‘แสนสิริ’ ลงสนาม ‘พูลวิลล่า’ ภูเก็ต ชูพร้อมอยู่-ปั้นพอร์ต 8 หมื่นล้าน
“ภูเก็ต” กลายเป็นสมรภูมิอสังหาฯ ที่ผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่และเจ้าถิ่นต่างเร่งช่วงชิงโอกาส จากเมืองท่องเที่ยวสู่ตลาดที่อยู่อาศัยระดับนานาชาติ หนึ่งในผู้เล่นที่ปักหลักมานาน “บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)” นับจากปี 2554 สะสมพอร์ตแล้วกว่า 40,000 ล้านบาท และจะทะยานสู่ 80,000 ล้านบาทในปี 2573
“ภูมิชาย มัธยมภพภิญโญ” กรรมการผู้จัดการกลุ่มธุรกิจพัฒนาโครงการภาคใต้ กล่าวว่า ย้อนกลับไปตอนเรามาพัฒนาภูเก็ตใหม่ ๆ ภาพดีมานด์ซัพพลายชัดมากว่าเป็นเมืองท่องเที่ยว แต่ตอนนี้ภูเก็ตกลายมาเป็นเมืองที่ผู้คนต้องการอยู่อาศัยจริงมากขึ้น โดยเฉพาะช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เห็นได้จากโครงสร้างพื้นฐานระดับเมกะโปรเจ็กต์ช่วยยกระดับการเดินทางและการใช้ชีวิตในอนาคต ทั้งทางด่วนกะทู้-ป่าตอง และเมืองใหม่-เกาะแก้ว การขยายถนนสายหลัก ควบคู่การลงทุนของโรงพยาบาลระดับสากล

“ดีมานด์ต่างชาติที่ต้องการอยู่ในภูเก็ตยังเติบโตมากขึ้น จากตัวเลขการเติบโตของโรงเรียนนานาชาติที่เพิ่มกว่า 51% ช่วง 3 ปีนี้มีนักเรียนกว่า 50 สัญชาติใน 19 โรงเรียน และสัญชาติหลากหลายขึ้น ทั้งยุโรป คาซัคสถาน โปแลนด์ อเมริกัน ส่วนรัสเซียลดลงบ้าง เพราะซื้ออสังหาฯ ไปมากแล้วก่อนหน้านี้”
ลุยตลาดใหม่ 2 ทำเลฮอต
การเติบโตของภูเก็ตทั้งดีมานด์และโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการอยู่อาศัย เป็นเหตุผลให้แสนสิริที่พัฒนาโครงการที่เมืองนี้เกือบ 2 ทศวรรษ และเริ่มหันมาเจาะ “ตลาดพูลวิลล่า” เป็นครั้งแรกภายใต้คอลเล็กชั่น “เดอะ เทลส์”
เริ่มจาก “เดอะ เทลส์ สตอรี่ วัน บางโจ” มูลค่า 650 ล้านบาท จำนวน 13 หลัง บนเนื้อที่ 7 ไร่ ออกแบบโดยทีมงานสถาปนิกของ Edward Tuttle ดีไซเนอร์ระดับตำนาน พื้นที่ใช้สอย 317-413 ตร.ม. เริ่มต้น 45 ล้านบาท และ “เดอะ เทลส์ สตอรี่ ทู-ป่าสัก”มูลค่า 750 ล้านบาท พูลวิลล่า 2 ชั้น จำนวน 14 หลัง บนที่ดินกว่า 8 ไร่ พื้นที่ใช้สอย 491 ตร.ม. เริ่มต้น 49.5 ล้านบาท และพูลวิลล่าหลังที่ราคาสูงที่สุดอยู่ที่ 80 ล้านบาท เปิดขายแล้วเดือนพฤศจิกายน และเดือนธันวาคมจะเปิดตัวพูลวิลล่าโครงการใหม่ Else ทำเลพรุจำปา เจาะตลาดนักลงทุนในราคาเริ่มต้นที่จับต้องได้ง่าย
หัวใจสำคัญที่เติมเต็มพูลวิลล่าแสนสิริ คือ มาตรฐานการดูแลที่เข้าใจวิถีชีวิตและการอยู่อาศัย ผ่านบริการ “Sansiri Service Phuket: OWN WITH CONFIDENCE” ด้วยจุดเด่นสร้างเสร็จพร้อมส่งมอบจริง ให้ลูกค้าตรวจรับคุณภาพก่อนโอนอย่างมั่นใจ พร้อมการรับประกัน ครอบคลุม 4 บริการหลัก ดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ดูแลและบำรุงรักษาวิลล่าโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ บริหารจัดการปล่อยเช่าครบวงจร และอำนวยความสะดวกและเชื่อมต่อประสบการณ์ท้องถิ่น พร้อมบริการเสริมสำหรับการใช้ชีวิตในวิลล่า
ชูขายพร้อมอยู่-แก้เกมนอมินี
“เราเห็น Pain Point ของชาวต่างชาติคือ บ้านไม่ได้คุณภาพตามที่หวัง เราเลยสร้างให้เสร็จ ลูกค้าเดินมาดูบ้านได้ เห็นทุกอย่างก่อนตัดสินใจซื้อ มีบริการครบวงจร นับเป็น Selling Point ของเรานอกจากความแข็งแกร่งด้านการเงิน ความน่าเชื่อถือในฐานะ Listed Company คาดหวังว่าจะกลายมาเป็นมาตรฐานในการพัฒนาโครงการรูปแบบเดียวกันเพื่อให้ตลาดเติบโตขึ้น”
