94 สถานประกอบ x บัญชี DPU เปิดตัว คลินิกบัญชี-ภาษี ฟรีแก่สังคม
คณะการบัญชี DPU ผนึกกำลัง 94 สถานประกอบการพันธมิตร ลงนาม MOU-CWIE มุ่งผลิต “นักบัญชีดิจิทัล” พร้อมเปิดตัวห้อง “ACC & TAX CLUB” บริการคำปรึกษาภาษี-บัญชีฟรีแก่สังคม
คณะการบัญชี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จัดพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) สหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน (CWIE) ร่วมกับ สมาคมสำนักงานบัญชีไทย (TAFA), สมาคมผู้สอบบัญชีภาษีอากรแห่งประเทศไทย (TA), สหกรณ์ออมทรัพย์ข้าราชการกรมสรรพากร จำกัด และสถานประกอบการพันธมิตรชั้นนำกว่า 94 แห่ง เพื่อยกระดับสมรรถนะนักศึกษาสู่นักบัญชีดิจิทัลมืออาชีพ พร้อมเปิดตัวห้อง “ACC & TAX CLUB” ร่วมกับสมาคมสำนักงานบัญชีไทย เพื่อให้บริการคำปรึกษาด้านบัญชีและภาษีฟรีแก่ผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไป เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 ณ ห้องประชุมสนม สุทธิพิทักษ์
สำหรับบรรยากาศในพิธีคลาคล่ำไปด้วยผู้บริหาร คณาจารย์ นักวิชาชีพบัญชี และพันธมิตรสถานประกอบการ สะท้อนถึงพลังความร่วมมืออันแนบแน่น นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อริสรา ยิ่งยง คณบดีคณะการบัญชี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ร่วมต้อนรับผู้แทนจากสถานประกอบการพันธมิตรและทำพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ พร้อมเสนอยุทธศาสตร์การเชื่อมโยงภาคการศึกษากับภาคธุรกิจเพื่อสร้างนักบัญชีรุ่นใหม่
โดยการผนึกกำลังกับสถานประกอบการชั้นนำกว่า 94 แห่งในครั้งนี้ ถือเป็นมิติใหม่ของการจัดการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน (CWIE) ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ลงพื้นที่ฝึกปฏิบัติงานจริงเป็นเวลา 6 ถึง 8 เดือนเต็ม ซึ่งไม่เพียงช่วยเพิ่มอัตราการได้รับการบรรจุเข้าทำงานสูงกว่าร้อยละ 90 แต่ยังเป็นเวทีบ่มเพาะทักษะดิจิทัลและจริยธรรมวิชาชีพที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงานได้อย่างตรงจุด
“ความร่วมมือลักษณะนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากปราศจากการให้ใจระหว่างภาคการศึกษากับภาคเอกชน” ผศ.ดร.อริสรา กล่าวตอกย้ำถึงหัวใจสำคัญของการทำงานร่วมกัน “เพราะถ้าสถาบันการศึกษาขับเคลื่อนอยู่ฝ่ายเดียวโดยไม่เข้าใจความต้องการจริงในหน้างาน เราย่อมไม่สามารถสร้างบุคลากรที่พร้อมทำงานได้ทันที การมีพันธมิตรเกือบร้อยแห่งมาร่วมเดินทางไปด้วยกัน จึงเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่ทำให้เราผลิตนักบัญชีที่รอบรู้ทั้งธุรกิจและเท่าทันเทคโนโลยีได้อย่างแท้จริง”

