เมื่อวันที่ 30 ส.ค. พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี แถลงความสำเร็จการดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในโอกาสครบ 1 ปี อย. 4.0 จบงานค้าง สร้างนวัตกรรม มุ่งมั่นสู่ความสำเร็จ โดยชื่นชมการทำงานของ อย.ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมานับจากที่รัฐบาลได้เดินหน้าสู่ไทยแลนด์ 4.0 โดยการผลักดันให้มีการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันสนับสนุนให้ประชาชน ภาคเอกชนผลิตสินค้าที่ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับ ทั้งภายในและนอกประเทศ ซึ่งจะนำมาสู่การเพิ่มมูลค่าในการส่งออกของประเทศ
พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวต่อว่า จากการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวส่งผลให้ปริมาณคำขออนุญาตในผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพถึง 5 เท่าจาก 77,000 คำขอ เป็น 380,000 คำขอ ทำให้การทำงานของ อย.ไม่ทันต่อการขยายตัวของภาคธุรกิจ รัฐบาลจึงได้ใช้มาตรการเร่งด่วนในการแก้ปัญหา เพื่อมุ่งหวังที่จะให้ประชาชนได้เข้าถึงการบริการของภาครัฐอย่างทั่วถึงและทันต่อสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม ขอขอบคุณกระทรวงสาธารณสุข และอย.ที่สามารถให้การบริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนและสนองตอบนโยบายของรัฐบาลเป็นอย่างดี

ด้าน นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า อาหารและยา ถือเป็นสิ่งจำเป็นต่อชีวิตดังนั้น อย.จึงเป็นองค์กรสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาคุณภาพชีวิต จากดำริของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ที่ต้องการปฏิรูป อย.ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และการประกาศใช้มาตรา 44 ในการปรับการทำงานของ อย.ทำให้เกิดการพัฒนาปรับปรุงระบบการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ด้วยการทำงานเชิงรุกมากกว่าเชิงรับเช่นที่ผ่านมาการนำเทคโนโลยีทันสมัยมาใช้ โดย อย. ต้องปรับกระบวนการทำงานอย่างเต็มรูปแบบให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์ต่อผู้บริโภคสูงสุด
ขณะที่ นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการอย. กล่าวว่า นับเป็นความสำเร็จของการดำเนินงานตลอด1ปี ที่ผ่านมา สามารถปรับลดระยะเวลาการพิจารณาอนุญาตลงเฉลี่ยร้อยละ 27.4 และเร่งรัดงานพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์สุขภาพคงค้างจำนวน 9,112 คำขอ โดยเฉพาะการพัฒนาสมุนไพรหลายรายการให้ได้การพัฒนารับรองคุณภาพ ตลอดจนกระบวนการตรวจสอบสินค้าในท้องตลาดให้เป็นไปตามมาตรฐานของ อย. การใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ เข้ามาทดแทนการใช้ระบบเอกสารกระดาษ โดยตั้งเป้า 3 ด้าน คือ ผู้บริโภคปลอดภัย ผู้ประกอบการก้าวไกล และระบบคุ้มครองสุขภาพยั่งยืน
