เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 1.98% อยู่ที่ 86,362 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 1.98% อยู่ที่ 86,362 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ดวงรายสัปดาห์ 4-10 ตุลาคม 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 4-10 ตุลาคม 2569
สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
Biz Movement สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
ดูทั้งหมด

Brandless : ของดีไม่มีแบรนด์

13 ส.ค. 2560 | 00:32น.

คอลัมน์ สตาร์ตอัพ “ปัญหา” ทำ “เงิน”

โดย มัชฌิมา จันทร์สว่างภูวนะ

หากคุณกำลังจะซื้อซอสสักขวด ขวดหนึ่งมียี่ห้อที่คุ้นเคย กับอีกขวดไม่มียี่ห้อแต่คุณภาพดีพอกัน แถมถูกกว่า คุณจะเลือกซื้อขวดไหนคะ

เชื่อว่าหลายคนคงลังเล ใจหนึ่งอยากลองของใหม่ เพราะประหยัดกว่าเห็น ๆ แถมมีตรารับรองมาตรฐานสารพัด แต่อีกใจก็ค้านว่าควรเลือกของมีแบรนด์ ของเขาต้องดีถึงอยู่มานาน หรือไม่ก็ไม่ดีจริง เขาไม่กล้าตั้งราคาแพงขนาดนี้หรอก

ไม่ใช่เรื่องแปลกค่ะ ที่จะลังเล เพราะค่านิยมและความเคยชินตลอดหลายปีที่ผ่านมา ย่อมต้องมีผลต่อการตัดสินใจอยู่แล้ว

แต่สตาร์ตอัพน้องใหม่นามว่า Brandless ที่จะพูดถึงในวันนี้ พร้อมท้าทายความเชื่อเก่า ๆ เหล่านี้ โดยชูจุดขายว่า สินค้าไร้แบรนด์ของตนมีคุณภาพไม่ด้อยไปกว่าของมีแบรนด์ แต่ขายถูกกว่า เพราะบริษัทเลือกตัดค่าใช้จ่าย 2 ส่วนใหญ่ ๆ ออกไป ได้แก่ ค่า “หน้าร้าน” และค่า “แบรนด์”

จากการสำรวจของบริษัทพบว่า หากเป็นสินค้าประเภทเดียวกันที่ขายผ่านห้างหรือมีหน้าร้านเป็นของตนเอง ผู้ผลิตมักตั้งราคาสูงกว่าราคาผลิตถึง 50-75% เพื่อเป็นค่าคนกลาง ค่าจ้างพนักงาน หรือค่าเช่าที่

ยิ่งเป็นสินค้ามีแบรนด์จะมีค่าใช้จ่ายแอบแฝง หรือที่บริษัทเรียกว่า BrandTax เพิ่มไปอีก โดยพบว่า ผู้บริโภคต้องจ่ายแพงขึ้นถึง 40% หากซื้อสินค้าที่มีแบรนด์ และตัวเลขนี้พุ่งกระฉูดไปถึง 370% หากเป็นสินค้าพวกเครื่องสำอางประทินโฉมต่าง ๆ

“Brandless” จึงเลือกวิธีขายตรงสู่มือผู้บริโภค (direct-to-consumer) ผ่านเว็บไซต์เพื่อลดค่าใช้จ่ายหน้าร้าน และผลิตสินค้าแบบ “ไร้แบรนด์” เพื่อลดต้นทุนในการสร้างแบรนด์

นอกจากนี้ บริษัทยังคัดเลือกสินค้าที่ดีที่สุดในแต่ละประเภทมาวางขายเพียง 1 ตัวเท่านั้น ตัดปัญหาการแย่งซีนกันเอง และลดค่าใช้จ่ายในการโปรโมต

เมื่อปลดภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้ออกไปก็มีเงินไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพสินค้าเต็มที่ และยังนำเสนอสินค้าในราคาที่ถูกลงได้ด้วย

