ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสปรับเพิ่ม หลังน้ำมันคงคลังสหรัฐปรับลดมากกว่าคาด
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐ (EIA) เปิดเผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 9 ต.ค. 69 ปรับลดลง 8.5 ล้านบาร์เรล ซึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับเพิ่มขึ้น 0.2 ล้านบาร์เรล ขณะที่น้ำมันสำเร็จรูปคงคลัง ซึ่งรวมถึงดีเซลได้ปรับลดลงเช่นกัน สะท้อนอุปทานน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปในสหรัฐที่ตึงตัวกว่าคาด
ตลาดประเมินความเป็นไปได้ที่รัฐบาลสหรัฐจะผ่อนปรนมาตรการ คว่ำบาตรต่อกลุ่มเรือขนส่งน้ำมันนอกระบบ (Shadow Fleet) เพื่อบรรเทาปัญหาค่าระวางเรือบรรทุกน้ำมันที่พุ่งสูง โดยข้อเสนออาจอนุญาตให้เรือที่เคยถูกขึ้นบัญชีดำกลับมาขนส่งน้ำมันที่ไม่ติดมาตรการคว่ำบาตรได้อย่างถูกกฎหมาย
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 15 ต.ค. 2569 อยู่ที่ 97.97 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +2.88 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 105.92 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.14 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอนี้ยังไม่ครอบคลุมน้ำมันจากรัสเซียและอิหร่าน ซึ่งหากดำเนินการจริงจะช่วยเพิ่มความพร้อมของเรือขนส่งและเร่งการระบายน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์จากอ่าวเปอร์เซียสู่ตลาดโลกได้ ซึ่งอาจช่วยลดข้อจำกัดด้านการขนส่งและบรรเทาความตึงตัวของอุปทาน อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพิจารณา
ซาอุดีอาระเบียและกลุ่มฮูตีในเยเมนยังคงยกระดับการปะทะ ซึ่งมีรายงานการโจมตีเรือขนส่งสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซเพิ่มขึ้นในช่วงหลายวันที่ผ่านมา โดยล่าสุดเรือที่จดทะเบียนในสิงคโปร์ลำหนึ่งถูกโจมตี และจมลงในช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ตลาดยังคงมีความเสี่ยงที่การผลิตและการขนส่งน้ำมันจากตะวันออกกลางจะหยุดชะงัก
สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ประกาศว่าประเทศสมาชิกจะระบายน้ำมันดีเซลจากคลังสำรองมากกว่า 20 ล้านบาร์เรล เพื่อบรรเทาราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่อยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม ปริมาณดังกล่าวคิดเป็นความต้องการใช้ดีเซลทั่วโลกเพียงเล็กน้อย และยังไม่มีการกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนในการระบาย
