เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
X แอปครอบจักรวาล เปลี่ยนโซเชียลฟีด ให้เป็นธนาคารดิจิทัลเต็มรูปแบบ
Tech X แอปครอบจักรวาล เปลี่ยนโซเชียลฟีด ให้เป็นธนาคารดิจิทัลเต็มรูปแบบ
ภัยแล้งทำพิษ ประปาเกาะสมุยผลิตไม่พอ สลับโซนจ่ายน้ำ 7 วัน เริ่ม 3 ส.ค. นี้
เศรษฐกิจภูมิภาค ภัยแล้งทำพิษ ประปาเกาะสมุยผลิตไม่พอ สลับโซนจ่ายน้ำ 7 วัน เริ่ม 3 ส.ค. นี้
ราคาทองวันนี้ (28 ก.ค. 69) ร่วงลง 850 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (28 ก.ค. 69) ร่วงลง 850 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,050 บาท
คลังจัดเก็บรายได้ 9 เดือนแรก เกินเป้า 5 หมื่นล้าน “VAT-ปันผลวายุภักษ์-ส่วนเกินขายบอนด์” หนุน
Finance คลังจัดเก็บรายได้ 9 เดือนแรก เกินเป้า 5 หมื่นล้าน “VAT-ปันผลวายุภักษ์-ส่วนเกินขายบอนด์” หนุน
ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ ออกโรง “ขอโทษ” ผู้ลงทุน 2 แสนราย ปมข้อมูลรั่วไหล-ลั่นจะทำให้ดีที่สุด
Finance ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ ออกโรง “ขอโทษ” ผู้ลงทุน 2 แสนราย ปมข้อมูลรั่วไหล-ลั่นจะทำให้ดีที่สุด
“ป๊ะกาด Vol.2” ฟื้นตลาดสดเชียงราย 100 ปี สู่ตลาดท่องเที่ยวสร้างสรรค์
เศรษฐกิจภูมิภาค “ป๊ะกาด Vol.2” ฟื้นตลาดสดเชียงราย 100 ปี สู่ตลาดท่องเที่ยวสร้างสรรค์
อาจเป็นคดีแรกในประวัติศาสตร์ ไต้หวันรวบพนักงาน Nvidia คดีลอบขนชิปไปจีน
World อาจเป็นคดีแรกในประวัติศาสตร์ ไต้หวันรวบพนักงาน Nvidia คดีลอบขนชิปไปจีน
EXIM BANK ปลื้มหลักสูตร EXIM 2X จับคู่ธุรกิจสำเร็จ 90 คู่เจรจา หนุนสินเชื่อ-ประกันการส่งออกกว่า 544 ล้าน
Finance EXIM BANK ปลื้มหลักสูตร EXIM 2X จับคู่ธุรกิจสำเร็จ 90 คู่เจรจา หนุนสินเชื่อ-ประกันการส่งออกกว่า 544 ล้าน
TSD ยืนยันระบบถูกแฮ็กไม่มีข้อมูล “ยอดหุ้น” หลุด-มีแค่ข้อมูลส่วนบุคคลเกือบ 10 รายการ
Finance TSD ยืนยันระบบถูกแฮ็กไม่มีข้อมูล “ยอดหุ้น” หลุด-มีแค่ข้อมูลส่วนบุคคลเกือบ 10 รายการ
อุตสาหกรรมชิปเดือด ผวา เครื่องยิงชิปจีน ?
Tech อุตสาหกรรมชิปเดือด ผวา เครื่องยิงชิปจีน ?
ดูทั้งหมด

เปิดบัญชีกองเรือถูกกฎหมายหมื่นกว่าลำ ลั่นเตรียมทำลายล้างเรือผี 1 ก.ย.นี้

28 ส.ค. 2561 | 19:34น.

“บิ๊กฉัตร”เร่งปลดล็อคปัญหาประมงไอยูยู ประกาศชัดเรือที่เกี่ยวข้องกับการทำการประมงไทยถูกกฎหมาย 10,743 ลำ สั่งฝัง“เรือผี” ดีเดย์ 1 กันยาเริ่มรื้อทำลายซากเรือประมง 779 ลำ

พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ว่า การแก้ไขปัญหาประมงไอยูยูขณะนี้มีความก้าวหน้าตามแผนงานที่กำหนดไว้ โดยเฉพาะความชัดเจนด้านการบริหารจัดการกองเรือประมงที่เป็นปัญหาสะสมเรื้อรังมายาวนาน ไม่ทราบจำนวนเรือประมงที่แน่นอนของประเทศไทย

นับตั้งแต่ที่เข้ามารับผิดชอบการแก้ไขปัญหาประมงไอยูยูตั้งแต่เดือนเมษายน 2559 ได้สั่งให้มีการจัดทำอัตลักษณ์เรือประมงทุกลำ รวมทั้งสำรวจติดตาม เรือประมงที่ จม ชำรุด หาย ขายไปต่างประเทศ โดยระดมกำลังจากหลายฝ่ายทั้งจากศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) กระทรวงมหาดไทย กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กรมเจ้าท่า กรมประมง และสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ร่วมประสานงานติดตามตรวจสอบเรือประมงทุกลำ

ซึ่งขณะนี้ได้ผลยืนยันชัดเจนแล้วว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีเรือที่เกี่ยวข้องกับการทำประมงที่ถูกต้องตามกฎหมาย จำนวน 10,743 ลำ ซึ่งกรมเจ้าท่าได้ออกประกาศรายชื่อเรืออย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม ผ่านมา โดยมีคุณสมบัติ ดังนี้ คือ 1.มีทะเบียนเรือไทยถูกต้อง 2.ใบอนุญาตใช้เรือถูกต้อง 3.มีใบอนุญาตทำการประมง หรือจดทะเบียนเรือขนถ่ายสัตว์น้ำถูกต้องตามกฎหมายของกรมเจ้าท่าและกรมประมง และที่สำคัญเรือดังกล่าวต้องไม่ได้ถูกใช้กระทำผิดกฎหมาย ไม่อยู่ระหว่างถูกดำเนินคดี และไม่ได้ผูกยึด อายัด หรือกักไว้โดยศาล หรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตามกฏหมาย

​“การประกาศจำนวนกองเรือประมงไทยที่ชัดเจนครั้งนี้ ถือเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย จากที่ผ่านมาในอดีตจำนวนเรือประมงไม่เคยได้รับการสะสางให้ชัดเจนมาก่อนเลย จนกระทั่งรัฐบาลนี้เข้ามารับผิดชอบ ผมได้เข้ามาจัดการปฏิรูประบบกองเรือประมงไทยทั้งหมด ให้เกิดความชัดเจนปราศจาก เรือผี เรือสวมทะเบียน ซึ่งไทยถูกกล่าวหา ถูกหวาดระแวงจากประเทศต่าง ๆ มาโดยตลอด การทราบจำนวนเรือประมงที่แน่นอนในครั้งนี้ จะทำให้เป้าหมายการทำประมงอย่างยั่งยืนของไทยสำเร็จได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น เพราะสามารถบริหารจัดการจำนวนเรือให้สมดุลกับจำนวนทรัพยากรสัตว์น้ำ อีกทั้งยังเป็นมิติใหม่ในการบูรณการการทำงานระหว่างกรมประมงและกรมเจ้าท่าให้สอดคล้องกันอย่างไม่เคยปรากฎมาก่อน นอกจากนั้นยังเป็นการสร้างความโปร่งใสและตรวจสอบได้ของข้อมูลเรือ ทั้ง 10,743 ลำ ทำให้เกิดความเชื่อมั่นต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งภายในและต่างประเทศด้วย” พลเอกฉัตรชัย กล่าว

​ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังรับทราบผลการตรวจสอบจำนวนซากเรือต่าง ๆ ที่ผุผัง กีดขวางทางน้ำ หรือทางเดินเรือ ในพื้นที่ 22 จังหวัดชายทะเลจากกรมเจ้าท่าว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 779 ลำ ซึ่งได้ประกาศให้เจ้าของเรือมาแสดงตนเพื่อรื้อทำลายเรือภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2561 นั้น โดยขณะนี้พบว่า มีซากเรือจำนวน 457 ลำ จะครบกำหนด 30 วัน ในวันที่ 31 สิงหาคม 2561 ซากเรือจำนวนดังกล่าวจะต้องถูกดำเนินการตามมาตรา 121 ของ พรบ. การเดินเรือในน่านน้ำไทย โดยเจ้าของซากเรือลำใดที่เข้ามาแสดงตนจะต้องทำลายซากเรือของตนเอง แต่หากลำใดไม่มีเจ้าของเข้ามาแสดงตนได้สั่งการให้กรมเจ้าท่ารื้อทำลายซากเรือเหล่านั้น ได้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2561 เป็นต้นไป ขณะที่ซากเรือที่เหลืออีก 322 ลำนั้นจะครบกำหนดให้เจ้าของมาแสดงตน 30 วัน ในวันที่ 16 กันยายน 2561 กรมเจ้าท่าจะปฏิบัติเช่นเดียวกัน โดยเริ่มทำลายซากเรือตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 ต่อเนื่องไปจนเสร็จสิ้นทั้งหมด

“การรื้อทำลายซากเรือในครั้งนี้เป็นการกวาดล้างและกำจัดปัญหา เรือผี เรือสวมทะเบียนให้หมดสิ้นไปจากน่านน้ำไทย เพราะที่ผ่านมามีการใช้ซากเรือเหล่านี้ไปสวมเรืออีกลำหนึ่งแล้วลักลอบออกทำการประมงผิดกฎหมาย ทำให้เกิดความเสียหายต่อการทำประมงของประเทศไทยมาโดยตลอดและเป็นช่องทางการทุจริต คอร์รัปชั่นของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งไม่มีรัฐบาลใดกล้าเข้ามาจัดการปัญหาตรงนี้ แต่รัฐบาลนี้กล้าทำในสิ่งที่ถูกต้องเพื่อความยั่งยืนในการทำประมงของประเทศ และจะเดินหน้าทำอย่างนี้ต่อไปไม่ให้เกิดปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายมาทำลายความเชื่อมั่นต่อการผลิตสินค้าประมงไทย และที่สำคัญคือการคงไว้ซึ่งการทำการประมงที่ยั่งยืนให้ชาวประมง และอุตสาหกรรมประมงไทยเกิดความมั่นคงต่อไปในอนาคต”พลเอกฉัตรชัย กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เรือประมง