Skip to content

ตลาดนัดจตุจักร ถึงจุดเปลี่ยน ‘ชัชชาติ’ ส่งคืนรถไฟ ปลดหนี้พันล้าน

16 พ.ค. 2569 | 14:26น.
ตลาดนัดจตุจักร ถึงจุดเปลี่ยน ‘ชัชชาติ’ ส่งคืนรถไฟ ปลดหนี้พันล้าน

กลับมาอยู่ความสนใจอีกครั้ง หลัง “ชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ” ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ออกมาระบุจะส่งคืน “ตลาดจตุจักร” ตลาดนัดใหญ่ที่สุดในโลกด้วยเนื้อที่กว่า 68 ไร่ กลับสู่อ้อมกอดของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.)

นายชัชชาติระบุว่า เนื่องจาก กทม.ไม่มีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการตลาด และต้องการให้ ร.ฟ.ท. หรือรัฐบาลนำไปพัฒนาเป็น Soft Power Gateway เพื่อประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวที่สูงขึ้นในอนาคตและสร้างรายได้ให้กับประเทศ

แต่การส่งคืนก็ไม่ได้ง่าย ด้วย กทม.ยังมีหนี้ค่าเช่าค้างจ่าย ร.ฟ.ท. รวมเงินต้นและดอกเบี้ยอยู่ที่กว่า 1,338 ล้านบาท นับจากปี 2561 ที่คณะรัฐมตรียุครัฐบาล คสช. มี มติให้ ร.ฟ.ท.ส่งคืนตลาดนัดจตุจักรให้ กทม.บริหาร หลังผู้ค้าในตลาดร้องระงมค่าเช่าแผงที่ ร.ฟ.ท. เก็บในอัตรา 3,157 บาทต่อแผงต่อเดือน

ตลาดนัดจตุจักร

ทำให้ “รัฐบาลประยุทธ์” บรรเทาความเดือดร้อนโดยให้ กทม.กลับเข้ามาบริหารแทน ร.ฟ.ท.ที่บริหารมาตั้งแต่ปี 2554 และให้ กทม.จ่ายค่าเช่าให้ ร.ฟ.ท.ปีละกว่า 169 ล้านบาทต่อปี โดยมีระยะเวลาเช่าถึงปี 2571

แต่จากวันนั้นถึงวันนี้ แม้ในทางนิตินัยจะมีมติคณะรัฐมนตรีให้ ร.ฟ.ท.โอนอำนาจบริหารให้ กทม. แต่ในทางพฤตินัย ยังไม่มีการเซ็นสัญญาและจ่ายค่าเช่าแต่อย่างใด ทั้งที่ กทม.เข้ามาบริหารตลาดและเก็บค่าเช่าในอัตรา 1,800 บาทต่อแผงต่อเดือน ตลอด 8-9 ปีที่ผ่านมา

“ยืนยันหลักการบริหารจัดการ เมื่อเป็นหนี้ก็ต้องชำระ หากได้ข้อสรุปตัวเลขที่ถูกต้องและเป็นธรรม กทม.มีงบเพียงพอ แต่ปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนการยื่นอุทธรณ์เพื่อขอข้อยุติเรื่องตัวเลขที่ชัดเจนและการขอยกเว้นดอกเบี้ยในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมาเราหารือกับการรถไฟฯ มาโดยตลอด” สัญญาณล่าสุดจากนายชัชชาติ

ปัจจุบัน ”ตลาดนัดจตุจักร“ มีแผงค้าทั้งหมดกว่า 10,000 แผง ส่วนใหญ่เป็นผู้เช่าช่วง และเซ้งกันมาหลายต่อ จนค่าเช่าราคาพุุ่งไปแตะหลัก 10,000 บาทต่อแผงต่อเดือนในบางโซน ที่คนเดินคึกคักอย่างโซนรอบนอก

ขณะที่โซนอยู่ข้างใน แทบจะไร้ซึ่งผู้คน สะท้อนจากการขึ้นป้ายให้เช่าเซ้ง หลังสถานการณ์เศรษฐกิจและการค้าขายไม่คึกคักเหมือนเดิม ซึ่งพ่อค้าและแม่ค้าโอดครวญเป็นเสียงเดียวกันว่า ”ยอดขายหายไป 60%“

ย้อนดูข้อมูล กทม. เมื่อปี 2568 ซึ่งได้ระบุถึงสถานการณ์ตลาดนัดจตุจักรว่ามีแผงค้าทั้งหมด 10,334 แผง และมีแผงว่าง 2,028 แผง คิดเป็น 20% โดยมีทั้งเจ้าของเดิมเสียชีวิตอยู่ระหว่างโอนสิทธิ, บอกเลิกสัญญาแล้วอยู่ระหว่างส่งฟ้องคดี ส่วนใหญ่ร้านค้าที่ขายดีเป็นร้านค้าที่อยู่ตามแนวถนนสายหลัก ส่วนร้านค้าด้านในบางโซนคนเดินไม่ถึงทำให้เกิดแผงว่าง

 

ด้านแหล่งข่าวจาก ร.ฟ.ท. กล่าวว่า ร.ฟ.ท.เป็นเจ้าของพื้นที่ ถ้าหาก กทม.จะส่งคืนตลาดจตุจักรจริง ถือว่าเป็นเรื่องดี แต่จะด้วยศักยภาพของ ร.ฟ.ท. ด้านการบริหารจัดการที่มีบุคลากรไม่เพียงพอ ก็ต้องจ้างเอาต์ซอร์สมาทำ เรื่องนี้ต้องหารือกันต่อไป ซึ่ง กทม.ก็กำลังจะเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ ไม่รู้ว่านโยบายจะเปลี่ยนไปหรือไม่ รวมถึงนโยบายจากรัฐบาลด้วย จะมีการพัฒนาตลาดแห่งนี้อย่างไรต่อไป เพราะตลาดจตุจักรถือเป็นแลนด์มาร์กที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกรู้จัก

ด้านผู้ค้าเสียงสะท้อนที่ออกมาส่วนใหญ่อยากให้ตลาดจตุจักรอยู่ในความดูแลของ กทม.เหมือนเดิม เพราะค่าเช่าถูกกว่า ร.ฟ.ท. หรือหาก กทม.ยืนยันจะส่งคืน ร.ฟ.ท. ก็ขอให้อย่าปรับค่าเช่าขึ้น