กองทัพ PLA สร้างศูนย์การบินใหม่ในสปป.ลาว นักวิเคราะห์ชี้ฐานทัพจีนแห่งแรกในอาเซียน
กระทรวงกลาโหมจีนเปิดเผยว่า เมื่อ 1 ตุลาคม ศูนย์สนับสนุนและฝึกอบรมร่วมจีน-ลาว (China-Laos Joint Support and Training Center) และโรงเรียนการบินมิตรภาพจีน-ลาว (China-Laos Friendship Aviation Academy) เปิดทำการแล้ว ณ ท่าอากาศยานแห่งหนึ่งในบ้านเกิ่น (Ban KeunX ห่างจากเวียงจันทน์ เมืองหลวงไปทางเหนือราว 50 กิโลเมตร ในขณะที่นักวิเคราะห์ระบุว่า ศูนย์สนับสนุนแห่งใหม่อาจช่วยกระชับสถานะของจีนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ภาพถ่ายดาวเทียมเผยให้เห็นว่า จีนขยายฐานกำลังทหารในต่างประเทศแห่งล่าสุดโดยการปรับพื้นที่เกษตรกรรมแห่งหนึ่งในลาวให้เป็นฐานปฏิบัติการในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าศูนย์สนับสนุนแห่งใหม่นี้อาจช่วยเพิ่มอิทธิพลของปักกิ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้มากยิ่งขึ้น
ราเชล แวนเดนบริงก์ (Rachel Vandenbrink) นักวิเคราะห์อาวุโสจากสถาบันนโยบายยุทธศาสตร์ออสเตรเลีย (Australian Strategic Policy Institute) กล่าวว่า ศูนย์สนับสนุนและฝึกอบรมร่วมนี้ บ่งชี้ว่า กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) อาจกำลังแสวงหาการเข้าถึงศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์อย่างต่อเนื่อง ที่สามารถรองรับกองกำลังผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนในลาวได้ โดยอาจมีการส่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายส่งกำลังบำรุงและเจ้าหน้าที่เทคนิคของจีนจำนวนหนึ่ง เข้าไปประจำการถาวรหรือกึ่งถาวรในพื้นที่
บันทึกบางฉบับระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวเคยถูกใช้โดยสหรัฐในช่วงสงครามในลาว รวมถึงเวียดนามและกัมพูชาเพื่อนบ้าน ในทศวรรษที่ 1960 และ 1970 แต่ภาพถ่ายดาวเทียมเชิงพาณิชย์ที่รอยเตอร์ตรวจสอบพบว่า การก่อสร้างใหม่นี้ขยายขอบเขตไปไกลกว่าสนามบินดินลูกรังขรุขระที่เคยปรากฏให้เห็นอย่างมาก
ภาพถ่ายดาวเทียมระบุว่า การก่อสร้างสนามบินแห่งใหม่นี้เริ่มต้นขึ้นในช่วงปลายปี 2025 และยังคงดำเนินอยู่จนถึงช่วงต้นเดือนนี้ โดยบริเวณพื้นที่สีเขียวเดิมได้เปลี่ยนเป็นรันเวย์ปูยางมะตอยขนาดใหญ่ รวมถึงมีทางขับ (Taxiway) และลานจอดอากาศยาน (Apron) ขนานกัน พร้อมด้วยอาคารใหม่จำนวนหนึ่ง
กระทรวงการต่างประเทศลาวไม่ได้ตอบคำถามใดๆต่อรอยเตอร์ ในขณะที่แถลงการณ์ของจีนไม่ได้ให้รายละเอียดว่า จะมีบุคลากร ยุทโธปกรณ์ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกใดบ้างที่จะประจำการอยู่ที่สนามบินแห่งนี้
กระทรวงกลาโหมจีนระบุว่า สิ่งอำนวยความสะดวกดังกล่าวจะถูกใช้สำหรับการฝึกอบรมพนักบินกองทัพอากาศ และ “ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่บุคคลที่สามแต่อย่างใด”
