ธุรกิจงัดแผนสำรองรับวิกฤต แรงกว่าปี 54 สะเทือนเศรษฐกิจทั้งประเทศ
ธุรกิจ-เรียลเซ็กเตอร์ ปรับแผนการผลิตยกแผง ฝ่าวิกฤตน้ำท่วม 2569 คาดรุนแรงกว่าปี 2554 ค่ายรถยนต์หยุดผลิตชั่วคราว แบงก์ชาติประเมิน SMEs นับล้านกิจการ-ครัวเรือนเปราะบางกู้เพิ่มดันหนี้ครัวเรือนพุ่ง สะเทือนเสถียรภาพเศรษฐกิจทั้งประเทศ “สหพัฒนพิบูล-มาม่า”งัดแผนสำรองปกป้องโรงงาน เกาะติดสถานการณ์น้ำทุก 12 ชั่วโมง อสังหาฯทำแผนยาว ลด-เลื่อน เปิดโครงการ หอการค้าห่วง ผลิต-ส่งมอบออร์เดอร์ไม่ทัน สวนสยามถกแบงก์ลงทุนหลังน้ำลด 500 ล้าน นักธุรกิจภูธรชง “รีเซต” โครงสร้างเศรษฐกิจ-สังคม
วิกฤตน้ำท่วมใหญ่ยืดเยื้อ ภาคกลาง ตะวันออก และโซนตะวันตกของกรุงเทพฯ ปลายแม่น้ำเจ้าพระยา และมีแนวโน้มปริมาณน้ำจากเขื่อน และปริมาณฝนเพิ่มต่อเนื่อง จนถึงกลางเดือนตุลาคม 2569 ส่งผลกระทบต่อภาคการผลิต-อุตสาหกรรม และธุรกิจ ต้องปรับตัวครั้งใหญ่อีกวาระ
ดันหนี้ “ครัวเรือน-เอสเอ็มอี”
น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า จากการประเมินของ ธปท. สถานการณ์น้ำท่วมกระทบภาคบริการมากที่สุด ทั้งการขนส่งและกระจายสินค้า ร้านค้าปลีกค้าส่ง และพื้นที่ก่อสร้างบางแห่งต้องหยุดดำเนินกิจการชั่วคราว ส่วนผู้บริโภคที่มีการซ่อมสร้างบ้านอาจจะต้องมีการกู้ยืม ซึ่งอาจกระทบต่อปัญหาหนี้ของภาคครัวเรือนที่จะเพิ่มขึ้นได้
กลุ่มที่มีความน่าเป็นห่วงจะเป็นกลุ่มครัวเรือนเปราะบางและเอสเอ็มอี จากที่ผ่านมาได้รับผลกระทบในเรื่องความสามารถในการแข่งขันและทักษะในด้านต่าง ๆ อยู่แล้ว แต่เมื่อเผชิญสถานการณ์น้ำท่วมเข้ามาใหม่ จะส่งผลต่อสถานะการเงินมากขึ้นไปอีก โดย ธปท. จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะอาจกระทบต่อเสถียรภาพในภาพรวมได้
ก่อนหน้านี้ นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธปท. ระบุว่า ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย มีจำนวน 3.28 ล้านกิจการ มีการจ้างงานสูงถึง 13.6 ล้านคน คิดเป็นประมาณ 69% ของการจ้างงานรวม และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ 1.73 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 35% ของจีดีพี
ทั้งนี้ เอสเอ็มอีไทยมีปัญหาหลายด้าน ทั้งการเข้าถึงสินเชื่อที่ติดลบมาแล้ว 16 ไตรมาส มีต้นทุนความเสี่ยงจากการให้สินเชื่อ (Credit Cost) สูง ทำให้ถูกปฏิเสธอยู่ที่ประมาณ 60-70% มาโดยตลอด ขณะที่เอสเอ็มอีรายใหม่ที่ไม่มีประวัติทางการเงินถูกปฏิเสธสินเชื่อถึง 78% ส่วนธุรกิจที่มีหนี้เสียอยู่เดิมถูกปฏิเสธสินเชื่อถึง 86% แต่หากประเมินตามความเป็นจริงอัตราการถูกปฏิเสธสินเชื่อของเอสเอ็มอีอาจสูงถึงระดับ 90%
MTC รับมือลูกค้าชำระหนี้สะดุด
