เนสกาแฟ ชิงเค้กคั่วบด 5.2 หมื่นล้าน ผนึก “ดอยตุง” แตกไลน์ดริปคอฟฟี่รุกพรีเมียม
ตลาดกาแฟคั่วบดแข่งเดือด “เนสกาแฟ” สบช่องเทรนด์คาเฟ่โต จับมือ “ดอยตุง” เปิดตัวกาแฟดริปครั้งแรก ชูอาราบิก้าไทย 100% ลิมิเต็ดเอดิชั่น รับวันกาแฟสากล หวังเจาะฐานลูกค้าพรีเมียม พร้อมประกาศนำรายได้จากการขายตลอดเดือน ต.ค. 69
นายออธมัน ชไรบิ ผู้อำนวยการบริหารธุรกิจผลิตภัณฑ์กาแฟ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ระบุว่า ข้อมูลจากการวิจัยตลาดกาแฟโดยรวมของยูโรมอนิเตอร์ (Euromonitor Total Coffee) ระบุว่า ตลาดกาแฟคั่วบด (Roast & Ground Coffee) ในไทยมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

โดยคาดการณ์มูลค่าแตะ 52,000 ล้านบาทในปี 2568 และถือเป็นเซ็กเมนต์ที่เติบโตเร็วที่สุดในตลาดกาแฟไทย ด้วยอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 9% ภายใน 3 ปี หรือมีสัดส่วนขยับจาก 21.7% ในปี 2565 เป็น 30.7% ในปี 2568 ซึ่งปัจจัยหลักมาจากพฤติกรรมผู้บริโภคสังคมเมืองและวัฒนธรรมคาเฟ่ที่ขยายตัว ส่งผลให้เกิดดีมานด์ในกลุ่มกาแฟที่มีความพิถีพิถันและมีเรื่องราว
ต้อนรับวันกาแฟสากล
เพื่อตอบรับโอกาสการเติบโตดังกล่าว ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ซึ่งตรงกับวันกาแฟสากล บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ได้ประกาศความร่วมมือกับ “ดอยตุง” แตกไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้ชื่อ “เนสกาแฟ โรสเตอรี่ ดริป คอฟฟี่” (NESCAFÉ ROASTERY DRIP COFFEE) ซึ่งถือเป็นการรุกตลาดกาแฟดริปเป็นครั้งแรกของแบรนด์เนสกาแฟ
การเดินหมากครั้งนี้เป็นการตอกย้ำจุดยืนผู้นำตลาดของเนสกาแฟ ผ่านการผนึกกำลังกับดอยตุงเพื่อยกระดับมูลค่ากาแฟไทย โดยมุ่งเจาะกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการประสบการณ์ระดับพรีเมียม ควบคู่ไปกับพันธกิจในการสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในประเทศให้มีผลผลิตและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับวงการกาแฟไทย

ชูจุดเด่นพรีเมียมลิมิเต็ดเอดิชั่น
ในด้านกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ เนสกาแฟเลือกวางตำแหน่งทางการตลาดให้เป็นสินค้าระดับพรีเมียม รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น โดยใช้เมล็ดกาแฟอาราบิก้าไทย 100% จากแหล่งปลูกในจังหวัดน่านและเชียงราย ผ่านกระบวนการแปรรูปทั้งแบบ Honey Process และ Washed Process และคั่วในระดับ Light-Medium เพื่อดึงเอกลักษณ์รสชาติแฝงของผลไม้และน้ำตาลทรายแดง
ช่องทางการจัดจำหน่ายและจำนวนจำกัด
ทั้งนี้ สินค้าดังกล่าวถูกผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 10,000 กล่อง วางจำหน่ายในราคา 250 บาท (บรรจุ 5 ซองต่อกล่อง) ผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซทางการของแบรนด์ ได้แก่ Shopee, TikTok และ Lazada ตลอดช่วงเดือนตุลาคมนี้เท่านั้น
นอกจากมิติทางการตลาดและการขยายพอร์ตโฟลิโอแล้ว เนสกาแฟยังได้ผสานกลยุทธ์ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) โดยระบุว่า รายได้ทั้งหมดจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวระหว่างวันที่ 1-31 ต.ค. 2569 จะถูกนำไปมอบให้กับ “มูลนิธิกระจกเงา” โดยไม่หักค่าใช้จ่าย เพื่อนำไปใช้เป็นทุนในการฟื้นฟูที่อยู่อาศัยและช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากสถานการณ์น้ำท่วมเมื่อช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา