เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไทยเจ้าภาพประชุมระดับโลก ‘Interferry 2026’ รวมผู้นำอุตสาหกรรมเรือข้ามฟากจากทั่วโลก
Biz Movement ไทยเจ้าภาพประชุมระดับโลก ‘Interferry 2026’ รวมผู้นำอุตสาหกรรมเรือข้ามฟากจากทั่วโลก
บิ๊กเซอร์ไพรส์วงการธุรกิจ ทายาทมหาเศรษฐีเมืองไทย ซี.พี. จับมือ ค่ายบุญรอด คลอดบิ๊กโปรเจ็กต์
Biz Movement บิ๊กเซอร์ไพรส์วงการธุรกิจ ทายาทมหาเศรษฐีเมืองไทย ซี.พี. จับมือ ค่ายบุญรอด คลอดบิ๊กโปรเจ็กต์
ก.ล.ต. เตือนเจ้าหนี้หุ้นกู้ JKN 7 รุ่น เร่งรักษาสิทธิ ยื่นรับชำระหนี้ภายใน 1 ธ.ค.
Finance ก.ล.ต. เตือนเจ้าหนี้หุ้นกู้ JKN 7 รุ่น เร่งรักษาสิทธิ ยื่นรับชำระหนี้ภายใน 1 ธ.ค.
BAY รับโอนพอร์ตสินเชื่อรถจาก CIMBT สำเร็จ หลังเคลียร์เงื่อนไขครบ
Finance BAY รับโอนพอร์ตสินเชื่อรถจาก CIMBT สำเร็จ หลังเคลียร์เงื่อนไขครบ
นายกฯ เปิด ‘พืชสวนโลกอุดรฯ’ มั่นใจช่วยพัฒนาตลาด-สร้างโอกาสธุรกิจ
Politics นายกฯ เปิด ‘พืชสวนโลกอุดรฯ’ มั่นใจช่วยพัฒนาตลาด-สร้างโอกาสธุรกิจ
‘ผยง ศรีวณิช’ คว้ารางวัลใหญ่ “Best CEO Awards” พร้อมอีก 2 รางวัลจาก SET Awards 2026 
Biz Movement ‘ผยง ศรีวณิช’ คว้ารางวัลใหญ่ “Best CEO Awards” พร้อมอีก 2 รางวัลจาก SET Awards 2026 
สัมมนาประชาชาติธุรกิจส่งท้ายปี ดึง 2 สตาร์ตอัพระดับท็อป ‘หมอคิด-กรวัฒน์’ จุดพลุ THAILAND 2027
Biz Movement สัมมนาประชาชาติธุรกิจส่งท้ายปี ดึง 2 สตาร์ตอัพระดับท็อป ‘หมอคิด-กรวัฒน์’ จุดพลุ THAILAND 2027
พืชสวนโลกอุดรฯ วันแรกคนเกือบ 9 พัน “สุริยะ” คาด 4 เดือนเงินสะพัด 2 หมื่นล้าน
Economic พืชสวนโลกอุดรฯ วันแรกคนเกือบ 9 พัน “สุริยะ” คาด 4 เดือนเงินสะพัด 2 หมื่นล้าน
ต่างชาติซื้อ 2 วันติดยังเอาไม่อยู่! หุ้นไทยเฉียดหลุด 1,500 จุด DELTA-PTTEP ฉุดตลาด
Finance ต่างชาติซื้อ 2 วันติดยังเอาไม่อยู่! หุ้นไทยเฉียดหลุด 1,500 จุด DELTA-PTTEP ฉุดตลาด
เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ เกี่ยวอะไรกับประเทศไทย ?
News เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ เกี่ยวอะไรกับประเทศไทย ?
ดูทั้งหมด

ยูนิแอร์ : เมื่อ ‘ความอึด’ ไม่ใช่แค่สินค้า แต่เป็น DNA ของแบรนด์ไทย 54 ปี

02 พ.ย. 2569 | 17:44น.
EXCLUSIVE
เรื่อง : พฤฒินันท์ สุดประเสริฐ
ภาพ : ชินวัฒ สมหวัง

หากพูดถึงแบรนด์เครื่องปรับอากาศสัญชาติไทยแท้ คงมีไม่กี่ชื่อที่คนไทยพอจะนึกออก หนึ่งในนั้นคือ “ยูนิแอร์ (UNI-Aire)” แบรนด์แอร์สัญชาติไทย ที่อยู่ในตลาดมานานถึง 54 ปี ด้วยการคิดค้นและพัฒนาโดยมันสมองของทีมวิศวกรไทย และกลายเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญงานผลิตเครื่องปรับอากาศ

แต่ด้วยสภาวะการแข่งขันปัจจุบันที่ตลาดเครื่องปรับอากาศมีแบรนด์ใหม่ ๆ แบรนด์ต่างชาติ เข้าสู่สนามมากขึ้น แบรนด์ที่อยู่มานาน 54 ปี แบรนด์นี้ จะใช้ความเก๋าเกมที่มีอยู่ สู้และปรับตัวเพื่อไปต่ออย่างไร

“ประชาชาติธุรกิจ” ชวนสำรวจการเปลี่ยนแปลงของตลาดเครื่องปรับอากาศ ผ่านมุมมอง ดร.ณรัณ ศิริสันธนะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูนิแอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด

จาก Pain Point สู่การสร้างแบรนด์ไทย

จุดเริ่มต้นของแอร์สัญชาติไทยแบรนด์แรก ต้องย้อนกลับไปที่ Pain Point ช่วง 50 ปีก่อน เครื่องปรับอากาศและชิ้นส่วนต้องนำเข้าจากต่างประเทศผ่านทางเรือ ทำให้เมื่อเกิดการชำรุดต้องรออะไหล่นานถึง 3-6 เดือน

นี่จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของยูนิแอร์ เมื่อปี 2515 ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของทีมวิศวกรคนไทย โดยเริ่มต้นจากการออกแบบและผลิตอะไหล่ทดแทน (Aftermarket Spare Parts) ให้กับแบรนด์ต่างชาติในไทย และขยับขยายสู่การนำมาประกอบเป็นเครื่องปรับอากาศ (Finished Product) ได้เองตั้งแต่ปี 2518 ภายใต้แบรนด์ “ยูนิแอร์ (UNI-Aire)” ซึ่งช่วยลดระยะเวลาจัดส่ง (Lead Time) และมีราคาเข้าถึงได้ง่ายกว่าสินค้านำเข้า

ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ภายใต้ “ยูนิแอร์” มีทั้งเครื่องปรับอากาศขนาดเล็กสำหรับที่พักอาศัย เครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์สำหรับสำนักงานและอาคาร ผลิตภัณฑ์สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรม โรงงาน เช่น เครื่องทำน้ำเย็นอุตสาหกรรม (Chiller) ทั้งประเภทระบายความร้อนด้วยอากาศ (Air-Cooled Chiller) และระบายความร้อนด้วยน้ำ (Water-Cooled Chiller) สำหรับใช้หล่อเย็นกระบวนการผลิตในโรงงาน หรือใช้ระบบน้ำเย็นปรับอากาศในอาคารขนาดใหญ่ จนถึงการผลิตและให้บริการชิ้นส่วนอะไหล่รองรับการซ่อมบำรุงระยะยาว

ขณะที่ ดร.ณรัณ เล่าถึงการเข้ามาสานต่อธุรกิจของครอบครัว ในฐานะผู้บริหารรุ่นที่ 3 โดยสะสมประสบการณ์ทำงานในองค์กรสากลทั้งในและต่างประเทศยาวนานกว่า 10 ปี ก่อนตัดสินใจกลับมาช่วยสืบทอดธุรกิจครอบครัว โดยนำแนวทางการบริหารและระบบงานระดับสากลมาปรับประยุกต์ใช้กับธุรกิจครอบครัว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ คุณภาพ และความคุ้มค่าในการดำเนินงาน

ดร.ณรัณ สะท้อนความท้าทายที่ต้องเผชิญในการเข้ามารับช่วงต่อ คือ การที่ต้องรักษาสมดุลระหว่างการมุ่งรักษาชื่อเสียงและคุณค่าของแบรนด์ที่สั่งสมมากว่า 50 ปี ควบคู่ไปกับการก้าวข้าม “ภาพจำเดิม” ของตลาด เพื่อใส่นวัตกรรม เทคโนโลยี และทิศทางใหม่ ๆ ให้แบรนด์ทันสมัยยิ่งขึ้น