ขณะที่ อาจารย์วิศิษฏ์ศรี จินตนา อดีตรองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้กล่าวแสดงความยินดีต่อความร่วมมือระหว่างคณะการบัญชี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และสถานประกอบการพันธมิตรทุกแห่งในครั้งนี้ พร้อมทั้งชื่นชมวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยในการมุ่งมั่นพัฒนาวิชาชีพบัญชีอย่างต่อเนื่อง
“ขอแสดงความยินดีและชื่นชมความร่วมมือที่เกิดขึ้นในครั้งนี้อย่างยิ่ง เพราะการบ่มเพาะนักบัญชีคุณภาพออกสู่สังคมไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ต้องเกิดจากความร่วมมืออันเข้มแข็งระหว่างมหาวิทยาลัยและภาคธุรกิจ ซึ่งการเรียนการสอนยุคใหม่ต้องฝึกให้นักศึกษามีทักษะการตั้งคำถามเชิงลึกและใช้ AI ค้นหาและประมวลผลข้อมูลได้อย่างชาญฉลาด โดยเน้นย้ำให้มนุษย์เป็นผู้ทรงอิทธิพลและเป็นผู้ตัดสินใจในขั้นตอนสุดท้ายเสมอ”
เพื่อขยายภาพการนำวิสัยทัศน์ดังกล่าวมาสู่การปฏิบัติจริงในห้องเรียนและหน้างาน ดร.เปรมารัช วิลาลัย รองคณบดีคณะการบัญชี ยังได้อธิบายถึงโครงสร้างความเข้มแข็งของระบบ CWIE ว่า เกิดจากโมเดลการเรียนรู้เชิงปฏิบัติที่ให้นักศึกษาหลักสูตร 4 ปี เรียนภาคทฤษฎี 3 ปี และลงพื้นที่ฝึกปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการเป็นเวลา 8 เดือนเต็ม เพื่อสะสมประสบการณ์ระดับมืออาชีพก่อนสำเร็จการศึกษา
ควบคู่ไปกับการวางระบบดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมคณาจารย์นิเทศก์ที่ลงพื้นที่ติดตามผล ณ สถานประกอบการจริง เพื่อร่วมมือกับพี่เลี้ยงในภาคธุรกิจในการประเมินและช่วยแก้ไขปัญหาหน้างานอย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้บัณฑิตของคณะมีอัตราการได้งานทำทันทีหลังจบการฝึกปฏิบัติงานสูงกว่าร้อยละ 90 สะท้อนถึงมาตรฐานทางวิชาการและทักษะวิชาชีพที่ได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรม
สอดรับกับกิจกรรมทางวิชาการภายในงาน ที่ยังจัดให้มีการบรรยายพิเศษโดย อาจารย์พรรณี วรวุฒิจงสถิต ผู้เชี่ยวชาญระดับสูงด้านการบัญชีและภาษีอากร มาถ่ายทอดความรู้เชิงลึก เพื่อยกระดับนักบัญชีจากการเป็นเพียง “ผู้จดบันทึก” สู่การเป็น “ที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์” ที่ช่วยพาองค์กรเดินหน้าได้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงอย่างปลอดภัย โดยเน้นการตรวจสอบผลลัพธ์กับเอกสารจริงเสมอ การเตรียมระบบ e-Tax Invoice และ e-Receipt ภายในปี 2570 การทำบัญชีชุดเดียว การปฏิบัติตามมาตรฐาน ESG (IFRS S1/S2) การวางระบบควบคุมภายใน COSO/ERM ตลอดจนการยึดมั่นในจรรยาบรรณวิชาชีพ กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) กฎหมายแรงงาน และ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เพื่อป้องกันการให้สินบนเจ้าหน้าที่รัฐ และยังร่วมสร้างความน่าเชื่อถือและความยั่งยืนให้แก่ระบบเศรษฐกิจประเทศไทย

“ACC & TAX CLUB” คลินิกบัญชี-ภาษี ให้บริการฟรีเพื่อสังคม
