WHART จ่อกู้กสิกรไทย 1,920 ล้าน รีไฟแนนซ์หนี้เดิม เปิดสิทธิผู้ถือหน่วยค้านถึง 20 พ.ย.
WHART เตรียมกู้กสิกรไทย 1,920 ล้านบาท ชำระหนี้เดิม 3 รายการ แจงเป็นธุรกรรมที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ เหตุแบงก์ถือหุ้น 99.99% ในบริษัททรัสตี เปิดให้ผู้ถือหน่วยคัดค้านถึง 20 พ.ย. หากเสียงค้านเกิน 25% ไม่สามารถเดินหน้าดีลได้
นายศุภศิษย์ สิทธเศรษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ เรียล เอสเตท แมเนจเม้นท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (WHART) เปิดเผยผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า กองทรัสต์มีแผนกู้เงินจากธนาคารกสิกรไทย วงเงิน 1,920 ล้านบาท เพื่อนำไปชำระคืนหุ้นกู้และเงินกู้ยืมเดิม โดยคาดว่าจะเข้าทำสัญญากู้เงินประมาณวันที่ 27 พ.ย. 2569
สำหรับภาระหนี้ที่จะนำเงินกู้ดังกล่าวไปชำระคืน ประกอบด้วย หุ้นกู้วงเงิน 500 ล้านบาท ครบกำหนดวันที่ 4 ธ.ค. 2569 เงินกู้จากธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย วงเงิน 1,000 ล้านบาท ครบกำหนดวันที่ 28 พ.ย. 2569 และตั๋วสัญญาใช้เงินภายใต้สัญญากู้ยืมกับธนาคารยูโอบี วงเงิน 420 ล้านบาท ครบกำหนดวันที่ 6 ส.ค. 2570 รวมมูลค่า 1,920 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม การกู้เงินครั้งนี้เข้าข่ายธุรกรรมที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ เนื่องจากธนาคารกสิกรไทยถือหุ้น 99.99% ในบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) ซึ่งทำหน้าที่เป็นทรัสตีของ WHART ขณะที่ธนาคารกสิกรไทยจะมีสถานะเป็นเจ้าหนี้และได้รับดอกเบี้ยจากกองทรัสต์
ด้วยเหตุนี้ บริษัทจึงเปิดโอกาสให้ผู้ถือหน่วยทรัสต์ยื่นคัดค้านการกู้เงินดังกล่าวได้ภายในวันที่ 20 พ.ย. 2569 โดยต้องส่งแบบฟอร์มคัดค้านมายังสำนักงานใหญ่ของบริษัท หากมีผู้ถือหน่วยคัดค้านรวมกันเกินกว่า 25% ของจำนวนหน่วยทรัสต์ที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด กองทรัสต์จะไม่สามารถดำเนินธุรกรรมกู้เงินครั้งนี้ได้
สำหรับเหตุผลที่เลือกธนาคารกสิกรไทยเป็นผู้ให้กู้ บริษัทระบุว่า ได้เปรียบเทียบข้อเสนอจากผู้ให้กู้รายอื่นอีก 4 ราย พบว่าธนาคารกสิกรไทยเสนออัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า ขณะที่เงื่อนไขการกู้ยืมสามารถเทียบเคียงกับสัญญาเงินกู้ปัจจุบันและข้อเสนอของผู้ให้กู้รายอื่นได้ จึงเห็นว่าธุรกรรมดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อกองทรัสต์และผู้ถือหน่วย โดยมีเงื่อนไขเป็นไปตามทางการค้าปกติ และไม่ขัดต่อสัญญาก่อตั้งทรัสต์หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ บลจ.กสิกรไทย ในฐานะทรัสตี ได้ตรวจสอบความเหมาะสมของธุรกรรมและมีความเห็นสอดคล้องกับผู้จัดการกองทรัสต์ว่า การกู้เงินดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อกองทรัสต์และผู้ถือหน่วยทรัสต์ รวมถึงไม่ขัดต่อข้อกำหนดหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง