ตำบลหล่งเฉิง พลิกโฉมสวนผลไม้เก่า สู่โรงเรือนบลูเบอร์รีอัจฉริยะ
บลูเบอร์รีภายในโรงเรือนเพาะปลูก (ภาพโดย หมี่ หยวน ผู้สื่อข่าว People’s Daily Online)
ตำบลหล่งเฉิง อำเภอฉินอัน เมืองเทียนสุ่ย มณฑลกานซู่ กำลังปรับเปลี่ยนสวนแอปเปิลเก่าที่ให้ผลตอบแทนลดลงเป็นฐานเพาะปลูกบลูเบอร์รีสมัยใหม่ เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตและสร้างรายได้ให้ชุมชน หลังอุตสาหกรรมแอปเปิลซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญของท้องถิ่นเผชิญปัญหาสายพันธุ์เสื่อมคุณภาพและความผันผวนของตลาด

โรงเรือนอัจฉริยะสำหรับเพาะปลูกบลูเบอร์รี
(ภาพโดย หมี่ หยวน ผู้สื่อข่าว People’s Daily Online)
“ในปี 1992 ตำบลได้นำเข้าแอปเปิลสายพันธุ์ฉางฟู่ 2 ฮุ่ยหมิน และมิยาซากิ เป็นต้น จากเมืองชีเสีย มณฑลซานตง และพัฒนาเป็นฐานเพาะปลูกแอปเปิลคุณภาพสูงขนาด 1,000 หมู่ (ราว 416 ไร่) โดยอุตสาหกรรมแอปเปิลเคยเป็นอุตสาหกรรมหลักที่ช่วยเพิ่มรายได้และสร้างความมั่งคั่งให้แก่ประชาชนในท้องถิ่น” เจิ้ง หย่งปิน ประธานสภาผู้แทนประชาชนประจำตำบลหล่งเฉิง กล่าวว่า ต่อมาเนื่องจากปัจจัยหลายประการ เช่น สายพันธุ์แอปเปิลที่เสื่อมคุณภาพตามอายุและความผันผวนของตลาด ทำให้ผลตอบแทนจากการปลูกแอปเปิลในพื้นที่ราบลุ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง
ในปี 2025 ตำบลหล่งเฉิงร่วมมือกับบริษัทที่เกี่ยวข้องลงทุน 24 ล้านหยวน พัฒนาพื้นที่สวนผลไม้เดิม 120 หมู่ (ราว 50 ไร่) โดยก่อสร้างโรงเรือนอัจฉริยะ 9 หลัง และปลูกต้นกล้าบลูเบอร์รี 26,000 ต้นภายในเดือนกันยายน โครงการใช้รูปแบบร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐกับเอกชนในอัตราส่วน 1:1 โดยกลุ่มเศรษฐกิจส่วนรวมของ 4 หมู่บ้านได้รับประโยชน์จากค่าเช่าสิ่งอำนวยความสะดวกที่ภาครัฐลงทุนก่อสร้าง

โรงเรือนเพาะปลูกบลูเบอร์รี (ภาพโดย หมี่ หยวน ผู้สื่อข่าว People’s Daily Online)
ฐานเพาะปลูกมีระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ ระบบให้น้ำและปุ๋ยแบบแม่นยำ ตลอดจนการตรวจวัดและปรับสภาพวัสดุปลูก เพื่อให้เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของบลูเบอร์รี โดยมีแผนจำหน่ายผลผลิตสดก่อนเทศกาลตรุษจีน
โครงการยังช่วยสร้างงานให้คนในพื้นที่ โดยมีการจ้างงานแล้วมากกว่า 200 คนครั้ง และมีตำแหน่งงานประจำใกล้บ้านกว่า 60 ตำแหน่ง ชาวบ้านรายหนึ่งระบุว่า การทำงานในฐานเพาะปลูกช่วยให้มีรายได้ประจำมากกว่า 2,000 หยวนต่อเดือน พร้อมเรียนรู้เทคนิคการดูแลบลูเบอร์รีจากผู้เชี่ยวชาญ
ในระยะต่อไป ตำบลหล่งเฉิงมีแผนสร้างสายการผลิตแปรรูปและพัฒนาสวนท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเก็บผลผลิตด้วยตนเอง เพื่อขยายห่วงโซ่อุตสาหกรรมและเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง

ระบบให้น้ำและปุ๋ยแบบผสมผสาน (ภาพโดย หมี่ หยวน ผู้สื่อข่าว People’s Daily Online)
ที่มา People’s Daily Online