สุริยะ ระดม 13 หน่วยงานช่วยน้ำท่วม ปูพรม กทม.-ต่างจังหวัด เปิด อ.ต.ก.จอดฟรี 5 วัน
กระทรวงเกษตรฯ ระดม 13 หน่วยงานในสังกัด ปูพรมช่วยผู้ประสบอุทกภัยทั้งกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด ตั้งจุดแจกอาหาร-น้ำ ถุงยังชีพ ระดมเรือ รถ และกำลังเจ้าหน้าที่ พร้อมเปิดพื้นที่ อ.ต.ก.ให้ประชาชนจอดรถฟรี 5 วัน ขณะที่กรมปศุสัตว์อพยพสัตว์ออกจากพื้นที่เสี่ยงแล้วกว่า 381,000 ตัว และกรมประมงจัดกำลังกว่า 120 นาย เรือ 30 ลำ รองรับภารกิจช่วยเหลือจนกว่าสถานการณ์คลี่คลาย
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ติดตามการช่วยเหลือประชาชน ณ จุดบริการประชาชน ตลาดน้ำ อ.ต.ก. ว่า ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เร่งบูรณาการกำลัง เจ้าหน้าที่ เครื่องจักร เครื่องมือ เสบียง และจุดบริการประชาชน เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดอย่างเร่งด่วน
ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีข้อห่วงใยต่อสถานการณ์อุทกภัย และได้สั่งการให้หน่วยงานราชการที่มีความพร้อมจัดมาตรการช่วยเหลือ พร้อมตั้งโรงครัวสนับสนุนอาหารและน้ำดื่มแก่ประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบ
“ในวันนี้กระทรวงเกษตรฯ ได้ตั้งจุดแจกอาหาร ณ จุดบริการประชาชน ตลาดน้ำ อ.ต.ก. และจะจัดส่งไปยังพื้นที่เขตหลักสี่ บางวัว บางเขน คลองจั่น มีนบุรี และชุมชนเลียบคลองแสนแสบ โดยจะเป็นการปูพรมให้การช่วยเหลือ เน้นพื้นที่ที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนก่อน”
องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร หรือ อ.ต.ก. ได้จัดเตรียมอาหารพร้อมรับประทาน และมังคุดจากเกษตรกรจังหวัดชุมพรสำหรับแจกจ่ายประชาชน พร้อมเปิดพื้นที่บริเวณศูนย์แสดงสินค้าผลิตภัณฑ์เกษตรคุณภาพสูง อ.ต.ก. ติดทางขึ้นทางด่วนพิเศษศรีรัช ให้ใช้เป็นจุดจอดรถชั่วคราว
ส่วนประชาชนที่เดินทางมาซื้อสินค้าภายในตลาด อ.ต.ก. สามารถจอดรถฟรีตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น. ระหว่างวันที่ 28 กันยายน-2 ตุลาคม 2569 รวม 5 วัน เพื่อช่วยลดผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม

นายสุริยะกล่าวว่า ได้กำชับกรมชลประทานให้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และบูรณาการร่วมกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ รวมถึงกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อบริหารน้ำทั้งระบบให้สอดคล้องกับปริมาณฝนและแนวทางการผันน้ำในแต่ละพื้นที่ โดยพยายามลดผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุด
สำหรับกรณีอ่างเก็บน้ำคลองระโอก จังหวัดระยอง ที่เกิดความเสียหาย ขณะนี้นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบ โดยรายงานเบื้องต้นระบุว่ายังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้
ด้านมาตรการช่วยเหลือ กระทรวงเกษตรฯ ระดมหน่วยงานในสังกัดลงพื้นที่พร้อมกันหลายจุด โดยกรมวิชาการเกษตรสนับสนุนข้าวกล่องและอาหารแห้ง 500 ชุด ให้ชุมชนบางเขน-บางบัว
กรมปศุสัตว์เตรียมข้าวเหนียวหมูทอด หมูปิ้ง 1,000 ชุด ไข่ต้ม 5,000 ฟอง และถุงยังชีพ 1,000 ชุด สำหรับผู้ประสบภัยในพื้นที่ชุมชนเทศบาลรังสิต
สำหรับต่างจังหวัด กรมปศุสัตว์อพยพสัตว์เลี้ยงออกจากพื้นที่เสี่ยงแล้ว 381,131 ตัว แจกหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน 22,000 กิโลกรัม สนับสนุนชุดส่งเสริมสุขภาพสัตว์ 6,519 ชุด พร้อมส่งหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ดูแลรักษาสัตว์และเฝ้าระวังโรคระบาดในช่วงฤดูฝน
กรมส่งเสริมสหกรณ์สนับสนุนข้าวกล่องและน้ำ 1,000 ชุด สำหรับประชาชนในเขตหลักสี่ คลองสามวา มีนบุรี และคลองจั่น ขณะที่กรมฝนหลวงและการบินเกษตรสนับสนุนข้าวกล่องและน้ำดื่มให้ประชาชนรอบมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน
สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก. สนับสนุนข้าวกล่องและน้ำดื่ม 500 ชุด สำหรับประชาชนในจังหวัดปทุมธานี
กรมพัฒนาที่ดินสนับสนุนข้าวสารและอาหารแห้ง 1,000 ชุด ช่วยผู้ประสบภัยในชุมชนหลังกรมวิทยาศาสตร์ทหารบก ชุมชนเขตเสนาชายคลอง เขตจตุจักร และชุมชนร่วมใจพัฒนากลาง เขตบางเขน

ในต่างจังหวัด สำนักงานพัฒนาที่ดินเขตและสถานีพัฒนาที่ดินยังสนับสนุนข้าวกล่อง อาหารแห้ง และสารเร่งซุปเปอร์ พด.6 เพื่อช่วยบำบัดน้ำเสียและลดกลิ่นในพื้นที่น้ำท่วมขัง
กรมส่งเสริมการเกษตรสนับสนุนอาหารพร้อมรับประทานและน้ำดื่ม 300 ชุด ให้ศูนย์พักพิงผู้ประสบภัย สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
กรมหม่อนไหมสนับสนุนข้าวกล่องพร้อมน้ำดื่ม 200 ชุด สำหรับประชาชนในเขตบางเขน และถุงยังชีพอีก 200 ชุด สำหรับพื้นที่เขตบึงกุ่ม ขณะที่การยางแห่งประเทศไทยสนับสนุนถุงยังชีพ 300 ชุดในเขตบึงกุ่ม
ด้าน อ.ต.ก. สนับสนุนอาหารพร้อมรับประทาน 500 ชุด และมังคุดจากเกษตรกรจังหวัดชุมพร 6,000 กิโลกรัม สำหรับตลาดน้ำ อ.ต.ก. ชุมชนเคหะคลองจั่น และจุดอพยพชั่วคราวชุมชนเคหะร่วมเกล้า
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรสนับสนุนข้าวกล่องและน้ำดื่ม 500 ชุด รอบมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ขณะที่กรมการข้าวสนับสนุนอีก 300 ชุด สำหรับประชาชนรอบมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และแฟลตสวัสดิการกระทรวงเกษตรฯ
ส่วนกรมประมงได้ระดมเจ้าหน้าที่กว่า 120 นาย รถปฏิบัติการ 30 คัน และเรือตรวจการ 30 ลำ แบ่งกำลังดูแลผ่าน 3 ศูนย์หลัก ครอบคลุมกรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคกลาง ภาคเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออก เพื่อสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือประชาชนจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