นายปริทัศน์ พัชรชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมทำให้สาขาของบริษัทได้รับผลกระทบประมาณ 56 สาขา บริษัทมีมาตรการให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม ทั้งปรับลดเบี้ยและสามารถผ่อนผันการชำระออกไป
“ในช่วงวิกฤตยังมีลูกค้าบางส่วนที่มีความต้องการกู้ยืมเงินเพื่อนำไปซ่อมแซมบ้านหรือฟื้นฟูทรัพย์สิน ยกตัวอย่างเหตุการณ์น้ำท่วมพื้นที่ภาคใต้ อย่างหาดใหญ่ ซึ่งกว่าจะกลับมาฟื้นตัวได้ใช้เวลาประมาณ 4-5 เดือน ขณะที่ในช่วง 1-2 เดือนแรก ประชาชนยังต้องแก้ไขปัญหาของตัวเองก่อน”
รถยนต์หยุดผลิตชั่วคราว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ จักรยานยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์ ได้รับผลกระทบ บางแห่งไม่สามารถเดินเครื่องผลิตชิ้นส่วนได้ เพราะโรงงาน และพนักงานส่วนใหญ่ที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วม อาทิ กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก สมุทรปราการ อยุธยา ปราจีนบุรี และในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี ส่งผลต่อการผลิตและการขนส่ง ทำให้หลายโรงงานประกาศหยุดไลน์การผลิตชั่วคราว และปรับเวลาการทำงานใหม่ โดยให้พนักงานหยุดช่วงที่คาดการณ์ว่าน้ำเหนือจะไหลลงมา 2-6 ตุลาคม และทำงานชดเชยในตารางเวลาของเดือนถัดไป
มาม่าเร่งกำลังผลิตเต็มที่
นายพันธ์ พะเนียงเวทย์ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เหตุน้ำท่วมจะกระทบกำลังซื้อไตรมาสท้ายแน่ เนื่องจากผู้บริโภคจะต้องซ่อมแซมที่พัก และซื้อสินค้าจำเป็นทดแทนที่เสียหายก่อน ในพื้นที่กรุงเทพฯ คาดว่าผู้บริโภคจะตื่นตัวการสำรองสินค้าจำเป็นเพื่อรับมือ
ขณะนี้บริษัทดำเนินการ 3 ด้าน คือ ทำให้มั่นใจว่าสินค้าเพียงพอ โดยใช้กำลังผลิตเต็มที่ และเร่งกระจายสินค้าให้ดิสทริบิวเตอร์ เช่น สหพัฒนพิบูล กรณีที่โกดังอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมจะใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่ พร้อมกับช่วยเหลือพนักงานที่ได้รับผลกระทบ เช่น ช่วยยกของในที่พักขึ้นที่สูง ฯลฯ เช่นเดียวกับการป้องกันโรงงานผลิตเส้นหมี่ ที่อำเภอบ้านโป่ง ด้วยการเสริมแนวกั้นน้ำ ซึ่งมั่นใจว่าสามารถรับมือได้
สหพัฒนพิบูลงัดแผนสำรอง
ด้านนายพีระพล จันทร์วิจิตร ผู้อำนวยการสายงานการตลาดและซัพพลายเชน บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) หรือ SPC หนึ่งในผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ ให้ความเห็นว่า บริษัทรับมือสถานการณ์น้ำจากภาคเหนือด้วยการแบ่งโซนเฝ้าระวัง ตั้งหน่วยสำรวจเส้นทางล่วงหน้าและเช็กสถานการณ์ทุก 12 ชั่วโมง รวมถึงประสานกับร้านค้าในพื้นที่ใกล้ชิด เช่น บ้านโป่ง สมุทรสงคราม ฯลฯ เพื่อวางแผนส่งสินค้า