“ข้อดีของแบรนด์ที่มีมา 50 ปี คือเราไม่ได้เริ่มจากศูนย์ แต่ข้อด้อยคือแบรนด์มี ‘ภาพจำ’ ถ้าเราต้องการปรับเปลี่ยนอะไร ก็จะต้องสู้กับภาพจำนั้น ควบคู่ไปกับการรักษาชื่อเสียงที่บริษัทสั่งสมมา”

ดร.ณรัณ ศิริสันธนะ

คนซื้อแอร์ มองหามากกว่า “ความเย็น”

ดร.ณรัณ สะท้อนภาพการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคในการมองหาเครื่องปรับอากาศ จากเดิมที่การเลือกติดแอร์ต้องพึ่งพาช่างแนะนำเป็นหลัก ปัจจุบันผู้บริโภคมีความรู้สูงขึ้นและเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายด้วยตนเอง อีกทั้งยังเปรียบเทียบข้อมูลเชิงลึกผ่านเทคโนโลยี: ค้นหารายละเอียด สเป็ก และราคาทั้งตลาดผ่าน Google, YouTube, Influencer และใช้ AI ช่วยเปรียบเทียบฟีเจอร์อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อ ทำให้ผู้บริโภคบางรายทำการบ้านมาลึกกว่าผู้ขาย

ความรอบรู้ของผู้บริโภค กลายเป็นทั้งความท้าทายและโอกาสที่ผู้ผลิตและผู้ขายต้องอัพเดตเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา

“พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ… ปัจจุบันเข้าถึงแหล่งความรู้ได้ง่าย เสิร์ช Google มี AI ถามเหมือนถามช่าง… บางทีผู้บริโภคทำรีเสิร์ชมารายละเอียดหรือรู้เยอะกว่าคนขาย เพราะเขาเปรียบเทียบมาทั้งตลาดแล้ว ทำให้ผู้ผลิตเองก็ต้องอัพเดตและพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา”

ในแง่ความต้องการของผู้บริโภค ดร.ณรัณ แชร์ความเห็นกับเราว่า “ความเย็น” กลายเป็นคุณสมบัติพื้นฐานที่แอร์ทุกเครื่องต้องทำได้อยู่แล้ว ผู้บริโภคจึงมองหาความสะดวกสบายอื่น ๆ ร่วมด้วย

ประหยัดพลังงาน : เนื่องจากค่าไฟของเครื่องปรับอากาศ คิดเป็นสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของบิลค่าไฟทั้งหมด ทั้งผู้บริโภคทั่วไปและองค์กรธุรกิจจึงยกให้ความคุ้มค่าพลังงานเป็นปัจจัยตัดสินใจหลัก

ใส่ใจสิ่งแวดล้อม (Eco-Friendly) : ความคาดหวังเรื่องการใช้สารทำความเย็นที่เป็นมิตรต่อโลก เช่น R32 ซึ่งไม่ทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน และช่วยลดผลกระทบต่อภาวะโลกร้อน (Global Warming)

ความสะดวกผ่าน IoT (Smart Control) : การสั่งงาน เปิด-ปิด และตั้งอุณหภูมิผ่านอินเทอร์เน็ตและสมาร์ทโฟนได้จากนอกบ้าน

สุขอนามัยและสุขภาพ : ฟังก์ชั่นกรองอากาศ ดักจับฝุ่น PM 2.5 และการฆ่าเชื้อโรค กลายเป็นฟีเจอร์สำคัญที่ผู้บริโภคถามหาอย่างมาก นับตั้งแต่เกิดวิกฤต PM 2.5 และโควิด-19

ยืนหยัดด้วยความต่าง

สถานการณ์ตลาดเครื่องปรับอากาศทั่วไปหรือแอร์บ้าน กลายเป็น “Red Ocean” หรือทะเลเลือดที่มีแบรนด์ต่างชาติ ทั้งจากจีน ญี่ปุ่น อเมริกา และยุโรป เข้ามาแข่งขันจำนวนมาก แม้ตัวสินค้ามาตรฐานจะตรงไปตรงมา แต่ราคาถูกกดดันจนแข่งขันได้อย่างยากลำบาก

ดร.ณรัณ สะท้อนมุมมองในฐานะแบรนด์ท้องถิ่น (Local Brand) ที่มีทรัพยากรจำกัด การฝืนสู้ในตลาดแมสจะทำให้ต้อง “รบสองศึกพร้อมกัน” ทำให้แบรนด์ต้องเลือกฉีกตัวเองออกมายังจุดที่การแข่งขันรุนแรงน้อยกว่า

ดร.ณรัณ เล่าถึงทิศทางการสู้ในสนามเครื่องปรับอากาศ โดยจับ 2 ส่วนหลัก

ส่วนแรกคือ การหันมาเน้น Niche Market หรือตลาดเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม เช่น โรงพยาบาล โรงงานผลิตอาหาร และห้องปฏิบัติการ (ห้องแล็บ) ซึ่งต้องใช้ความเชี่ยวชาญทางวิศวกรรมขั้นสูง และมีฟังก์ชั่นที่ควบคุมทั้งอุณหภูมิ ความชื้น และปริมาณฝุ่นอย่างแม่นยำ

รวมถึงใช้รูปแบบ Mass Customization เพิ่มความยืดหยุ่นของผลิตภัณฑ์ โดยมีผลิตภัณฑ์แกนกลางที่สามารถปรับแต่ง (Tailor-made) และเพิ่มฟังก์ชั่นให้ตรงกับโจทย์เฉพาะของแต่ละอาคารหรือโรงงานได้

อีกส่วนหนึ่งคือการชูจุดขายความเป็น “แอร์พันธุ์อึด” ซึ่งได้มาจากฟีดแบ็กจริงของผู้ใช้ เนื่องจากการออกแบบและผลิตเอง ทำให้สามารถหาหรือเทียบอะไหล่ซ่อมบำรุงดูแลลูกค้าระยะยาวได้ แม้เป็นเครื่องที่ใช้งานมานานถึง 20-30 ปี

รวมถึงใช้ความได้เปรียบของการการเป็นผู้ผลิตในประเทศ เช่น กรณีเครื่องทำน้ำเย็น (Chiller) ขนาดใหญ่ที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ อาจต้องใช้เวลารอนานถึง 45-90 วัน แต่หากเป็นแบรนด์ท้องถิ่นสามารถผลิตและส่งมอบได้รวดเร็วกว่า ตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการใช้งานเร่งด่วน

สโลแกน ‘ยูนิแอร์ แอร์พันธุ์อึด’ มาจากฟีดแบ็กผู้ใช้จริง ใช้มา 20-30 ปีก็ยังมาเรียกหาอะไหล่ เพราะเราออกแบบเองผลิตเอง ถึงอะไหล่บางตัวจะเลิกผลิตไปแล้ว เราก็ยังเทียบสเป็กหาอะไหล่ปัจจุบันซ่อมดูแลให้เขาได้ยาว ๆ”

แบรนด์ไทยในสายตาโลก

ในปัจจุบันโครงสร้างรายได้ของยูนิแอร์มาจากตลาดในประเทศ 70% และตลาดส่งออกต่างประเทศ 30% และหากนับรวมย้อนหลังตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจ ยูนิแอร์เคยส่งออกสินค้าไปแล้วมากกว่า 70 ประเทศทั่วโลก โดยมีตลาดหลักในปัจจุบันครอบคลุมทั้งโซนเอเชียใต้ ออสเตรเลีย อาเซียน และยุโรปตะวันออก

หากมองในมิติประวัติศาสตร์ เมื่อกว่า 30-40 ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่ประเทศจีนจะเปิดประเทศ ประเทศไทยถือเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกเครื่องปรับอากาศอันดับต้น ๆ ของโลกที่ต่างชาติต้องเข้ามาสั่งซื้อ แม้ในปัจจุบันโครงสร้างการผลิตโลกจะเปลี่ยนแปลงไป แต่ไทยยังคงยืนหยัดเป็นฐานการผลิตและส่งออกเครื่องปรับอากาศอันดับ 3 ของโลก รองจากจีนและเม็กซิโกได้อย่างแข็งแกร่ง

ดร.ณรัณ เปิดเผยว่า รากฐานสำคัญที่ทำให้แบรนด์แอร์ไทยแข่งขันในต่างประเทศได้ คือความน่าเชื่อถือของตราสินค้า “Made in Thailand” ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากตลาดโลกมายาวนานกว่า 50 ปี ในฐานะสินค้าที่มีคุณภาพ มาตรฐานงานวิศวกรรมสูง และไว้วางใจได้ในระยะยาว

