ธุรกิจบันเทิงโตแรง FEE:D 2026 เอ็นเกจพุ่ง
ทุกงานใหญ่ย่อมมีเบื้องหลัง และเช่นกัน งาน FEE:D x KHAOSOD AWARDS 2026 ในเครือบ้านใหญ่ “มติชน” ก็ผ่านจุดนี้มาแล้ว
การเปิด-ปิดฉากเวทีสุดยิ่งใหญ่ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2569 นอกจากความประทับใจแล้ว ยังเป็น “ความทรงจำ” ที่ต้องถูกบันทึก
เพราะช่วงวันเวลาแห่งการจัดงานคือ “ท่ามกลางวิกฤตซ้อนวิกฤต” อย่างแท้จริง
เมื่อมวลน้ำจากเรนบอมบ์ที่ตกทั้งคืนทั้งวันถึง 3-5 วันเต็ม ได้โหมกระหน่ำบ้านเรือนของประชาชน จนเกิดภาวะ “น้ำท่วม” ฉับพลัน โดยเฉพาะทำเลย่านฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ
เบื้องหน้าคือ งานดำเนินต่อไปอย่างที่ควรจะเป็น ขณะที่เบื้องหลังทุกฝ่ายก็ลุ้นกันจนหายใจไม่เต็มปอด เพราะเตรียมงานกันมาหนึ่งปีเต็ม
ปรากฏว่างานผ่านไปได้ด้วยดี มีโมเมนต์สร้างแรงบันดาลใจได้อีกมากมาย เป็นอีกจุดทดสอบที่แขกผู้มาร่วมงาน และเจ้าภาพจะไม่มีวันลืมเลือน
สื่อ-แฟนคลับคึกคัก ติดเทรนด์โลก
เวทีครั้งนี้จัดขึ้น ณ ไอคอนสยาม บนชั้น 7 ไอคอนฮอลล์ เป็นพิธีการมอบรางวัลที่เฟ้นจากคุณภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และแรงบันดาลใจ
พร้อมเปิดพื้นที่ให้เสียงของคนทำงานในวงการบันเทิง และโซเชียลมีเดียไทยมีความหลากหลาย ทั้งร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น
ปีนี้แบ่งรางวัลเป็น 4 ประเภท ได้แก่ Lifetime Achievement, รางวัลแห่งปี, Creator-Influencer แห่งปี และรางวัลยอดนิยม
บรรยากาศภายในงานได้รับความสนใจจากแฟน ๆ ชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนมาก สื่อ-FC ทั่วโลกแห่ร่วมงานคึกคัก
โดยมีสื่อนานาชาติ อาทิ จีน เนเธอร์แลนด์ และอิตาลี ตบเท้าร่วมงาน พร้อมสร้างกระแสความสนใจบนโลกออนไลน์จนติดเทรนด์โลกทั้ง X และ Weibo
สะท้อนขนาดและการเข้าถึงของ FEE:D x KHAOSOD AWARDS 2026 ได้ชัดเจนยิ่ง
นั่นคือ สถิติการโหวตตลอดระยะเวลา 46 วัน มีผู้เข้าร่วมโหวตมากถึง 220,173 Users และมียอดวิวสูงถึง 3.1 ล้านวิว ซึ่งไม่ธรรมดา
ที่น่าสนใจคือ การโหวตไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย แต่มีผู้สนใจเข้าร่วมจากทั่วโลก 189 ประเทศ แสดงให้เห็นถึงการเข้าถึงของ “เวทีรางวัล” ที่ก้าวข้ามพรมแดน
โดยบรรดาแฟน ๆ ที่เข้าร่วมโหวต 10 ลำดับแรก มาจากประเทศไทย จีน ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ไต้หวัน อินโดนีเซีย มาเลเซีย สหรัฐอเมริกา เมียนมา และออสเตรเลีย
เมื่อพิจารณาสัดส่วนการเข้าถึง พบว่า ประเทศไทยอยู่ที่ 41% ขณะที่จีน 17% และฟิลิปปินส์ 5% สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจจาก “ผู้ชมในต่างประเทศ” ที่เข้ามามีส่วนร่วมกับเวทีรางวัลและศิลปินคนบันเทิงไทยอย่างชัดเจน
ส่วนช่วงอายุของผู้เข้าร่วมโหวต กลุ่มที่มีสัดส่วนมากสุดคืออายุ 25-34 ปี คิดเป็น 33% รองลงมาคือกลุ่มอายุ 35-44 ปี 24% และ Gen Z 18-24 ปี ราว 19%
ซีรีส์วายปลุกกระแส
จากเวทีที่เริ่มต้นขึ้นเพื่อยกย่องบุคลากรในอุตสาหกรรมซีรีส์วาย วันนี้ FEE:D x KHAOSOD AWARDS เดินทางมาถึงปีที่ 5 แล้ว
พร้อมขยายพื้นที่จากซีรีส์วายไปสู่ความหลากหลายของวงการบันเทิงไทย ดูตัวเลขจากการโหวตปี 2026 สะท้อนให้เห็นอีกมิติหนึ่งของการเติบโต
เมื่อผู้ชมจาก 189 ประเทศเข้ามามีส่วนร่วม ทำให้เวทีรางวัลแห่งนี้กลายเป็น “พื้นที่ที่เชื่อมโยง” ผลงาน คนบันเทิง และแฟน ๆ คนไทย เข้ากันอย่างลงตัว จากความสนใจของผู้ชมที่หลากหลายจากประเทศทั่วโลก
ปีนี้ผู้ได้รับรางวัลนักแสดงชายแห่งปี สาขาภาพยนตร์ ได้แก่ “เพชร ึ เผ่าเพชร เจริญสุข” จากภาพยนตร์เรื่อง พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา) HUMAN RESOURCE
“ผมเริ่มเข้าวงการเป็นนักแสดงได้ 11 ปีแล้ว อันนี้ถือเป็นรางวัลแรกในชีวิตผมเลย ต้องขอบคุณคณะกรรมการที่พิจารณาผม และต้องขอบคุณพี่เต๋อ นวพล ผู้กํากับ และค่าย GDH รวมทั้งเพื่อน ๆ นักแสดงที่แสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยครับ”
รางวัล Lifetime Achievement สาขาคอนเทนต์ครีเอเตอร์ มอบให้แก่ “สรยุทธ สุทัศนะจินดา”
“วันนี้รู้สึกตื่นเต้น แม้จะมีน้ำท่วม แต่รางวัลนี้ไม่มาไม่ได้ เพราะเป็นรางวัลของอาชีพ เป็นรางวัลของชีวิต เป็นรางวัลขององค์กรสื่อที่ผมติดตามมานานตั้งแต่มติชน ข่าวสด และแตกออกมาเป็นสาขาอื่น ๆ เช่น FEE:D”
“สำหรับผมรางวัลนี้เป็นรางวัลของสถาบันสื่อที่เคารพนับถือ มติชนเป็นหนังสือพิมพ์คุณภาพเพื่อคุณภาพของประเทศ ขณะที่ข่าวสดเป็นข่าวชาวบ้านที่ทำให้คนเข้าถึง และดึงคนเข้ามาสนใจข่าวที่มีความสำคัญ”
เจาะลึกธุรกิจแห่งความสุข
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเวทีเสวนาหลายงานมีการวิเคราะห์ทิศทางและแนวโน้มธุรกิจบันเทิงได้อย่างน่าสนใจ
“ธุรกิจบันเทิง” ต้องใช้ทุนและทีมงานใหญ่ ทั้งใช้เวลาผลิตนานกว่าสินค้าบริการอื่น ๆ แม้รายได้จากสตรีมมิ่งต่อครั้งต่ำ แต่ศิลปินจำนวนมากยังต้องหาเงินและปกป้องลิขสิทธิ์
ขณะที่อินฟลูเอนเซอร์มีต้นทุนต่ำกว่า เพราะสื่อสารกับแฟนคลับได้โดยตรง และมีรายได้หลายทาง จึงโตเร็วกว่าในยุคที่คนซื้อเพราะเชื่อใจ
ข้อมูลของสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย วงการครีเอเตอร์อีโคโนมีไทยมีครีเอเตอร์กว่า 9 ล้านคน มูลค่าตลาดปี 2568 สูงถึง 45,000 ล้านบาท เติบโต 25-30% ต่อปี
ขณะที่ SCB EIC ชี้ว่า อินฟลูเอนเซอร์มีช่องทางหารายได้หลากหลายขึ้น คาดว่าตลาดโลกจะโตเฉลี่ย 23% ต่อปีในช่วงปี 2026-2032
แต่ครีเอเตอร์ยังไม่ได้รับการยอมรับเป็นอาชีพอย่างเป็นทางการ จึงขาดมาตรฐาน หลักประกันทางการเงิน แหล่งทุน และกฎหมายคุ้มครองที่ชัดเจน
สำหรับอินฟลูฯ ยุคใหม่ รายได้มาจากโฆษณา ระบบสมาชิก และค่านายหน้าจากการขายสินค้า (Affiliate) ที่มาแรงที่สุด
เมื่อแพลตฟอร์มอย่าง TikTok Shop และ YouTube Shopping ให้แท็กสินค้าและซื้อได้ทันที
พฤติกรรมผู้บริโภคจึงเปลี่ยนจากเปรียบเทียบราคาเป็นซื้อ เพราะเชื่อในครีเอเตอร์ อย่างไรก็ตาม รายได้ยังผันผวน และอัลกอริทึ่มของแพลตฟอร์มคาดเดาไม่ได้
ฝั่งธุรกิจบันเทิงก็ใช้พลังแฟนเป็นเครื่องยนต์เช่นกัน
PwC คาดว่าอุตสาหกรรมบันเทิงและสื่อของไทยจะมีรายได้เกือบ 5.5 แสนล้านบาทในปี 2569 เพิ่มขึ้น 1.8%
โดยมีแรงหนุนจากเม็ดเงินโฆษณาที่ย้ายสู่ดิจิทัล วิดีโอเกม อีสปอร์ต และบริการ OTT (ชมภาพยนตร์ผ่านอินเทอร์เน็ต)
“พลกฤต ศรีสมุทร” ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ ค่าย YUPP! มองว่า สิ่งที่ครีเอเตอร์ไทยยังขาดคือ มุมมองแบบ Borderless เพราะผลงานชิ้นเดียวไปถึงคนทั่วโลกได้แล้ว แต่หลายคนยังโฟกัสผู้ชมไทยมากเกินไป ควรปรุงชิ้นงานโดยมองว่าเป็นงานที่คนท้องถิ่นเข้าใจได้และต่างประเทศก็รับได้ด้วย
ขณะที่ “กัลป์ กัลย์จาฤก” กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ กันตนา กรุ๊ป เสริมว่า ต้องเริ่มจากความเป็นไทยให้แน่นก่อน แล้วหาวิธีเล่าให้คนทั่วโลกเข้าใจ โดยยกตัวอย่างการนำเพลิงพระนาง ที่มีฐานแฟนในไทยอยู่แล้วมาทำใหม่
ทั้งตั้งเป้าให้ถึงแฟนต่างประเทศ ด้วยการเริ่มจากความเป็นไทยให้มากที่สุด แล้วหาวิธีเล่าให้ผู้ชมทั่วโลกเข้าใจบริบทเนื้อหา เขาเชื่อว่าเมื่อคนดูชอบวัฒนธรรมไทย ก็จะกลับมาหาประเทศไทยทั้งในแง่การท่องเที่ยวและอื่น ๆ