ปัจจุบัน จีนดำเนินกิจการศูนย์ฝึกอบรมและสนับสนุนร่วมอีกแห่งหนึ่งที่ฐานทัพเรือเรียมของกัมพูชา บนอ่าวไทย รวมถึงฐานส่งกำลังบำรุงในประเทศจิบูตีในทวีปแอฟริกา ทั้งนี้ กัมพูชาระบุว่าไม่มีบุคลากรหรือเรือรบของจีนประจำการอยู่ที่ฐานทัพเรือเรียมอย่างถาวร
“ต่างจากฐานทัพเรือเรียม ฐานส่งกำลังบำรุงทางทหารในลาวแห่งนี้มีความคล้ายคลึงอย่างเห็นได้ชัดกับฐานในจิบูตีมากกว่า” ดิน โคห์ (Collin Koh) นักวิชาการด้านความมั่นคงจากโรงเรียนการศึกษานานาชาติ เอส. ราชารัตนัม (S. Rajaratnam School of International Studies) ของสิงคโปร์ โพสต์ข้อความลงบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X
“คงจะไม่ผิดนักหากจะสรุปว่า นี่คือฐานทัพในต่างประเทศของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีความพร้อมและครบวงจรอย่างแท้จริง” โคห์กล่าว
ลาว ซึ่งเป็นรัฐสังคมพรรคการเมืองเดียวที่ยากจนและปกครองโดยพรรคประชาชนปฏิวัติลาว มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและซับซ้อนกับประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นคอมมิวนิสต์ด้วยกันอย่างจีนและเวียดนาม
กองทัพอากาศของลาวมีขนาดเล็กและใช้งานเครื่องบินจำนวนเพียงเล็กน้อยที่ออกแบบโดยจีนและรัสเซีย
นักการทูตจากประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงรายหนึ่งซึ่งไม่ประสงค์ออกนามกล่าวว่า ที่ผ่านมาทหารลาวต้องเดินทางไปฝึกอบรมขั้นสูงยังเวียดนาม รัสเซีย และจีนเป็นส่วนใหญ่ แต่ปัจจุบันลาวสามารถรับการฝึกอบรมบางส่วนได้ภายในประเทศแล้ว
ขณะที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งมีเครือข่ายฐานทัพในต่างประเทศครอบคลุมพื้นที่กว้างขวาง เฝ้าจับตาความเคลื่อนไหวของจีนด้วยความระแวดระวัง เมื่อปีที่แล้ว กระทรวงกลาโหมสหรัฐเผยแพร่รายงานประจำปีที่ระบุรายชื่อ 22 ประเทศที่รัฐบาลจีนมีแผนจะเข้าไปจัดตั้งฐานปฏิบัติการทางทหาร ซึ่งในรายชื่อดังกล่าวไม่มีประเทศลาวรวมอยู่ด้วย
พลเรือตรี สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหมไทย กล่าวว่า ประเทศไทยซึ่งเป็นพันธมิตรตามสนธิสัญญากับสหรัฐและมีพรมแดนติดกับลาวเป็นระยะทางยาว ถือว่าตนเองเป็นหุ้นส่วนที่ใกล้ชิดของทั้งลาวและจีน อีกทั้งยังมองว่าเป็นสิทธิอธิปไตยของรัฐบาลลาวที่จะตัดสินใจว่าจะอนุญาตให้มีการจัดตั้งฐานทัพของจีนหรือไม่
“อย่างไรก็ตาม ไทยจะยังคงติดตามสถานการณ์และความคืบหน้าในเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นเรื่องการสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน” เขากล่าวเสริม
ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารและนักวิเคราะห์หลายคนในภูมิภาคแสดงความเห็นมานานแล้วว่า จีนยังขาดเครือข่ายฐานทัพที่เพียงพอ เมื่อพิจารณาถึงความพยายามในการปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงความจำเป็นที่จีนมองว่าตนต้องแผ่ขยายอิทธิพลเพื่อแข่งขันกับสหรัฐ
อ้างอิง : Reuters