ประกอบกับความเชี่ยวชาญของทีมวิศวกรไทยในการรับผลิตและออกแบบเครื่องปรับอากาศ (OEM) ที่สามารถปรับแต่ง (Customization) ให้ตรงตามเงื่อนไขและข้อกำหนดทางเทคนิคเฉพาะของแบรนด์ต่างชาติได้อย่างแม่นยำ

นอกจากนี้ ยูนิแอร์ยังได้รับโอกาสทางธุรกิจจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) และความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศ ซึ่งทำให้บางประเทศมีข้อจำกัดหรือนโยบายหลีกเลี่ยงการนำเข้าสินค้าจากจีน ประเทศไทยและแบรนด์ไทย จึงกลายเป็นตัวเลือกลำดับแรก ๆ ที่ต่างชาติหันมาสั่งซื้อทดแทน

ขณะเดียวกัน แม้โรงงานขนาดใหญ่ในจีนจะมีความได้เปรียบเรื่องการประหยัดต่อขนาดจากการผลิตปริมาณมาก (Mass Production) แต่ยูนิแอร์ได้ใช้ความยืดหยุ่นสูงในฐานะผู้ผลิตแบรนด์ไทย ในการรองรับกลุ่มลูกค้าที่มีข้อจำกัดด้านปริมาณคำสั่งซื้อ (Volume) หรือต้องการสินค้าสเป็กพิเศษ จึงสามารถเจาะและครองช่องว่างตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ในต่างประเทศได้อย่างยั่งยืน

ทำในสิ่งที่ชอบ ตั้งใจทำ แล้วจะทำได้ดี

ดร.ณรัณ มองถึงความภาคภูมิใจสูงสุดของยูนิแอร์ คือการเป็นแบรนด์เครื่องปรับอากาศของคนไทย 100% ที่คิดค้นและพัฒนาขึ้นด้วยมันสมองของวิศวกรไทย จนสามารถส่งออกไปจำหน่ายและได้รับการยอมรับในต่างประเทศมากกว่า 70 ประเทศทั่วโลก และเป็นแบรนด์ไทยที่ยืนหยัดดำเนินธุรกิจอย่างมั่นคง ฝ่าฟันมรสุมทางเศรษฐกิจ การเมือง และวิกฤตการณ์ระดับโลกในแต่ละยุคสมัยมาได้อย่างเข้มแข็ง

สำหรับเป้าหมายและภาพฝันในอนาคต ยูนิแอร์ตั้งใจที่จะก้าวไปสู่การเป็นแบรนด์ที่ลูกค้านึกถึงเป็นลำดับแรก เมื่อต้องการระบบปรับอากาศเชิงวิศวกรรมเฉพาะทางที่มีความซับซ้อนสูง เช่น การใช้งานในโรงพยาบาล โรงงานอุตสาหกรรม หรือโรงงานแปรรูปอาหาร ซึ่งจำเป็นต้องควบคุมทั้งอุณหภูมิ ความชื้น และปริมาณฝุ่นอย่างแม่นยำ โดยยังคงยึดมั่นในดีเอ็นเอของการเป็นแบรนด์ไทยที่สร้างขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคนไทยอย่างแท้จริง

ทั้งหมดนี้สะท้อนผ่านปรัชญาและข้อคิดในการดำเนินธุรกิจกว่า 50 ปีที่ยึดถือคำสอนของท่านประธานบริษัทที่ว่า “หากทำในสิ่งที่ชอบและรัก ตั้งใจทำ แล้วจะทำได้ดี” และการยืนหยัดยาวนานของยูนิแอร์จึงไม่ได้เกิดขึ้นจากโชคช่วย แต่เกิดจากความรัก ความทุ่มเท และการไม่หยุดพัฒนาความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมปรับอากาศ จนสร้างความไว้วางใจให้แก่ผู้ใช้งานทั้งในประเทศและระดับสากลได้อย่างยั่งยืน

ข้อคิดการดำเนินธุรกิจ 50 กว่าปี ผมเอาคำของท่านประธานบริษัทที่บอกว่า ‘ถ้าเราทำอะไร ให้ทำในสิ่งที่เราชอบและรัก ตั้งใจ แล้วเราจะทำได้ดี’ การที่ยูนิแอร์ยืนหยัดมาได้ถึงวันนี้ เพราะเรารักและให้ความสำคัญกับงานวิศวกรรมปรับอากาศจริง ๆ”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เครื่องปรับอากาศ แอร์