เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ROH ไม่ถอย! ยืนกรานสิทธิซื้อคืน “รอยัล ออคิดฯ” สู้คดีถึงที่สุด แม้ GROREIT โหวตขาย
Finance ROH ไม่ถอย! ยืนกรานสิทธิซื้อคืน “รอยัล ออคิดฯ” สู้คดีถึงที่สุด แม้ GROREIT โหวตขาย
กบน. เคาะลดราคาน้ำมันกลุ่มเบนซิน 70 สต. ยกเว้น E85 มีผล 5 พ.ย. 69
Economic กบน. เคาะลดราคาน้ำมันกลุ่มเบนซิน 70 สต. ยกเว้น E85 มีผล 5 พ.ย. 69
อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
World อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
“พิพัฒน์” แจ้งข่าวดี 25 ธ.ค. M6 วิ่งฟรีตลอดสาย เร่งเปิดด่วนพระราม 3 บางช่วง แก้คอขวด M82
News “พิพัฒน์” แจ้งข่าวดี 25 ธ.ค. M6 วิ่งฟรีตลอดสาย เร่งเปิดด่วนพระราม 3 บางช่วง แก้คอขวด M82
ลุ้นชี้ชะตาหุ้นกู้ GRAND พรุ่งนี้ โหวตยกเว้นผิดนัดจ่ายดอกเบี้ย-ปลดล็อกเงื่อนไขการเงิน
Finance ลุ้นชี้ชะตาหุ้นกู้ GRAND พรุ่งนี้ โหวตยกเว้นผิดนัดจ่ายดอกเบี้ย-ปลดล็อกเงื่อนไขการเงิน
ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐิน วัดบวรนิเวศวิหาร และวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐิน วัดบวรนิเวศวิหาร และวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม
‘ทรัมป์’ ยังไม่โจมตีอิหร่าน หลังพ่ายเลือกตั้งกลางเทอม
World ‘ทรัมป์’ ยังไม่โจมตีอิหร่าน หลังพ่ายเลือกตั้งกลางเทอม
ตลท.ยกเครื่องหุ้นเทคไทย แบ่งใหม่ 4 หมวดธุรกิจ รองรับ AI-แพลตฟอร์มดิจิทัล
Finance ตลท.ยกเครื่องหุ้นเทคไทย แบ่งใหม่ 4 หมวดธุรกิจ รองรับ AI-แพลตฟอร์มดิจิทัล
ควบคุมค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ‘ยารักษาโรค’ หรือเพียงบรรเทาอาการ ?
Biz Movement ควบคุมค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ‘ยารักษาโรค’ หรือเพียงบรรเทาอาการ ?
Easy Money โต 20% “อาชีพอิสระ” แห่จำนำทรัพย์พุ่ง
Finance Easy Money โต 20% “อาชีพอิสระ” แห่จำนำทรัพย์พุ่ง
ดูทั้งหมด

เช้าใจหาย บ่ายใจฟู! หุ้นไทยเหวี่ยงก่อนปิดบวก 11 จุด โบรกฯ ชู 4 หุ้นรับบอนด์ยีลด์ขาลง

04 พ.ย. 2569 | 17:28น.

หุ้นไทยวันนี้ผันผวนหนัก เช้าดิ่ง 21 จุด ก่อนดีดกลับมาปิดบวก 11.08 จุด มูลค่าซื้อขายเกือบ 7.7 หมื่นล้านบาท ท่ามกลางกระแสเดโมแครตจ่อคุมสองสภาสหรัฐ บล.ทรีนีตี้ชี้หุ้นไทยเสี่ยงขาลงจำกัดกว่าหุ้นสหรัฐ แนะจับตา 4 หุ้นเด่น EGCO-3BBIF-BDMS-BH รับธีมบอนด์ยีลด์ขาลงและนโยบายสุขภาพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีหุ้นไทยวันนี้ (4 พ.ย. 2569) ปิดการซื้อขายที่ระดับ 1,502.09 จุด เพิ่มขึ้น 11.08 จุด หรือ 0.74% มูลค่าการซื้อขาย 76,971.32 ล้านบาท โดยดัชนีเคลื่อนไหวผันผวนอย่างหนักระหว่างวัน จากช่วงเช้าที่เผชิญแรงเทขายหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะ DELTA กดดันให้ดัชนีปรับตัวลงแตะระดับต่ำสุดที่ 1,470.06 จุด ลดลง 20.95 จุด ก่อนพลิกกลับขึ้นมาในแดนบวกช่วงบ่าย และทำระดับสูงสุดที่ 1,504.05 จุด เพิ่มขึ้น 13.04 จุด คิดเป็นช่วงแกว่งตัวระหว่างวันถึง 33.99 จุด

การฟื้นตัวของดัชนีเกิดขึ้นท่ามกลางการติดตามผลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ ซึ่งมีสัญญาณว่าพรรคเดโมแครตอาจครองเสียงข้างมากทั้งสองสภา ส่งผลให้นักลงทุนต้องประเมินทิศทางนโยบายเศรษฐกิจสหรัฐ และผลกระทบต่อตลาดการเงินทั่วโลกอีกครั้ง

