‘สุริยะ’ เปิด 6 มาตรการระบายน้ำรอบ กทม. ลดน้ำเหนือ-ป่าสัก เร่งสูบออกอ่าวไทย
“สุริยะ” สั่งกรมชลประทานเร่ง 6 มาตรการบรรเทาน้ำท่วมกรุงเทพฯ และปริมณฑล หลังฝนตกต่อเนื่องช่วง 25-27 กันยายน ทั้งลดน้ำจากลุ่มเจ้าพระยาและป่าสัก เร่งระบายน้ำผ่านคลองฝั่งตะวันออก ใช้คลองลัดโพธิ์ช่วยดันน้ำลงทะเล เปิดสถานีสูบน้ำชายทะเลเต็มกำลัง และประสาน กทม.สูบน้ำออกจากพื้นที่โดยตรง พร้อมย้ำการระบายต้องไม่สร้างผลกระทบซ้ำต่อชุมชนและพื้นที่เกษตร
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกต่อเนื่องในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลช่วงวันที่ 25-27 กันยายน 2569 ซึ่งส่งผลให้หลายพื้นที่เกิดน้ำท่วมขัง ได้มอบหมายกรมชลประทานเดินหน้าบริหารจัดการน้ำเพื่อลดความเสี่ยงและบรรเทาผลกระทบ โดยกำหนดมาตรการสำคัญ 6 ด้าน ตั้งแต่การควบคุมน้ำจากพื้นที่ตอนบน การเร่งระบายน้ำรอบกรุงเทพมหานคร ไปจนถึงการสูบน้ำออกสู่อ่าวไทย
มาตรการแรก คือ การบริหารจัดการน้ำจากพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดยกรมชลประทานจะควบคุมการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา พร้อมติดตามปริมาณฝน น้ำท่า และน้ำจากพื้นที่ตอนบนอย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการใช้ระบบชลประทานช่วยรับและกระจายน้ำ เพื่อลดปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่กรุงเทพมหานครและพื้นที่ตอนล่าง
หากจำเป็นต้องเพิ่มการระบายน้ำ จะดำเนินการแบบขั้นบันได พร้อมแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่ท้ายเขื่อนล่วงหน้า โดยคำนึงถึงผลกระทบทั้งพื้นที่เหนือและท้ายเขื่อน
มาตรการที่สอง คือ การควบคุมน้ำจากแม่น้ำป่าสัก โดยปรับการระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อลดน้ำที่จะไหลลงเขื่อนพระรามหกและสมทบแม่น้ำเจ้าพระยา
ขณะเดียวกัน จะลดการระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำพระนารายณ์เข้าสู่คลองระพีพัฒน์ เพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำฝนในโครงข่ายคลอง และลดปริมาณน้ำที่จะเข้าสู่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
มาตรการที่สาม คือ การเร่งระบายน้ำผ่านโครงข่ายคลองฝั่งตะวันออก โดยใช้คลองระพีพัฒน์แยกใต้ คลอง 13 และคลองพระองค์ไชยานุชิต เพื่อส่งน้ำไปสูบออกอ่าวไทยผ่านสถานีสูบน้ำตามแนวคลองชายทะเล
พร้อมกันนี้ จะตัดยอดน้ำออกด้านข้างผ่านสถานีสูบน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำนครนายก และแม่น้ำบางปะกง ได้แก่ สถานีสูบน้ำกึ่งถาวรปากคลองรังสิต สถานีสูบน้ำเสาวภาผ่องศรี สถานีสูบน้ำสมบูรณ์ สถานีสูบน้ำบางขนาก สถานีสูบน้ำท่าไข่ สถานีสูบน้ำท่าถั่ว และสถานีสูบน้ำท่าปากตะคลอง
มาตรการที่สี่ คือ การใช้ประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ช่วยเร่งระบายน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาออกสู่อ่าวไทย โดยบริหารช่วงเวลาเปิดระบายให้สอดคล้องกับจังหวะน้ำขึ้นน้ำลง
มาตรการที่ห้า คือ การเดินเครื่องสถานีสูบน้ำริมคลองชายทะเลอย่างเต็มกำลัง เพื่อเร่งลดน้ำสะสมในพื้นที่ตอนล่าง และช่วยระบายน้ำจากโครงข่ายคลองที่เชื่อมต่อกับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ส่วนมาตรการที่หก คือ การประสานสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร เพื่อช่วยสูบน้ำออกจากพื้นที่ กทม.โดยตรง และบริหารอาคารชลประทานในพื้นที่รอยต่อร่วมกัน
กรมชลประทานจะเร่งสูบน้ำผ่านสถานีสูบน้ำเปรมใต้รังสิต สถานีสูบน้ำหกวาสายล่าง สถานีสูบน้ำหนองจอก และสถานีสูบน้ำประเวศบุรีรมย์ เพื่อบรรเทาน้ำท่วมขังและช่วยให้พื้นที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
“จากฝนที่ตกครอบคลุมหลายพื้นที่ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครซึ่งมีชุมชนน้ำท่วมจนประชาชนออกไปซื้ออาหารและใช้ชีวิตประจำวันได้ยาก ผมได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดเร่งช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง”
นายสุริยะกล่าวว่า นอกจากการบริหารน้ำแล้ว ยังได้สั่งตั้งโรงครัวและจัดเตรียมอาหารส่งไปยังพื้นที่ประสบภัย โดยเน้นชุมชนที่ยังช่วยเหลือตนเองได้ยากก่อน
ขณะนี้มีการลงพื้นที่แจกอาหารแล้วบางส่วน และเตรียมใช้รถบรรทุกส่งอาหารให้ผู้นำชุมชนในพื้นที่หลักสี่ บางบัว บางเขน คลองจั่น มีนบุรี และชุมชนริมคลองแสนแสบ เพื่อนำเรือกระจายต่อถึงประชาชนในจุดที่ยังมีน้ำท่วมขัง
นายสุริยะย้ำว่า การเร่งระบายน้ำต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ โดยพิจารณาว่าพื้นที่ใดสามารถรับน้ำได้ และพื้นที่ใดต้องทยอยระบาย เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบเพิ่มเติมต่อประชาชนและพื้นที่เพาะปลูกที่ยังมีข้าวอยู่
ส่วนกรณีอ่างเก็บน้ำคลองระโอก หรืออ่างเก็บน้ำเขาจุก จังหวัดระยอง ซึ่งมีจุดที่น่ากังวล ได้สั่งให้อธิบดีกรมชลประทานและนายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบตั้งแต่ช่วงเช้า
รายงานเบื้องต้นระบุว่า สามารถเร่งแก้ไขและป้องกันสถานการณ์ได้ทัน และยังไม่พบว่าสถานการณ์ถึงขั้นเป็นอันตราย โดยกรมชลประทานจะติดตามจุดที่ได้รับผลกระทบอย่างใกล้ชิดต่อไป