สินค้าทุกตัวของ Brandless จะมี packaging ที่เรียบง่าย ไม่มีโลโก้ยี่ห้อ ขายเพียงชิ้นละ 3 เหรียญเท่านั้น และทุกชิ้นต้องผ่านขั้นตอนการผลิตที่ได้มาตรฐานทั้งความสะอาด ความปลอดภัย และมาตรฐานด้านจริยธรรม (เช่น ไม่มีการกดขี่แรงงาน ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม) แต่ละประเภทสินค้ายังมีข้อกำหนดแยกย่อยลงไป เช่น เครื่องสำอาง ต้องไม่มีการทดลองในสัตว์ และปราศจากส่วนผสมที่เป็นอันตรายกว่า 400 ชนิด กระดาษต้องผลิตจากเยื่อไผ่ หรืออ้อย หรือต้องผ่านกรรมวิธีการผลิตที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

อาหารกว่าครึ่งเป็นสินค้าออร์แกนิก และทุกตัวเป็น non-GMO ไม่มีการใช้ผลผลิตที่มีการตัดแต่งพันธุกรรม ปราศจากสารกันเสีย สารปรุงรส และสารแต่งสีใด ๆ เพื่อตอกย้ำว่าการช็อปปิ้งที่ Brandless คุ้มค่ากว่าจริง ทุกไตรมาส ลูกค้ายังจะได้รับรายงานแสดงตัวเลขให้เห็นว่า ตนประหยัดเงินไปได้เท่าไร เมื่อเทียบกับการซื้อสินค้าประเภทเดียวกันจากร้านค้าปลีกทั่วไป

นอกจากนี้ เพื่อมัดใจผู้บริโภคสมัยใหม่ที่มีจิตอาสาใส่ใจสังคม บริษัทยังมีโครงการร่วมกับองค์กรการกุศลอย่าง Feeding America ทุกครั้งที่ลูกค้าซื้อสินค้า บริษัทจะบริจาคเงินสมทบกองทุนอาหารของ Feeding America แถมเป็นสื่อกลางระหว่างลูกค้ากับองค์กรการกุศลอื่น ๆ เพื่อจะได้มีกิจกรรมในชุมชนร่วมกันด้วย

สิ่งที่ Brandless พยายามทำ คือ การนำเสนอทางเลือกเพื่อรองรับผู้บริโภคสมัยใหม่ที่ให้ค่ากับคุณภาพและราคา มากกว่าการ “ยึดติดกับแบรนด์” แบบเดิม ๆ อีกทั้งยังเติมเต็มความต้องการของคนรุ่นใหม่ ทั้งในแง่ของการใส่ใจสุขภาพสิ่งแวดล้อม และการตอบแทนสังคมในหลาย ๆ รูปแบบ

ซึ่งเทรนด์การทำธุรกิจแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ดูอย่าง Muji ในญี่ปุ่น เปิดตัวมากว่า 20 ปีแล้ว ด้วยคอนเซ็ปต์คล้ายกัน เพราะ Muji แปลว่า no brand และถือกำเนิดมาเพื่อนำเสนอสินค้าที่เรียบง่าย ไม่มียี่ห้อ แต่ใช้งานได้จริง ในราคาที่จับต้องได้ ที่น่าสนใจคือ ทำไปทำมา การใช้ของไม่มีแบรนด์ของ Muji กลับกลายเป็นเรื่องเก๋ ดู liberal หน่อย ๆ minimal นิด ๆ (น้อยแต่มาก เรียบแต่เท่) ทำให้ Muji กลายเป็น no-brand brand ที่ติดโผเคียงบ่าเคียงไหล่สุดยอดแบรนด์ดังของญี่ปุ่นอยู่เสมอ

Brandless ซึ่งดูละม้ายคล้ายลูกผสมระหว่าง Muji กับ 3 Coins (ร้าน 3 เหรียญยอดฮิตของญี่ปุ่น) แต่มาในเวอร์ชั่นออนไลน์ ใส ๆ จิตใจดี กำลังเป็นคอนเซ็ปต์ที่ดูท่าจะมาแรงเช่นกัน เพราะเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นเดือน ก.ค. ก็ระดมทุน ได้กว่า 50 ล้านเหรียญแล้ว ไม่แน่ว่าอีกไม่นาน คงเจริญรอยตามรุ่นพี่อย่าง Muji กลายเป็น no-brand brand ชื่อดังไปอีกราย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สตาร์ทอัพ ไอซีที