เช็กรายชื่อเอกชนรับเหมา ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ กฟน.-กฟภ. พร้อมกางเงื่อนไขกู้หนุน 5 หมื่น
เปิดเช็กลิสต์รายชื่อเอกชนรับเหมาติดตั้งโซลาร์ภาคประชาชนที่ขึ้นทะเบียนกับการไฟฟ้าถูกต้อง ชี้หากใช้นอกเหนือรายชื่อหมดสิทธิ์รับเงินสนับสนุน 50,000 บาท พร้อมเปิดเกณฑ์จัดกลุ่มผู้ค้าตามทุนจดทะเบียน S-XL และรายละเอียดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 2.5% ก่อนลงทะเบียนถึง 31 ม.ค. 2570
รายชื่อเอกชนรับเหมาที่ขึ้นทะเบียนกับ กฟภ. และ กฟน.
หลังจากที่ ครม. มีมติอนุมัติโครงการภายใต้กรอบการดำเนินงานตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 เพื่อดำเนินการโครงการและมาตรการด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน วงเงิน 50,000 ล้านบาท (เฉพาะโครงการโซลาร์ภาคประชาชน)
ล่าสุด ความสนใจตอนนี้ของหลายคนพบว่ามีเงื่อนไขสำคัญที่สุดของโครงการโซลาร์ภาคประชาชน คือ การติดตั้งต้องดำเนินการโดย กฟภ., กฟน. หรือผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนไว้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) หรือ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เท่านั้น หากผู้ติดตั้งไม่อยู่ในรายชื่อผู้ให้บริการที่ขึ้นทะเบียน จะไม่ได้รับเงินสนับสนุนจากภาครัฐ
โดยประชาชนและผู้สนใจสามารถตรวจสอบรายชื่อเอกชนรับเหมาติดตั้งที่ผ่านการขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการได้ทางออนไลน์
- รายชื่อเอกชนรับเหมาที่ลงทะเบียนกับ กฟภ. (พื้นที่กรุงเทพฯ และภูมิภาค): สามารถตรวจสอบรายชื่อทั้งหมดได้ที่เว็บไซต์ https://peoplesolar.pea.co.th/vendors
- รายชื่อเอกชนรับเหมาที่ลงทะเบียนกับ กฟน. (การไฟฟ้านครหลวง): สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้รับจ้างติดตั้งได้ที่เว็บไซต์
https://peoplesolar.mea.or.th/vendorซึ่งปัจจุบันมีรายชื่อผู้รับจ้างติดตั้งทั้งหมด 665 ราย (แสดงผล 34 หน้า)
เกณฑ์การขึ้นทะเบียนผู้ค้า 4 กลุ่มตามทุนจดทะเบียน
สำหรับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบการ/เอกชนรับเหมาที่รับติดตั้งในโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ได้มีการจัดแบ่งกลุ่มผู้ค้าออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ตามเกณฑ์ทุนจดทะเบียน ดังนี้
- กลุ่ม S: มีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 5 แสนบาท
- กลุ่ม M: มีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท
- กลุ่ม L: มีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 3 ล้านบาท
- กลุ่ม XL: มีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท
สำหรับเป้าหมายสำคัญของโครงการ ประกอบด้วย
- ประชาชนเข้าร่วมโครงการ 1,000,000 ครัวเรือน
- รัฐบาลสนับสนุนวงเงินอุดหนุน 50,000 บาทต่อครัวเรือน
- วงเงินสนับสนุนรวมตามเป้าหมายสูงสุด 50,000 ล้านบาท
- ประเมินศักยภาพในการลดค่าไฟฟ้ารวมกว่า 24,500 ล้านบาทต่อปี
- เปิดลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2569 ถึง 31 มกราคม 2570
- ประชาชนมีโอกาสสร้างรายได้จากการขายไฟฟ้าส่วนเกินเข้าสู่ระบบ
เงื่อนไขและคุณสมบัติสำคัญของผู้เข้าร่วมโครงการ