แม้จะมีโครงการมากมายบนเกาะภูเก็ต แต่ตลาดพูลวิลล่าถือเป็นครั้งแรกของแสนสิริ และเห็นแนวโน้มชัดเจนของดีมานด์ที่ต้องการอยู่อาศัยจริง ตอบโจทย์ทั้งต่างชาติที่อยากมีอสังหาฯ ภูเก็ตเป็นบ้านหลังที่ 2 และพูลวิลล่าในภูเก็ตถือเป็นตลาดสินค้าหรูเฉพาะกลุ่ม และมีบทบาทสำคัญในฐานะสินทรัพย์ระดับแรร์ไอเท็ม ที่มูลค่าเติบโตต่อเนื่องที่ผู้ซื้อทั่วโลกมองหา
ข้อมูลจากซาวิลส์ (ประเทศไทย) ระบุครึ่งแรกของปี 2569 มีพูลวิลล่าเปิดใหม่ 763 ยูนิต จาก 52 โครงการ ส่วนใหญ่อยู่ในทำเลบางเทา, เชิงทะเล, กมลา และราไวย์ และคาดว่าทั้งปีจะมีซัพพลายใหม่ 1,200 ยูนิต ขณะที่ดีมานด์ในตลาดพูลวิลล่าครึ่งแรกของปี 2569 เริ่มชะลอตัวจากความระมัดระวังทางเศรษฐกิจลดลงเหลือ 800 ยูนิตจาก 1,080 ยูนิตในปี 2568 แต่โครงการที่ตั้งอยู่บนไพรมโลเกชั่นพัฒนาโดยแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ ยังเป็นแรร์ไอเท็มที่ผู้ซื้อทั่วโลกมองหาอย่างต่อเนื่อง
“ดีมานด์ชะลอลง เพราะความกังวลข่าวนอมินี แต่สำหรับแสนสิริที่ขายเป็นลีสโฮลด์อยู่แล้ว ไม่ได้ทำโครงสร้างอื่นให้ลูกค้า กลุ่มลูกค้าชาวยุโรปคุ้นชินกับการซื้อแบบนี้มาเป็นสิบ ๆ ปี ทำให้แม้ภาพรวมตลาดอาจมองเป็นลบ แต่มันบวกสำหรับเรา ลูกค้าต่างชาติมองหาความมั่นใจจากรายใหญ่ที่น่าเชื่อถือ และซื้อขายอย่างถูกต้องมากกว่า”
คุมต้นทุน-รับมือศึกชิงแรงงาน
“ภูมิชาย” กล่าวว่า การบริหารต้นทุนก่อสร้างยังเป็นอีกโจทย์สำคัญของการพัฒนาโครงการในภูเก็ต ซึ่งมีข้อจำกัดด้านที่ดินและแรงงาน ซึ่งบริษัทให้ความสำคัญกับการประเมินโครงสร้างต้นทุนอย่างรอบคอบ พิจารณาระดับราคาขายที่ตลาดยอมรับได้ หาที่ดินในราคาที่เหมาะสม ไม่ไหลไปตามกระแส ขณะเดียวกันใช้ระบบพรีแคสต์เพื่อควบคุมคุณภาพงานก่อสร้าง แม้มีต้นทุนค่าขนส่งเพิ่มขึ้นประมาณ 10% และช่วยลดความเสี่ยงด้านการขาดแคลนแรงงานในช่วงที่ผู้ประกอบการต่างเร่งพัฒนาโครงการแข่งขันกัน
“ภูเก็ตเป็นเกาะ แรงงานก่อสร้างมีจำกัด เมื่อทุกคนเร่งพัฒนาโครงการก็เกิดการแข่งขันแย่งแรงงาน โดยเฉพาะช่วงไฮซีซั่นที่ผู้ประกอบการต้องการเร่งงานให้เสร็จ ทำให้ค่าแรงปรับสูงขึ้น เช่น ช่างปูกระเบื้องที่ปกติคิดค่าแรง 250 บาทต่อ ตร.ม. อาจขยับขึ้นไปถึง 400 บาทต่อ ตร.ม.ในช่วงที่มีความต้องการสูง”
เป้า 5 ปี ลงทุน 4 หมื่นล้าน
สำหรับทิศทางการลงทุนในระยะ 5 ปี (2569-2573) แสนสิริยังคงแผนเปิดตัวอยู่ที่ 30 โครงการ มูลค่ากว่า 40,000 ล้านบาท แบ่งเป็นบ้าน 13 โครงการ มูลค่า 15,000 ล้านบาท และคอนโดฯ 17 โครงการ มูลค่า 25,000 ล้านบาท ตั้งเป้าเพิ่มพอร์ตสะสมในภูเก็ตเป็น 80,000 ล้านบาท ภายในปี 2573 สะท้อนการวางเกมลงทุนระยะยาวบนตลาดอสังหาฯ ที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากเมืองท่องเที่ยวสู่เมืองที่มีความต้องการอยู่อาศัยจริง
“แสนสิริขึ้นเป็นผู้ประกอบการอันดับหนึ่งในภูเก็ต ด้วยมูลค่าพอร์ตสะสมที่สูงและจุดแข็งจากการเข้ามาพัฒนาโครงการตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบันอย่างต่อเนื่องจนเกิดความได้เปรียบด้านความสม่ำเสมอและการปักหลักระยะยาวในภูเก็ต” ภูมิชายกล่าว