมืองเดียวกันในช่วงสุดสัปดาห์เดียว ตัวเลขนี้จึงมีความหมายมากกว่า “จำนวนผู้สมัคร”
เพราะทุกคนต้องเดินทาง ต้องพัก ต้องรับประทานอาหาร ต้องใช้บริการขนส่ง ต้องจับจ่ายซื้อสินค้า และจำนวนไม่น้อยจะใช้โอกาสนี้ท่องเที่ยวต่อก่อนหรือหลังวันแข่งขัน
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยประเมินว่า Amazing Thailand Pattaya Marathon 2026 presented by MAMA จะสร้างรายได้ทั้งทางตรงและทางอ้อมให้แก่เมืองพัทยาและจังหวัดชลบุรีมากกว่า 288 ล้านบาท นั่นหมายความว่า ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่วัน เงินจำนวนมหาศาลจะถูกกระจายออกไปสู่ระบบเศรษฐกิจของเมืองและยิ่งมีความหมายมากขึ้น เมื่อกิจกรรมขนาดใหญ่นี้เข้ามาช่วยเติมการเดินทางและการใช้จ่ายในช่วงที่ภาคการท่องเที่ยวต้องการแรงกระตุ้นจากกิจกรรมนอกฤดูกาลท่องเที่ยวหลัก
นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา จึงขอความร่วมมือจากประชาชนในการร่วมกันทำหน้าที่เจ้าภาพ ต้อนรับนักวิ่งกว่า 20,000 คน และผู้ติดตามอีกจำนวนมากที่จะเดินทางมาจากทั่วประเทศและ 58 ประเทศทั่วโลก
เพราะสุดท้ายแล้วชื่อเสียงที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นของผู้จัดงานเพียงฝ่ายเดียว เมื่อภาพนักวิ่งจากนานาชาติวิ่งผ่านชายหาดพัทยาถูกเผยแพร่ออกไป เมื่อผู้เข้าร่วมกลับไปเล่าถึงประสบการณ์ที่ได้รับ เมื่อโรงแรม ร้านอาหารและธุรกิจในเมืองมีรายได้เพิ่มขึ้น และเมื่อพัทยาถูกกล่าวถึงในฐานะเมืองที่สามารถรองรับมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติได้อย่างมีมาตรฐานผู้ที่ได้รับประโยชน์ในระยะยาวก็คือ “เมืองพัทยา” และผู้คนที่อยู่ในเมืองนี้
นี่ คือโจทย์สำคัญของพัทยามาราธอนในปีที่ 33 ไม่ใช่เพียงทำอย่างไรให้การแข่งขันจบลงอย่างเรียบร้อย แต่ทำอย่างไรให้คนในพื้นที่ นักวิ่ง นักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ และหน่วยงานต่าง ๆ รู้สึกว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของงานเดียวกัน