พลิกโฉมที่ดินบางซื่อ-ตลาดจตุจักร-ท่าเรือคลองเตย ปั้นย่านเศรษฐกิจ ศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่
“พิพัฒน์”ลุยพลิกโฉมที่ดินกลางกรุง บางซื่อ-ตลาดจตุจักร-ท่าเรือคลองเตย ปั้นย่านเศรษฐกิจ ศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ เผยเตรียมถกผู้ค้าจตุจักรเปิดขาย 6 วัน หลังกทม.ส่งคืนม.ค.71
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมยังมีแผนจะพัฒนาพื้นที่สถานกลางบางซื่อ มีพื้นที่กว่า 2,000 ไร่ เป็นเชิงพาณิชย์ และให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตั้งเป้าให้เป็น Smart City ศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ และมีแผนจะปรับโฉมตลาดจตุจักร พื้นที่ 68 ไร่ ที่ร.ฟ.ท.จะรับคืนจากกรุงเทพมหานคร(กทม.) โดยให้เอกชนมาบริหาร เพราะมีประสบการณ์มากกว่าร.ฟ.ท.
“ได้หารือกับผู้ค้าจะแบ่งพื้นที่เป็น 4 ส่วน ทยอยปรับปรุงทีละส่วน เพื่อขึ้นโครงสร้างหลังคาสูงทั้งโครงการ จะไม่สร้างอาคารใหม่ ทำเป็นตลาดนัดเหมือนเดิม แต่จัดระเบียบทำให้อากาศถ่ายเท สะอาด เดินแล้วไม่สับสน และให้เปิดขายอาทิตย์ละ 6 วัน ผมโตในตลาด รู้ว่าคนมาเดินตลาด เขาชอบแบบไหน”
นายพิพัฒน์กล่าวว่า นอกจากนี้จะพัฒนาท่าเรือคลองเตยพื้นที่กว่า 2,353 ไร่ เป็นเชิงพาณิชย์และเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ไม่มีกาสิโน โดยจะย้ายท่าเรือคลองเตยไปที่ท่าเรือแหลมฉบัง แต่อาจจะคงไว้บางส่วนเพื่อขนส่งสินค้า อาทิ อาหารสดหรือผลไม้สดที่ต้องการความรวดเร็วและจะกั้นพื้นที่บางส่วนพัฒนาเป็นอาคารที่อยู่อาศัยรองรับชุมชนทั้ง 26 ชุมชน มีสิ่งอำนวยความสะดวก โรงพยาบาล โรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก เด็กอ่อน ซึ่งการเจรจาเบื้องต้นพร้อมย้ายออก
“ที่ดินคลองเตยส่วนใหญ่จะนำมาพัฒนาเป็นเชิงพาณิชย์ สร้างย้านเศรษบกิจริมแม่น้ำเจ้าพระยา ศูนย์กลางธุรกิจ การค้า การท่องเที่องแห่งใหม่ เปิด PPPให้เอกชนมาลงทุนพัฒนา เช่นเดียวกับสถานีกลางบางซื่อที่ให้เอกชนลงทุนเพราะเราไม่ใช่มืออาชีพ การลงทุนต้องให้มืออาชีพมาลงทุน คิดว่า 2 พื้นที่นี้ หากพัฒนาได้ จะเป็นรายได้มาช่วยพยุงการท่าเรือและไม่ให้ร.ฟ.ท.ขาดทุนไปมากกว่านี้”นายพิพัฒน์กล่าว
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) กล่าวว่า จะหารือร่วมกับปลัดกทม.ถึงแผนการส่งคืบตลาดนัดจตุจักร ซึ่งร.ฟ.ท.พร้อมรับคืน โดยแนวคิดส่วนตัวจะปรับโฉมใหม่ เนื่องจากทรัพย์สินเดิมเก่าแล้ว แต่ยังทำเป็นตลาดนัดเหมือนเดิม แต่จะปรับโฉมใหม่ ไม่ถึงกับทำเป็นอาคารถาวร แต่ปรับให้ดีกว่าเดิม คงไม่บริหารเอง หลังกทม.ส่งคืนกลับมา จะหาผู้มีความเชี่ยวชาญด้านตลาดมาบริหาร
“มูลค่าทรัพย์สินของตลาดน่าจะเพิ่มขึ้น เพราะมูลค่าที่ดินสูงขึ้น ถ้ากทม.จะยังรับต่อ ขอให้จ่ายค่าเช่าตามที่ประเมินกันใหม่ และถ้ากทม.ส่งคืนร.ฟ.ท.ก็ต้องประเมินค่าเช่าแผงใหม่ทั้งหมด” นายอนันต์กล่าว