SET แกว่งในกรอบ 1,597-1,625 จุด จับตาเจรจาสหรัฐ-จีน ชู PTT-KBANK เด่น
บล.กรุงศรี คาดตลาดหุ้นไทยวันนี้ แกว่งตัวในกรอบ 1,597-1,625 จุด รับแรงกดดันน้ำมันดิบกลับมายืน 102-103 ดอลลาร์ จับตาผู้นำสหรัฐ-จีนหารือประเด็นการค้า-AI ชู PTT-KBANK-AMATA เด่น
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) คาดตลาดหุ้นไทยวันนี้ (24 ก.ย.) แกว่งตัวในกรอบ แนวต้านที่ 1,620-1,625 จุด ขณะที่แนวรับอยู่ที่ 1,597-1,601 จุด ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่เป็นลบเล็กน้อย หลังราคาน้ำมันดิบพลิกกลับขึ้นมาอยู่บริเวณ 102-103 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากวันก่อนหน้าที่หลุดระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ปัจจัยกดดันส่วนหนึ่งมาจากท่าทีแข็งกร้าวของประธานาธิบดีอิหร่านในการกล่าวสุนทรพจน์บนเวทีสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ขณะที่ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (Flash PMI) ภาคการผลิตและบริการของสหรัฐ เดือน ก.ย. ออกมาสูงกว่าคาดและเร่งตัวขึ้น สะท้อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ยังแข็งแกร่ง รวมถึงวงจรการลงทุนด้าน AI ที่ยังมีแรงส่ง
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจที่แข็งแกร่งกว่าคาดอาจมาพร้อมความเสี่ยงเงินเฟ้อระลอกใหม่ ทำให้ตลาดระยะสั้นมีโอกาสปรับมุมมองต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ย และต้องติดตามข้อมูลเศรษฐกิจจริงที่จะทยอยประกาศในระยะต่อไป
ด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับขึ้นมากกว่าพันธบัตรอายุ 2 ปี ซึ่งสะท้อนว่าตลาดยังให้น้ำหนักเชิงบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐในอีกด้านหนึ่ง
สำหรับปัจจัยสำคัญวันนี้ ตลาดจับตาการพบกันระหว่างผู้นำสหรัฐและจีน โดยเฉพาะประเด็นสงคราม การค้า AI และภูมิรัฐศาสตร์ โดย บล.กรุงศรี คาดว่าอาจเห็นพัฒนาการเชิงบวกด้านการค้าบางส่วน ซึ่งช่วยหนุนเศรษฐกิจได้เล็กน้อย ส่วนประเด็นอื่นยังไม่น่าจะได้ข้อสรุปชัดเจน เนื่องจากการแข่งขันระหว่างสองประเทศยังมีแนวโน้มดำเนินต่อไป
ส่วนปัจจัยในประเทศ ไทยอยู่ระหว่างเดินหน้าจัดทำร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล รวมถึงหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ Data Center ซึ่งคาดว่าจะเห็นความชัดเจนเพิ่มเติมในช่วงเดือน ก.ย.-ต.ค. 2569
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำหุ้นธีม Global Plays รับภาพเศรษฐกิจโลกที่ยังแข็งแกร่ง ได้แก่ กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี PTT, TOP, PTTGC และ IVLมกลุ่มอาหาร TU และ ITC ส่วนกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เน้นตั้งรับ DELTA และ HANA
ขณะที่ธีมการลงทุนและโครงสร้างพื้นฐาน แนะนำกลุ่มธนาคาร KBANK, KTB และ BBL กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม AMATA และ WHA ซึ่งคาดว่าจะได้แรงหนุนจากความต้องการที่ดินในพื้นที่ที่มีสาธารณูปโภคพร้อมรองรับ Data Center กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง STECON และ PYLON รวมถึงหุ้นโรงไฟฟ้าเชิงตั้งรับ GULF, GPSC และ GUNKUL