ระยองเร่งระบายน้ำ ‘อ่างคลองระโอก’ แตะ 121% เฝ้าระวัง 4 ตำบล พื้นที่เกษตรกระทบเกือบ 1.2 หมื่นไร่
กระทรวงเกษตรฯ ลงพื้นที่ระยองติดตามอุทกภัย พบอ่างเก็บน้ำคลองระโอกมีน้ำ 24 ล้าน ลบ.ม. หรือ 121% ของความจุเก็บกักสูงสุด เร่งระบายน้ำ 100% อัตรา 6.02 ลบ.ม./วินาที เตือน 4 ตำบล อ.แกลง เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่ม ขณะที่พื้นที่เกษตร 6 อำเภอคาดได้รับผลกระทบ 11,960 ไร่ เกษตรกร 497 ราย
นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีข้อสั่งการเร่งด่วนให้เจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย พร้อมติดตามสถานการณ์บริเวณอ่างเก็บน้ำคลองระโอก จ.ระยอง อย่างใกล้ชิด เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง

ทั้งนี้ ผมพร้อมด้วยนายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่อ่างเก็บน้ำคลองระโอก ต.ทุ่งควายกิน อ.แกลง จ.ระยอง พบว่ามีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ระดับน้ำอยู่ในเกณฑ์สูง
ล่าสุด ณ วันที่ 28 กันยายน 2569 อ่างเก็บน้ำคลองระโอกมีปริมาณน้ำประมาณ 24 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 121% ของความจุเก็บกักสูงสุด จากปกติสามารถกักเก็บน้ำได้ประมาณ 21.80 ล้านลูกบาศก์เมตร
ขณะเดียวกัน จากการตรวจสอบอาคารระบายน้ำล้น หรือ Spillway พบความเสียหายบริเวณกำแพงคอนกรีตอาคารด้านรับการระบายน้ำ มีการพังทลายเป็นช่วงความยาวประมาณ 20 เมตร อย่างไรก็ตาม การประเมินเบื้องต้นพบว่าตัวอาคารยังสามารถรองรับการระบายน้ำได้ โดยได้กำชับกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งปรับปรุงแก้ไข รวมถึงติดตามความมั่นคงของอาคารและตัวเขื่อนอย่างต่อเนื่อง
พื้นที่เกษตร 6 อำเภอ กระทบ 11,960 ไร่
สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดระยองสรุปพื้นที่ได้รับผลกระทบ ณ วันที่ 28 กันยายน 2569 ครอบคลุม 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองระยอง อำเภอแกลง อำเภอบ้านค่าย อำเภอปลวกแดง อำเภอเขาชะเมา และอำเภอวังจันทร์
เบื้องต้นคาดว่ามีพื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบ 11,960 ไร่ และมีเกษตรกรได้รับผลกระทบประมาณ 497 ราย ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการสำรวจและเตรียมความช่วยเหลือเยียวยาต่อไป
อีกทั้งยังได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมศูนย์อพยพผู้ประสบภัยน้ำท่วมและผู้ป่วยติดเตียง ณ องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำเป็น จ.ระยอง พร้อมมอบปัจจัยสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์และให้กำลังใจประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน
เปิดระบายน้ำ 100% เฝ้าระวังพื้นที่ท้ายน้ำ
นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ขณะนี้กรมชลประทานให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำคลองระโอกอย่างใกล้ชิด เนื่องจากปริมาณน้ำอยู่สูงกว่าความจุเก็บกัก และยังต้องติดตามปริมาณน้ำที่จะไหลเข้าอ่างเพิ่มเติม
จึงได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และบริหารการระบายน้ำให้เหมาะสมกับศักยภาพของระบบ โดยคำนึงถึงความมั่นคงของอาคารชลประทานและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ท้ายน้ำเป็นสำคัญ
ปัจจุบันโครงการชลประทานระยองมีความจำเป็นต้องเร่งระบายน้ำจากอาคารระบายน้ำล้นสู่ลำน้ำเดิม หรือ River Outlet โดยเปิดระบายน้ำ 100% ในอัตราประมาณ 6.02 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งอาจส่งผลให้ระดับน้ำบริเวณด้านท้ายน้ำและพื้นที่ริมตลิ่งเพิ่มสูงขึ้น
กรมชลประทานจึงประสานหน่วยงานในพื้นที่ ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ ต.ทุ่งควายกิน ต.น้ำเป็น ต.บ้านนา และ ต.คลองปูน อ.แกลง จ.ระยอง
พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ติดตามระดับน้ำและสถานการณ์ด้านท้ายน้ำอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ และบุคลากร เพื่อเข้าช่วยเหลือและบริหารจัดการสถานการณ์ได้ทันที หากระดับน้ำมีการเปลี่ยนแปลง