โดยขณะนี้คำสั่งซื้อจากร้านค้ากลุ่มโมเดิร์นเทรดเพิ่มขึ้น และในบางพื้นที่มารับสินค้าจากคลังของบริษัท เช่น แหลมฉบัง ปราจีนบุรี และนครนายก คาดว่าเป็นผลจากความกังวลของผู้บริโภคที่พยายามซื้อของสำรองไว้
“ยังมีสินค้าพร้อมเพราะคลังทุกแห่งปลอดภัยไม่ถูกน้ำท่วม แต่อาจเกิดความล่าช้าในการขนส่งบ้าง ส่วนฝั่งโรงงานมาม่ากำลังเดินหน้าผลิตเต็มกำลังเพื่อให้มั่นใจว่ามีสินค้าเพียงพอ ส่วนของใช้อ สินค้าทำความสะอาดแบรนด์ไลออน มีสินค้าสำรองไว้แล้วเพียงพอรับดีมานด์ที่จะพุ่งสูงหลังน้ำท่วมคลี่คลาย”
นอกจากนี้ยังมีแผนสำรองที่พัฒนาจากประสบการณ์น้ำท่วมเมื่อปี 2554 เช่น รับมือการที่คลังของคู่ค้าโมเดิร์นเทรดมักอยู่ในพื้นที่เสี่ยงอย่าง สามโคก ปทุมธานี วังน้อย ฯลฯ ด้วยการเพิ่มตัวเลือกการส่งตรงไปยังร้านค้าหรือสาขาย่อยสามารถรับสินค้าได้ เช่นเดียวกับเทรดดิชั่นนอลเทรดที่สามารถส่งให้ถึงร้านได้เช่นกัน
ศรีนานาพร ผนึกคู่ค้าใกล้ชิด
ไปในทิศทางเดียวกับ นายวิโรจน์ วชิรเดชกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานธุรกิจในประเทศ บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตขนมและเครื่องดื่ม เช่น เจเล่ เมจิกฟาร์ม โลตัส ฯลฯ กล่าวว่า พื้นที่ต่างจังหวัดเผชิญน้ำท่วม ทำให้บริษัท และคู่ค้าผู้ประกอบการมีแนวทางรับมือ เช่น ร้านค้าในระยองปิดร้านชั่วคราว 2-3 วัน ช่วงน้ำท่วมเพราะลูกค้าเดินทางมาไม่ได้ เป็นต้น
มีเพียงกรุงเทพฯ ที่ต้องปรับแนวทาง โดยขณะนี้บริษัทกำลังรวบรวมข้อมูลความเสียหายคู่ค่ารายย่อย เพื่อให้ความช่วยเหลือ เช่น เปลี่ยนสินค้า-บรรจุภัณฑ์ เติมสินค้าทดแทน เคลมประกัน ฯลฯ แนะนำคู่ค้าให้ลดหรืองดสต๊อกสินค้าชั่วคราวเพื่อป้องกันความเสียหาย คาดว่ายอดขายจะลดลงประมาณ 1 เดือน
อสังหาฯชี้แรงกว่าปี 54
นายอิสระ บุญยัง ประธานกรรมการ บริษัท กานดาพร็อพเพอร์ตี้ จำกัด และนายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เหตุน้ำท่วมกรุงเทพฯ ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจ โดยเฉพาะอสังหาฯที่ปรับตัวรับความเสี่ยงมาตั้งแต่ปี 2554 ด้วยการถมดิน ติดตั้งสถานีสูบน้ำ และเตรียมพื้นที่หน่วงน้ำ เพื่อป้องกันความเสียหายและดูแลลูกบ้าน โดยมีต้นทุนเพิ่มขึ้นประมาณ 1% คาดว่าทุกโครงการต้องเตรียมระบบป้องกันน้ำท่วม เพราะน้ำท่วมปีนี้รุนแรงกว่าปี 2554 และจะกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ในการพัฒนาโครงการอสังหาฯ เช่นเดียวกับกานดา พร็อพเพอร์ตี้ ที่กำหนดเรื่องนี้เป็น 1 ใน 4 คอนเซ็ปต์การพัฒนาโครงการทั่วประเทศ