- สิทธิการลงทะเบียน: กำหนดให้ผู้เข้าร่วมต้องเป็นเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้า โดยใช้หลักเกณฑ์ 1 คน ต่อ 1 สิทธิ
- มาตรการป้องกันการทุจริต: ภาครัฐจะอนุมัติและจ่ายเงินอุดหนุน 50,000 บาท ก็ต่อเมื่อการไฟฟ้าฯ (กฟน. หรือ กฟภ.) เข้าไปตรวจสอบและดำเนินการเชื่อมต่อระบบเข้ากับโครงข่ายไฟฟ้าเรียบร้อยแล้วเท่านั้น
- ทางเลือกสำหรับผู้ไม่มีเงินก้อน:
- ภาครัฐได้ดึง 3 สถาบันการเงินของรัฐ ได้แก่ ธนาคารออมสิน, ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เข้ามาปล่อยสินเชื่อพิเศษสำหรับเป็นเงินลงทุนติดตั้งก่อน ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 2.5% นาน 7 ปี
- มีแนวทางให้การไฟฟ้าฯ รับซื้อไฟฟ้าแล้วนำรายได้ส่วนนั้นมาหักชำระหนี้คืนสถาบันการเงินให้อัตโนมัติ ช่วยลดภาระทำให้ประชาชนแทบไม่ต้องควักเงินก้อนลงทุนเอง
โครงสร้างต้นทุนและการจ่ายเงินอุดหนุน 50,000 บาท
- ตัวอย่างการคำนวณค่าใช้จ่าย: หากติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อปขนาดมาตรฐาน 5 กิโลวัตต์ จะมีค่าใช้จ่ายเบื้องต้นประมาณ 140,000 บาท เมื่อหักเงินสนับสนุนจากภาครัฐ 50,000 บาท จะทำให้ประชาชนมีภาระเงินลงทุนส่วนที่เหลือเพียง 90,000 บาท (ซึ่งสามารถเลือกใช้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจาก 3 ธนาคารรัฐมารองรับได้)
- การจ่ายเงินอุดหนุน: ในส่วนของเงินอุดหนุน 50,000 บาท ภาครัฐจะทำการโอนจ่ายให้กับ ผู้ประกอบการที่รับงานติดตั้งโดยตรง หลังจากระบบติดตั้งเสร็จสิ้นและผ่านการตรวจสอบอนุมัติการเปิดใช้งานเชิงพาณิชย์ (COD) จากการไฟฟ้าฯ
ขั้นตอนการลงทะเบียนผ่านศูนย์ One Stop Service
การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ได้เตรียมเปิดระบบบริการเพื่ออำนวยความสะดวกแบบครบวงจร ดังนี้:
- ศูนย์บริการ One Stop Service: ประชาชนสามารถเข้าไปลงทะเบียน กรอกข้อมูล และดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดผ่านระบบออนไลน์หรือจุดบริการของการไฟฟ้าฯ ได้ในรูปแบบเดียวกัน
- การเลือกผู้ประกอบการ (Vendor): มีผู้ประกอบการที่ผ่านการขึ้นทะเบียนกับ กฟภ. และ กฟน. เข้าร่วมเป็นพันธมิตรนับพันราย โดยผู้ประกอบการเหล่านี้ต้องมีความรู้และชำนาญเพื่อให้การติดตั้งได้มาตรฐานความปลอดภัย
- การบริหารจัดการคิวและระยะเวลา: เพื่อแก้ปัญหาการรอคิวติดตั้งนาน ทาง กฟภ. ได้จัดระบบพิจารณาศักยภาพผู้ประกอบการแต่ละรายเพื่อควบคุมปริมาณงานไม่ให้เกินกำลัง และตั้งเป้าว่าหากติดตั้งเสร็จและครบถ้วนตามเงื่อนไข จะสามารถเปิดใช้งานเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ภายใน 30 วัน
การจัดการระบบโครงข่ายและมิเตอร์อัจฉริยะ
- การเปลี่ยน Smart Meter: การไฟฟ้าฯ จะเป็นผู้ดำเนินการเปลี่ยนระบบมิเตอร์จานหมุนเดิมให้เป็น มิเตอร์อัจฉริยะ (Smart Meter) ให้โดยอัตโนมัติ เนื่องจากระบบโซลาร์เซลล์ทำให้กระแสไฟฟ้าไหลเข้า-ออกได้สองทิศทาง อุปกรณ์นี้จึงจำเป็นต้องใช้ในการตรวจวัดและบันทึกข้อมูลการใช้ไฟ ซึ่งข้อมูลจะเชื่อมโยงกับการลงทะเบียนของประชาชนโดยตรง
- การรองรับระบบไฟฟ้า: การไฟฟ้าฯ จะเตรียมแพลตฟอร์ม Energy Trading สำหรับอนาคต และมีการประเมินปรับปรุงขนาดหม้อแปลงหรือระบบจำหน่ายในพื้นที่ เพื่อป้องกันปัญหาแรงดันไฟฟ้าเกินและรักษาความปลอดภัยแก่เครื่องใช้ไฟฟ้าของประชาชน