เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
Economic Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
ดูทั้งหมด

ตบเท้าซื้อกิจการเวียดนาม ล็อกเป้าธุรกิจการแพทย์-อสังหาฯ

21 ส.ค. 2561 | 20:15น.

คอลัมน์ Market Move

เวียดนามยังคงเป็นเป้าหมายสำคัญของการเข้าซื้อหรือควบรวมกิจการจากบริษัทต่างชาติ หวังใช้เป็นทางลัดเข้าสู่ตลาดที่กำลังมาแรงนี้ โดยข้อมูลจาก “เคเอ็มพีจี” หนึ่งในบริษัทผู้ตรวจบัญชีรายใหญ่ระบุว่า เพียง 6 เดือนแรกของปีนี้มีการซื้อหรือควบรวมกิจการไปแล้วกว่า 3.55 พันล้านเหรียญสหรัฐ สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 55% ต่อเนื่องจากปี 2560 ที่มูลค่าดีลสูงถึง 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มจากปี 2559 ถึง 175% ส่วนหนึ่งเป็นผลจากดีลยักษ์ที่ไทยเบฟทุ่มเงิน 5 พันล้านเหรียญสหรัฐ เข้าซื้อหุ้น 54% ของโรงงานเบียร์ซาเบโค

อย่างไรก็ตาม ปีนี้ธุรกิจเป้าหมายการซื้อหรือควบรวมกิจการมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไป โดยเซ็กเมนต์อสังหาฯและการเงินกลับมาแรงด้วยสัดส่วน 66.7% และ 19% ของมูลค่ารวม แซงหน้าเซ็กเมนต์อาหารและเครื่องดื่ม หลังดีลไทยเบฟ-ซาเบโค ช่วยให้มีสัดส่วนถึง 57% จนครองอันดับ 1 เมื่อปีที่แล้ว เป็นผลจากการขยายตัวของเขตเมืองและดีมานด์ธุรกิจที่พักอย่าง โรงแรม รีสอร์ต และเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ เช่นเดียวกับจำนวนที่ดินเปล่าซึ่งเกือบทั้งหมดอยู่ในมือผู้ประกอบการท้องถิ่น

“ปีที่แล้วกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มมาแรงเพราะเป็นใบเบิกทางเข้าถึงกลุ่มชนชั้นกลางที่กำลังเติบโตและพยายามอัพเกรดไลฟ์สไตล์ด้วยสินค้าคุณภาพสูงขึ้น ดึงดูดผู้เล่นรายใหญ่ให้เข้ามาซื้อกิจการ โดยเฉพาะไทยและเกาหลีใต้ ซึ่งต้องการเข้าถึงเครือข่ายขนส่ง-กระจายสินค้า เพื่อทำตลาดสินค้าจากประเทศตนเองด้วย”

ขณะเดียวกัน ธุรกิจยาและสุขภาพ (life sciences) เป็นอีกเซ็กเมนต์ที่มีแนวโน้มมาแรง เนื่องจากช่วยให้บริษัทต่างชาติสามารถข้ามขั้นตอนการขอใบอนุญาตด้านต่าง ๆ ไปได้ในครั้งเดียว อีกทั้งรัฐบาลเวียดนามมีนโยบายปรับปรุงกระบวนการขอใบอนุญาตและการกำกับดูแลกิจการด้านการแพทย์ เพื่ออัพเกรดระบบบริการสุขภาพให้ทันกับการเติบโตของประเทศ

ส่วนนักช็อปรายหลักยังคงเป็นบริษัทจาก 3 ยักษ์เศรษฐกิจเอเชีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน อย่างไรก็ตาม มูลค่าดีลรวมทั้งปีอาจลดจาก 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เหลือ 6.5-6.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากยังไม่มีข่าวคราวของดีลขนาดใหญ่ระดับซาเบโค

ทั้งนี้ กระแสการแห่ซื้อหรือควบรวมกิจการในเวียดนาม ดูจะยังไม่หยุดลงง่าย ๆ

“วอริค เซลีน” ประธานและซีอีโอของเคเอ็มพีจี เวียดนาม และกัมพูชา อธิบายว่า ข้อตกลงความครอบคลุมและก้าวหน้าเพื่อหุ้นส่วนการค้าภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิก หรือ CPTPP ซึ่งเวียดนามลงนามร่วมกับสมาชิกอื่นอีก 10 ประเทศในเอเชีย-แปซิฟิกเมื่อเดือน มี.ค. โดยมีแนวคิดยกเลิกภาษีศุลกากรครอบคลุมสินค้าและบริการถึง 98% ในตลาดรวม ยิ่งทำให้การลงทุนในเวียดนามหอมหวานในสายตานักลงทุนญี่ปุ่นและเกาหลียิ่งขึ้น

สอดคล้องกับความเคลื่อนไหวของรัฐบาล โดยรองนายกรัฐมนตรี “เวือง ดิง เล” กล่าวว่า รัฐบาลมีเป้าหมายให้การตั้งธุรกิจหรือซื้อ-ควบรวมกิจการง่ายขึ้น ด้วยการลดขั้นตอนการตั้งและลงทุนในธุรกิจลง 30-50% พร้อมปรับปรุงกฎระเบียบเกี่ยวกับการจัดการธุรกิจที่รัฐบาลถือหุ้นให้รัดกุมยิ่งขึ้น เพื่อรักษาสถานะในตลาดหลักทรัพย์และสร้างความมั่นใจให้นักลงทุน

อย่างไรก็ตามแม้จะมีปัจจัยหนุนมากมาย แต่ยังมีความท้าทายเหลืออยู่ นั่นคือกิจการส่วนใหญ่ยังเป็นขนาดเล็กถึงกลาง จึงไม่มีแผนธุรกิจระยะยาว เช่นเดียวกับทัศนคติของเจ้าของกิจการที่ยังต้องการคุมธุรกิจด้วยตนเอง และมองการถูกซื้อหรือควบรวมกิจการในทางลบ รวมถึงความสามารถของหน่วยงานรัฐในการจัดการข้อพิพาทระหว่างคู่สัญญายังไม่ดีนัก

จึงต้องรอดูกันว่าไตรมาสสุดท้ายของปีนี้จะมีดีลใหญ่ในเวียดนามเกิดขึ้นอีกหรือไม่ และกิจการที่ผ่านการซื้อหรือควบรวมไปแล้วจะมีความเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางไหน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เวียดนาม