พร้อมพื้นที่เรียนรู้เคสจริงของนักศึกษา
นอกเหนือจากการพัฒนาบัณฑิต ในโอกาสนี้คณะการบัญชี DPU ยังได้เปิดตัวโครงการและห้อง “ACC & TAX CLUB” ซึ่งเป็นความร่วมมือกับสมาคมสำนักงานบัญชีไทย เพื่อให้บริการคำปรึกษาด้านบัญชี ภาษีอากร และกฎหมายธุรกิจ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ แก่ นักศึกษา ศิษย์เก่า เครือข่ายพันธมิตร ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป พร้อมทั้งเป็นพื้นที่ให้นักศึกษาได้เรียนรู้และฝึกแก้ปัญหาจากเคสธุรกิจจริง เพื่อลดข้อผิดพลาดทางการเงินและเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ภาคธุรกิจอย่างยั่งยืน
“โครงการนี้เกิดจากการสังเกตความต้องการจริงของนักศึกษา ศิษย์เก่า และผู้ประกอบการ ซึ่งจำนวนมากเป็นเจ้าของสำนักงานบัญชีหรือเจ้าของกิจการที่เข้ามาเรียนปริญญาตรีใบที่สอง แล้วพบปัญหาเชิงปฏิบัติด้านบัญชีและภาษี คณะฯ จึงจับมือกับสมาคมสำนักงานบัญชีไทยที่มีเครือข่ายสมาชิกสำนักงานบัญชีมากกว่า 120 บริษัท เพื่อจัดตั้งพื้นที่แห่งนี้ขึ้นมาเป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทั้งยังเป็นพื้นที่เรียนรู้ของนักศึกษาสหกิจศึกษา DPU โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมฯ และอาจารย์ประจำคณะร่วมเป็นโค้ชให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด ทั้งการปูพื้นฐานจัดทำบัญชี การวางระบบบัญชีดิจิทัล ตลอดจนขั้นตอนการจัดตั้งบริษัท เพื่อเปลี่ยนทฤษฎีในห้องเรียนให้กลายเป็นทักษะการปฏิบัติงานจริงก่อนทำงาน” ดร.อรัญญา นาคหล่อ รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา คณะการบัญชี DPU และผู้จัดการสถาบันพัฒนานักวิชาชีพบัญชี (IPAD) ระบุ
สำหรับขั้นตอนการให้บริการ ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนระบุประเภทปัญหาผ่านระบบจองคิวออนไลน์บนเว็บไซต์คณะการบัญชี DPU (www.dpu.ac.th/th/faculty-of-accountancy) โดยทีมงานจะทำการ Matching และนัดหมายกับโค้ชจากสมาคมสำนักงานบัญชีไทยที่มีความเชี่ยวชาญตรงกับประเภทธุรกิจ เพื่อเข้ารับคำปรึกษาแบบส่วนตัว ณ อาคาร 1 ชั้น 1 พร้อมมุมชาและกาแฟบริการฟรี
ในส่วนของพันธมิตรวิชาชีพหลัก คุณอัญชลี มณีท่าโพธิ์ นายกสมาคมสำนักงานบัญชีไทย (TAFA) ได้กล่าวถึงความสัมพันธ์อันยาวนานกว่า 10 ปีกับคณะการบัญชี DPU และการนำประสบการณ์จริงจากภาคธุรกิจมาผสมผสานกับความรู้ทางวิชาการ เพื่อช่วยแก้ปัญหาด้านบัญชีและภาษีให้แก่ผู้ประกอบการ MSMEs ทั้งระดับ Micro, Small และ Medium ให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกต้อง
