Nasdaq 100 ร่วงแรงทุบสถิติ หุ้นเอไอหนักสุด ตั้งแต่โควิด-19 รับเดโมแครตชนะเลือกตั้งกลางเทอม
ตลาดหุ้นทรุดหนัก ดัชนี Nasdaq 100 ร่วงแรงทุบสถิติ กลุ่มเอไอหนักสุด ตั้งแต่โควิด-19 สะท้อนนักลงทุนกังวลรับเดโมแครตชนะเลือกตั้งกลางเทอมครั้งใหญ่
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า ภาวะตลาดหุ้นทรุดหนักเมื่อ 5 พ.ย. เวลาท้องถิ่นของสหรัฐ เริ่มขึ้นไม่นานหลังจากตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กเปิดทำการ และแรงขึ้นเรื่อย ๆ ตลอดทั้งวัน ส่งผลให้หุ้นทุกกลุ่มร่วงลงถ้วนหน้า ตั้งแต่หุ้นบริษัทผลิตชิปที่เคยพุ่งทะยานอย่าง Nvidia Corp. ไปจนถึงหุ้นกลุ่มปลอดภัยที่นักลงทุนมักใช้เป็นหลุมหลบภัยอย่าง Walmart Inc.
กลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือบริษัทที่เป็นหัวใจสำคัญของกระแสความนิยมด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเป็นปัจจัยที่ผลักดันให้ตลาดหุ้นทำสถิติสูงสุดครั้งแล้วครั้งเล่าในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทั้งยังก่อให้เกิดความกังวลว่าสถานการณ์ดังกล่าวอาจเป็นเพียง “ภาวะฟองสบู่” ที่รอวันแตกในที่สุด
ทั้งนี้ ความกังวลต่าง ๆ ปกคลุมตลาดวอลล์สตรีทมาเป็นระยะตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา จนกระทั่งจู่ ๆ ทุกคนแห่หาทางออกจากตลาดพร้อม ๆ กัน
ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของสหรัฐในการเลือตกั้งกลางเทอมจุดชนวนให้หุ้นกลุ่มนี้ดิ่งหนัก คือความเป็นไปได้ที่พรรคเดโมแครตอาจคว้าชัยชนะครั้งใหญ่ในการเลือกตั้งรัฐสภา ซึ่งอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่เข้ามา “เบรก” การเติบโตอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมนี้ รวมถึงชะลอเม็ดเงินหลายแสนล้านดอลลาร์ที่กำลังถูกทุ่มลงไปในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของเทคโนโลยีดังกล่าว
เมื่อสิ้นสุดการซื้อขาย ดัชนี Nasdaq 100 ปรับตัวลดลงกว่า 6% ซึ่งถือเป็นการร่วงลงครั้งรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ช่วงวิกฤตหนักจากการระบาดของโควิด-19 ในเดือนมีนาคม ปี 2020
Nvidia Corp. ซึ่งเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก ร่วงลงกว่า 9% นับเป็นการปรับตัวลดลงครั้งรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2025 ส่งผลให้กำไรทั้งหมดที่ทำได้ในปีนี้หายไปจนหมดสิ้น
หุ้นทั้ง 30 ตัวในดัชนี Dow Jones Industrial Average ต่างปรับตัวลดลง ขณะที่ดัชนี S&P 500 ร่วงลง 4.4%
ส่วนดัชนีหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่นักลงทุนจับตาใกล้ชิดก็ดิ่งลงถึง 12% ซึ่งถือเป็นวันที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการระบาดใหญ่ ในขณะที่มีกระแสคาดการณ์ว่ากองทุนเฮดจ์ฟันด์ต่างเทขายหุ้นออกมา กองทุน ETF ที่เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มที่มีแนวโน้มราคาเป็นขาขึ้นเผชิญกับวันที่แย่ที่สุดครั้งหนึ่งในรอบกว่าทศวรรษ ส่งผลให้นักลงทุนต่างแห่กันเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลเพื่อเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย
เกร็ก เทย์เลอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ PenderFund Capital Management กล่าวว่า เหตุการณ์นี้ทำให้นึกย้อนไปถึงปี 2008 หรือ 2001 โดยอ้างถึงช่วงเวลาที่ฟองสบู่ดอทคอม (Internet bubble) และฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์แตก
“มุ่งเน้นไปที่ธีมเดียวและการคลี่คลายของธีมนั้นอย่างชัดเจน ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องเกิดขึ้น เพราะที่ผ่านมาเราให้ความสำคัญกับ AI มากเกินไป จนมันกลายเป็นส่วนที่ใหญ่เกินไปของตลาด” เขากล่าว