“การรับมือสถานการณ์ของภาครัฐรอบนี้ แม้เข้าใจถึงข้อจำกัดของการทำงาน แต่ทั้งรัฐบาลและกรุงเทพมหานคร (กทม.) ยังดำเนินการล่าช้า ทั้งการเตือนภัย การใช้ศักยภาพอุโมงค์ระบายน้ำ และการพร่องน้ำเพื่อรองรับปริมาณฝน ขณะที่ภาคเอกชนเมื่อได้รับสัญญาณจากกรมอุตุนิยมวิทยา ได้เตรียมรับมือล่วงหน้าด้วยตัวเอง”
นายอิสระคาดว่ากำลังซื้อในไตรมาส 4/2569 จะชะลอตัวจาก 2 ปัจจัย คือ ผลกระทบจากน้ำท่วมและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มองว่าการซื้อที่อยู่อาศัยยังรอได้ ยอดขายและยอดโอน อาจไม่เติบโตเท่ากับไตรมาส 2 และไตรมาส 3 ขณะที่การเปิดตัวโครงการใหม่มีแนวโน้มลดลง 20-30% หากสถานการณ์คลี่คลายภายในเดือนตุลาคมนี้ จะเริ่มเห็นการทยอยเปิดโครงการใหม่ในช่วง 1-2 เดือนสุดท้ายของปี
“ไลน์แมน” ช่วยไรเดอร์
นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า ภาพรวมของตลาดฟู้ดดีลิเวอรี่ไตรมาส 4 ของทุกปี เป็นไฮซีซั่นของธุรกิจฟู้ดดีลิเวอรี่ แต่สถานการณ์น้ำท่วม ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการทำงานของ “ไรเดอร์” ที่เป็นแกนหลักในการให้บริการ LINE MAN จึงออกมาตรการช่วยเหลือไรเดอร์ โดยยึดความปลอดภัยในการปฏิบัติงานเป็นหลัก พร้อมลดภาระความกังวลของไรเดอร์ ครอบคลุม 3 ด้าน ได้แก่ 1.ยกเลิกงานได้เมื่อเส้นทางไม่ปลอดภัย โดยจะไม่นำมาคำนวณอัตรายกเลิกงาน 2.พักการเรียกเก็บค่าผ่อนชำระ สำหรับไรเดอร์ที่มีภาระผ่อนชำระกับบริษัท และ 3.อัพเดตจุดเสี่ยงน้ำท่วมรายวัน
นอกจากนี้ LINE MAN และ PTT Lubricants เตรียมเปิดให้บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ตรวจเช็กและซ่อมแซมรถจักรยานยนต์ฟรี สำหรับไรเดอร์ทุกค่าย ตั้งเป้าช่วยเหลือกว่า 600 คน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมรถ
ผลิต-ส่งมอบ ออร์เดอร์ไม่ทัน
ดร.วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และนายกสมาคมการค้าอาหารอนาคตไทย เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า “สิ่งที่ห่วงคือ ผู้ประกอบการมีคำสั่งซื้ออยู่แล้ว แต่ผลิตหรือส่งมอบไม่ทัน เพราะวัตถุดิบเข้าโรงงานล่าช้า พนักงานเดินทางไม่ได้ หรือสินค้าติดอยู่ระหว่างขนส่ง ผลกระทบจึงเกิดขึ้นได้แม้โรงงานไม่ได้ถูกน้ำท่วมโดยตรง”
ดร.วิศิษฐ์กล่าวว่า ผลกระทบจากน้ำท่วม โดยเฉพาะภาคเกษตรและอาหาร ต้องติดตามตั้งแต่พื้นที่เพาะปลูก ปริมาณและคุณภาพวัตถุดิบ การเก็บเกี่ยว ไปจนถึงเส้นทางขนส่ง หากน้ำลดช้าหรือไม่สามารถปลูกทดแทนได้ตามกำหนด อาจกระทบวัตถุดิบที่โรงงานต้องใช้ในช่วงปลายปี
“นอกจากนี้ ไตรมาส 4 ปีนี้ ยังต้องเฝ้าระวังต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง รวมถึงความไม่แน่นอนของมาตรการการค้าสหรัฐ หากเกิดขึ้นพร้อมกับปัญหาน้ำท่วมและโลจิสติกส์ในประเทศ จะเพิ่มภาระต้นทุนและกดความสามารถในการทำกำไรของผู้ส่งออก”