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากการประเมินแนวโน้มผลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ พรรคเดโมแครตมีโอกาสครองเสียงข้างมากทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา หลังมีแนวโน้มพลิกชนะการเลือกตั้งวุฒิสภาใน 4 รัฐ ซึ่งเดิมเป็นฐานเสียงของพรรครีพับลิกัน ได้แก่ เท็กซัส แคนซัส โอไฮโอ และไอโอวา

หากผลเลือกตั้งออกมาเป็นไปตามแนวโน้มดังกล่าว จะถือเป็นสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายของตลาด เนื่องจากราคาสินทรัพย์ในปัจจุบันยังไม่ได้สะท้อนความเป็นไปได้นี้ทั้งหมด และอาจส่งผลกระทบต่อทิศทางการลงทุนในระยะถัดไป

เดโมแครตจ่อคุมสภา กดดันหุ้นสหรัฐ

นายณัฐชาตกล่าวว่า การที่พรรคเดโมแครตมีโอกาสครองเสียงข้างมากทั้งสองสภา อาจเป็นปัจจัยลบต่อตลาดหุ้นสหรัฐ เนื่องจากจะเพิ่มอำนาจในการตรวจสอบและควบคุมงบประมาณ รวมถึงผลักดันมาตรการรักษาวินัยการคลัง ซึ่งอาจทำให้การดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการใช้จ่ายภาครัฐและการลดภาษีเผชิญข้อจำกัดมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การให้ความสำคัญกับวินัยการคลังอาจเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดพันธบัตรทั้งในสหรัฐ และทั่วโลก จากแนวโน้มอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ที่ปรับตัวลดลง โดยล่าสุดอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปี ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 2.04% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้หลีกเลี่ยงการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐ และตลาดหุ้นโลกผ่านดัชนี MSCI World เนื่องจากเป็นตลาดที่อาจได้รับผลกระทบโดยตรงจากผลเลือกตั้งดังกล่าว ขณะเดียวกัน เมื่อพิจารณาส่วนต่างระหว่างอัตราผลตอบแทนกำไรของหุ้นกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Earnings Yield Gap) พบว่าตลาดหุ้นสหรัฐ และตลาดหุ้นโลกยังมีระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ย สะท้อนความน่าสนใจด้านมูลค่าที่ยังมีข้อจำกัด

ตรงกันข้ามกับตลาดหุ้นไทย ซึ่ง Earnings Yield Gap ปรับตัวเพิ่มขึ้นกลับเข้าสู่ระดับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีแล้ว ทำให้ประเมินว่าความเสี่ยงขาลง (Downside Risk) ของตลาดหุ้นไทยในระยะถัดไปมีแนวโน้มจำกัดกว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ

ชู 3 ธีมลงทุน เปิด 4 หุ้นเด่นรับปัจจัยบวก

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนภายใต้สถานการณ์ที่พรรคเดโมแครตมีแนวโน้มครองเสียงข้างมากทั้งสองสภา บล.ทรีนีตี้ มองว่ามีหุ้น 3 กลุ่มที่น่าสนใจ ได้แก่

1.หุ้นที่มีลักษณะคล้ายตราสารหนี้ (Bond-like) โดยเฉพาะหุ้นสาธารณูปโภค (Utilities) กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (IFF) ซึ่งมีแนวโน้มได้รับประโยชน์จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรขาลง ทำให้ผลตอบแทนเงินปันผลมีความน่าสนใจมากขึ้นเมื่อเทียบกับพันธบัตร โดยหุ้นเด่นที่แนะนำ ได้แก่ EGCO และ 3BBIF

2.หุ้นโรงพยาบาลและบริการทางการแพทย์ (Healthcare) ซึ่งอาจได้รับอานิสงส์ทางอ้อมจากทิศทางนโยบายสาธารณสุขสหรัฐ เนื่องจากพรรคเดโมแครตจะมีอำนาจต่อรองเพิ่มขึ้นในการคัดค้านข้อเสนอปรับลดงบประมาณโครงการ Medicaid ซึ่งเป็นโครงการช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้มีรายได้น้อย รวมถึงการผลักดันให้ฟื้นฟูเงินอุดหนุนเบี้ยประกันสุขภาพภายใต้กฎหมาย Affordable Care Act หรือ Obamacare โดยหุ้นเด่นที่แนะนำ ได้แก่ BDMS และ BH

และ 3.หุ้นพลังงานสะอาด (Green Energy) ซึ่งมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการที่พรรคเดโมแครตมีอำนาจในสภาคองเกรสมากขึ้น และอาจใช้เสียงในสภาเพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับธุรกิจพลังงานสะอาด รวมถึงป้องกันการยกเลิกหรือปรับลดมาตรการสนับสนุนที่มีอยู่

ทั้งนี้ แม้ตลาดหุ้นไทยยังเผชิญความผันผวนจากปัจจัยต่างประเทศ แต่ระดับมูลค่าหุ้นที่ปรับตัวลงมาจนมีความน่าสนใจมากขึ้น อาจช่วยจำกัดความเสี่ยงขาลงเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นสหรัฐ โดยแนะนำให้เน้นคัดเลือกหุ้นที่มีปัจจัยสนับสนุนเฉพาะตัวและมีโอกาสได้รับประโยชน์จากทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรและนโยบายเศรษฐกิจสหรัฐ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดหุ้น