“สมาคมฯ ได้จัดสรรทีมงานกรรมการและผู้เชี่ยวชาญมาร่วมเป็นโค้ชให้คำปรึกษาฟรี ณ ห้อง ACC & TAX CLUB พร้อมทั้งนำระบบ Cloud Accounting Software อาทิ PEAK, FlowAccount, AccRevo และ NEXTTO เข้ามาใช้วางระบบบัญชีจริง เพื่อให้ผู้ประกอบการเห็นตัวเลขทางการเงินและต้นทุนได้อย่างแม่นยำ พร้อมทั้งเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาและศิษย์เก่ามาร่วมเรียนรู้ระบบงานจริง ฝึกการบริหารเทคโนโลยี AI อย่างมีคุณภาพโดยไม่ปล่อยให้ AI ชี้นำ เพื่อยกระดับสู่การเป็นนักบัญชีรุ่นใหม่ที่เท่าทันการเปลี่ยนแปลง”

ในช่วงท้าย ผศ.ดร.อริสรา ยังได้กล่าวเสริมถึงเจตนารมณ์ในการสร้างนิเวศทางการศึกษา ผ่านห้อง ACC & TAX CLUB ว่า ออกแบบมาเพื่อบริการทางวิชาการและคลี่คลายปัญหาเอกสารการเงินให้แก่ทุกภาคส่วน ทั้งกลุ่มมนุษย์เงินเดือนที่มีข้อสงสัยเรื่องภาษีหัก ณ ที่จ่าย การหักลดหย่อน และประกันสังคม ตลอดจนกลุ่มผู้ประกอบการที่ประสบปัญหาภาษีมูลค่าเพิ่ม
“ในฝั่งของคนทำงานและมนุษย์เงินเดือน มักเจอปัญหาสับสนเรื่องภาษีหัก ณ ที่จ่าย การคำนวณสิทธิลดหย่อนภาษีประจำปี ปัญหาเงินสมทบประกันสังคม หรือแม้กระทั่งการยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ไม่แน่ใจว่าถูกต้องหรือไม่ ส่วนในฝั่งของผู้ประกอบการ และกลุ่ม MSMEs ส่วนใหญ่มักปวดหัวกับเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) ตัวเลขสต็อกสินค้าไม่ตรง เอกสารรายรับ-รายจ่ายตกหล่น หรือไม่มีระบบบัญชีที่มองเห็นต้นทุนแท้จริง
“การเปิดห้อง ACC & TAX CLUB จึงเป็นการสร้างนิเวศทางการศึกษาที่ดึงเอาผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมฯ มาร่วมให้คำแนะนำเคียงข้างอาจารย์และนักศึกษา ซึ่งนอกจากจะช่วยแก้ปัญหาภาษีและระบบบัญชีให้แก่ผู้ประกอบการแล้ว ยังเป็นพื้นที่บ่มเพาะทักษะวิชาชีพให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง เพื่อส่งต่อคุณค่าและประโยชน์คืนสู่สังคมร่วมกัน” ผศ.ดร.อริสรา กล่าวทิ้งท้าย
สำหรับสถานประกอบการพันธมิตรที่ร่วมลงนาม MOU ยังได้รับสิทธิประโยชน์พิเศษมากมาย อาทิ ส่วนลดค่าใช้บริการสถานที่ของมหาวิทยาลัยร้อยละ 20 รวมถึงส่วนลดค่าธรรมเนียมการศึกษาระดับปริญญาโท ปริญญาเอก และหลักสูตรปริญญาตรีใบที่ 2 หรือ Block Course ในวันอาทิตย์ สำหรับพนักงานในเครือข่าย ขณะเดียวกันยังได้มอบรางวัลสถานประกอบการ CWIE ดีเด่น ประจำปี 2569 ให้แก่ บริษัท ณัชภัทร์ออดิทติ้ง จำกัด ในฐานะองค์กรพันธมิตรที่ร่วมดูแลและบ่มเพาะทักษะวิชาชีพให้นักศึกษาอย่างเข้มแข็ง
เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนและพัฒนาบุคลากรทางวิชาชีพบัญชีให้พร้อมรับมือทุกความท้าทาย สอดรับกับแนวคิดของ ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ที่มุ่งยกระดับการเรียนรู้ผ่านศาสตร์ “Potentialigence” ซึ่งเป็นนวัตกรรมการศึกษาที่มุ่งเน้นการค้นหาและพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนอย่างเป็นระบบ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่โลกการทำงานยุคใหม่อย่างแท้จริง