ดร.วิศิษฐ์กล่าวว่า สิ่งเร่งด่วนในช่วงไตรมาสสุดท้ายคือ ต้องป้องกันไม่ให้ปัญหาชั่วคราวด้านการผลิตและขนส่งกระทบความเชื่อมั่นของคู่ค้า โดยผู้ประกอบการควรเร่งตรวจสอบวัตถุดิบและแผนขนส่งตลอดห่วงโซ่ พร้อมสื่อสารกับลูกค้าล่วงหน้าหากมีความเสี่ยงส่งมอบล่าช้า เพราะหากลูกค้าย้ายคำสั่งซื้อไปประเทศอื่น ผลกระทบอาจไม่ได้จบเพียงไตรมาส 4 แต่สามารถต่อเนื่องไปถึงปี 2570 ได้
ธุรกิจหาดใหญ่ลดสต๊อกสินค้า
นายกร สุริยพันธุ์ ประธานสมาพันธ์ SME ไทย จังหวัดสงขลา กล่าวว่า สำหรับเศรษฐกิจหาดใหญ่ยังอยู่ในภาวะไม่ดีนัก หลังได้รับผลกระทบจากมหาอุทกภัยปี 2568 แม้ในช่วงหนึ่งจะเริ่มฟื้นจากโครงการไทยช่วยไทยพลัสที่ช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายก็ตาม โดยเฉพาะช่วงไตรมาส 4 และเทศกาลปีใหม่ มีแนวโน้มว่ายอดขายอาจชะลอตัว ล่าสุดผู้ประกอบการกังวลว่าอาจเกิดน้ำท่วมซ้ำ จึงมีการเริ่มเตรียมรับมือ โดยลดระดับสต๊อกสินค้าและชะลอการผลิต
ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวก็มีความกังวลเช่นกัน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวมาเลเซียและสิงคโปร์ ที่เคยเผชิญเหตุการณ์น้ำท่วมและติดค้างอยู่ในหาดใหญ่เมื่อปี 2568 จึงอาจกังวลว่าหากเดินทางเข้ามาแล้วจะประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำอีกหรือไม่
ชงรีเซตโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่
นายจอมศักดิ์ ภูติรัตน์ ประธานหอการค้าจังหวัด กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 2 กล่าวว่า สิ่งที่ภาคเอกชนต้องการเห็นคือ “รีเซต” โครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมใหม่ โดยเฉพาะกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงาน โดยเฉพาะขั้นตอนที่ล่าช้าและซ้ำซ้อน เพื่อให้การดำเนินธุรกิจและการลงทุนมีความคล่องตัวมากขึ้น
สวนสยามปิดยาวเสียหาย 500 ล.
นายไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งสวนสยาม (สยามอะเมซิ่งพาร์ค) เปิดเผยว่า น้ำท่วมครั้งนี้การป้องกันและความช่วยเหลือไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ทันการณ์ ซึ่งสวนสยามได้รับผลกระทบประเมินความเสียหายไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท เป็นค่าบำรุงรักษาเครื่องเล่นและอุปกรณ์ 300 ล้านบาท การขาดทุนและค่าแรงงานพนักงานร่วม 100 ล้านบาท และค่าเสียหายอื่น ๆ ที่ต้องปรับปรุงอีก ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ทราบข่าวล่วงหน้ามาก่อน พอรู้คร่าว ๆว่าพายุจะเข้า แต่ไม่คิดว่าจะหนักขนาดนี้ จนต้องประกาศปิดอย่างน้อย 6 เดือน
“เป็นห่วงพนักงาน สวนสยามหยุด 6 เดือน เขาจะเอาอะไรกิน ตัวผมเองไม่ห่วง ผม 90 ปีแล้ว แต่ผมห่วงคนที่อยู่ข้างหลังมากกว่า และขอบคุณพี่น้องชาวไทยทั่วประเทศที่ให้กำลังใจให้ผมฟื้นคืนได้เร็ว สวนสยามเป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทย ได้สร้างอาณาจักรไว้ใหญ่พอสมควร เมื่อส่วนใหญ่เสียหายผมก็ต้องเสียหายตามไปด้วย”
จ่อถอดใจหากรัฐ-แบงก์ไม่ช่วย
นายไชยวัฒน์กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่รู้ว่าจะได้รับความช่วยเหลือจากรัฐและธนาคารเท่าไหร่ พอที่จะฟื้นฟูสวนสยามให้ฟื้นขึ้นมาได้หรือไม่ ถึงแม้จะทำสวนสยามขาดทุนทุกปี แต่ผมก็มีความสุขทุกปี คงต้องมาตั้งต้นกันใหม่
“กทม. ประกาศว่าเป็นพื้นที่ภัยพิบัติขึ้นมาแล้ว กทม. ก็จะช่วย ยังดีใจที่รัฐบาลประกาศว่าต้องช่วยให้ทุกคนอยู่รอด ธนาคารจะช่วยซ่อมและบำรุงรักษาให้ เท่าไหร่ก็บอกมา ถ้าจะช่วยช่วยจริง ๆ สวนสยามอยู่ได้ตลอดไป ถ้าพูดแต่ปากว่าช่วย ๆ แล้วไม่ช่วย สวนสยามก็ต้องขอลาตลอดกาล”
ชี้หนักสุดรอบ 46 ปี
ด้านนายวุฒิชัย เหลืองอมรเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทสยามพาร์คซิตี้ ผู้ประกอบกิจการสยามอะเมซิ่งพาร์ค กล่าวว่า ผลกระทบน้ำท่วมกรุงเทพฯ ยังไม่คลี่คลายทำให้ตัดสินใจปิดให้บริการสวนสยาม 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2569 ซึ่งน้ำท่วมปีนี้หนักสุดในรอบ 46 ปีตั้งแต่เปิดให้บริการ และหนักกว่าน้ำท่วมในปี 2554 และโควิด-19 เนื่องจากน้ำท่วมพื้นที่ 100% ทำให้อุปกรณ์เครื่องเล่นเสียหาย และบางตัวต้องสร้างใหม่
เบื้องต้นคาดว่ามูลค่าความเสียหายอยู่ที่ 300 ล้านบาท ต้องรอผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเข้ามาดูแล และซ่อมแซมอีกที ซึ่งมีต้นทุนค่าใช้จ่ายที่สูงมาก คาดว่าหากเข้าไปประเมินหลังน้ำลดความเสียหายอาจทวีคูณเพิ่มขึ้น ซึ่งรวมถึงการขาดรายได้ช่วงไฮซีซั่นที่เป็นช่วงปิดเทอมและสิ้นปี จากปิด 6 เดือนจะหายไปหลัก 100 ล้านบาท
ลุ้นแบงก์ต่อลมหายใจอาณาจักรหมื่นล้าน
“น้ำท่วมครั้งนี้ทำให้เรามีความท้อใจบ้าง แต่คงต้องสู้ ความสียหายที่เกิดขึ้นแม้จะมีวงเงินประกัน แต่ไม่สูงมาก โดยมีประกันคุ้มครองทรัพย์สิน 195 กว่าล้านบาท รวมถึงรอดูมาตรการภาครัฐที่ช่วยเหลือ และหารือกับสถาบันการเงินเพื่อขอยืดเวลาการชำระหนี้ออกไปอีก 3-4 ปี หรืออย่างน้อย 6 เดือนก็ยังดี และขอสนับสนุนสินเชื่อเพิ่มเติมในการลงทุนครั้งใหม่อย่างน้อย 300-500 ล้านบาท” นายวุฒิชัยกล่าว
นายวุฒิชัยกล่าวว่า สวนสยามมีเนื้อที่ประมาณ 250 ไร่ ถือว่าเป็นอาณาจักรที่มีความมั่งคั่งด้านที่ดิน ซึ่งอยู่ในทำเลมีศักยภาพ ใกล้รถไฟฟ้าสายสีชมพู และมอเตอร์เวย์ คิดเป็นมูลค่าร่วม 10,000 ล้านบาท