เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เปิดผลสำรวจ LIXIL คนไทย 77% ชี้ “Spalet” สุขภัณฑ์อัจฉริยะ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่
Biz Movement เปิดผลสำรวจ LIXIL คนไทย 77% ชี้ “Spalet” สุขภัณฑ์อัจฉริยะ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่
“พิพัฒน์” จ่อย้าย “ท่าเรือคลองเตย” ไป “แหลมฉบัง” ลดแออัด ผุดเอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ ไร้คาสิโน
Politics “พิพัฒน์” จ่อย้าย “ท่าเรือคลองเตย” ไป “แหลมฉบัง” ลดแออัด ผุดเอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ ไร้คาสิโน
กรุงศรีกำไรครึ่งปีแรก พุ่ง 6.8% อานิสงส์ AI-อุตฯ อิเล็กทรอนิกส์
Finance กรุงศรีกำไรครึ่งปีแรก พุ่ง 6.8% อานิสงส์ AI-อุตฯ อิเล็กทรอนิกส์
”พิพัฒน์” สั่งพับคำว่า “แลนด์บริดจ์-พ.ร.บ.SEC” สร้างความสบายใจทุกฝ่าย รอผลศึกษาสะเด็ดน้ำ
Politics ”พิพัฒน์” สั่งพับคำว่า “แลนด์บริดจ์-พ.ร.บ.SEC” สร้างความสบายใจทุกฝ่าย รอผลศึกษาสะเด็ดน้ำ
ปตท.แจงเหตุเพลิงไหม้สถานี NGV บ่อวิน เสียชีวิต 1 ราย ปิดบริการชั่วคราว
News ปตท.แจงเหตุเพลิงไหม้สถานี NGV บ่อวิน เสียชีวิต 1 ราย ปิดบริการชั่วคราว
กรมราง เดินหน้า “ตั๋วร่วม” ค่าโดยสารสูงสุด 45 บาท เริ่มปี’70 บีทีเอสทุ่มอัพระบบรับ EMV
Economic กรมราง เดินหน้า “ตั๋วร่วม” ค่าโดยสารสูงสุด 45 บาท เริ่มปี’70 บีทีเอสทุ่มอัพระบบรับ EMV
สิ้น เซียะเสียน นักแสดง-นักรักโลกมายาฮ่องกง วัย 89
World สิ้น เซียะเสียน นักแสดง-นักรักโลกมายาฮ่องกง วัย 89
เมื่อ “ความพรีเมี่ยม” ไม่ใช่แค่สถานะ Visa Infinite ปรับเกมเจาะเศรษฐี
Business เมื่อ “ความพรีเมี่ยม” ไม่ใช่แค่สถานะ Visa Infinite ปรับเกมเจาะเศรษฐี
จับสินค้าสวมสิทธิมูลค่า 1.38 พันล้าน พร้อมขยายบัญชีเฝ้าระวังส่งออกสหรัฐ
Economic จับสินค้าสวมสิทธิมูลค่า 1.38 พันล้าน พร้อมขยายบัญชีเฝ้าระวังส่งออกสหรัฐ
เปิดแคมเปญ UOB x ททท. เที่ยวไทยไปด้วยกัน บูมท่องเที่ยวในประเทศ กระตุ้นใช้จ่ายสู่ท้องถิ่น
Biz Movement เปิดแคมเปญ UOB x ททท. เที่ยวไทยไปด้วยกัน บูมท่องเที่ยวในประเทศ กระตุ้นใช้จ่ายสู่ท้องถิ่น
ดูทั้งหมด

“อภิสิทธิ์” ชิงหัวประชาธิปัตย์ เปิดโหวต 2.2 ล้านคน เดิมพันนายกฯสมัยสอง-

13 ก.ย. 2561 | 07:00น.

การ “หยั่งเสียง” ของ “สมาชิกพรรค” ผ่านโทรศัพท์มือถือ เพื่อเลือก “หัวหน้าพรรค” ของ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ฟังดู “สวยหรู” ในทางกลับกันอาจเป็นการ “ผูกขาด” เบอร์ 1 ภายในพรรคประชาธิปัตย์

“4 ปีที่ไม่มีการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ในขณะที่ความเปลี่ยนแปลงในสังคมโลกและในประเทศเกิดขึ้นอย่างมากมายและรวดเร็ว ทำให้มีความจำเป็นที่จะให้สมาชิกพรรคและประชาชนในวงกว้างเข้ามามีส่วนร่วม มากกว่าการปล่อยให้การกำหนดตัวผู้บริหารและทิศทางของพรรค จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มอดีต ส.ส.และผู้บริหารพรรคในปัจจุบัน”

“การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคครั้งนี้ของประชาธิปัตย์ จึงเป็นก้าวสำคัญอีกก้าวหนึ่งของระบบการเมืองไทย ซึ่งผมหวังว่ากระบวนการนี้จะเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ การแข่งขันที่จะเกิดขึ้น ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเรื่องของความขัดแย้ง เพราะหากมองเช่นนั้นเท่ากับเป็นการไม่สนับสนุนให้เกิดกระบวนการประชาธิปไตยในพรรคการเมือง”

นายอภิสิทธิ์โพสต์ลงเฟซบุ๊กส่วนตัว-“Abhisit Vejjajiva” หัวข้อ “ประชาธิปัตย์ยุคใหม่กับการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคโดยสมาชิก” ซึ่งปัจจุบันมีผู้ติดตามเพจกว่า 2.2 ล้านคน

ขณะนี้จำนวนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์อัพเดตแล้วมีจำนวน 1 แสนคน ขณะที่จำนวนสมาชิกก่อนคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รีเซตมีจำนวน 2.8 ล้านคน

อย่างไรก็ตาม ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา นักการเมืองถูกแช่แข็ง-ล็อกประตูไม่ให้นักการเมืองได้เปล่งแสง-ฉายภาพความเป็นผู้นำภายในพรรค โดยใช้เวทีการเมืองทั้งใน-นอกสภาทาบรัศมี “เจ้าของตำแหน่ง” จนเกิดการแข่งขันกันภายในพรรค

เวที “ชิงหัว” ของพรรคประชาธิปัตย์ในครั้งนี้จึงเหลือ “พื้นที่น้อย” ให้ “ผู้ท้าชิง” ตำแหน่งหัวหน้าพรรคได้ออกฟุตเวิร์ก-เรียกคะแนนจากประชาชน-ให้แฟนคลับยกป้ายไฟเชียร์

อาทิ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หรือนายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค แม้กระทั่งนายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่หันหัวไปหาขั้วอำนาจใหม่-คสช.

ก่อนหน้านี้นายอภิสิทธิ์ออกมาประกาศว่าถ้าไม่สามารถนำพรรคชนะการเลือกตั้งครั้งหน้าได้ จะลุกออกจากเก้าอี้หัวหน้าพรรค จึงเป็นการ “ถอยในรุก” กลับมาเป็นหัวหน้าพรรค “ถือธง” การเลือกตั้งครั้งหน้าอีกครั้ง

อีกนัยหนึ่ง คือ เป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล-นายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2

ยิ่งมีนายชวน หลีกภัย-นายบัญญัติ บรรทัดฐาน สองผู้มีบารมีของพรรค “หนุนหลัง” จึงเป็นการ “การันตี” ว่า “หัวขบวน” ประชาธิปัตย์คนใหม่คงหนีไม่พ้นชื่อ “อภิสิทธิ์” คนหน้าเก่า-เจ้าเดิม

ดังนั้นกติกาเดิมที่ให้อดีต ส.ส. ประธานสาขาและผู้บริหารพรรคเป็นผู้เลือกหัวหน้าพรรค ฟังแล้วอาจดูเหมือนว่าไม่เป็นประชาธิปไตย-ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน

แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าขณะนี้-ประวัติศาสตร์การเมืองภายในพรรคประชาธิปัตย์ ถูกจับตาเรื่องการแบ่งก๊ก-แบ่งเหล่ามาโดยตลอด จน “จุติ ไกรฤกษ์” เลขาธิการพรรคต้องออกมาสยบข่าว

“กรณีที่มีกระแสข่าวสามก๊กเกิดขึ้นในพรรคประชาธิปัตย์นั้น เป็นเพียงการวิจารณ์และคาดเดาเท่านั้น ยืนยันว่าพรรคมีความเป็นเอกภาพและไม่มีความแตกแยก ผมขอยืนยันว่าเราเป็นหนึ่งเดียว”

ฉะนั้นหากยังใช้ธรรมเนียมปฏิบัติเดิมเก้าอี้หัวหน้าพรรคของนายอภิสิทธิ์อาจสั่นคลอนได้ เพราะไม่มีอะไรรับประกันว่าพรรคประชาธิปัตย์จะไม่มีคลื่นใต้น้ำ-เขย่ากันภายในพรรค

ฝั่งพรรคเพื่อไทย (พท.) ถูก “ผูกขาด” โดย “ตระกูล” ชินวัตร ตั้งแต่ในยุคพรรคไทยรักไทย-ทักษิณ ชินวัตร พลังประชาชนสมัยนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เขยบ้านชินวัตร และเพื่อไทย-น.ส.ยิ่งลักษณ์ น้องทักษิณ

ขณะที่แคนดิเดต “หัวหน้าคนต่อไป” ยังมีชื่อ “ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์” สามีพินทองทา-ลูกเขยนายทักษิณติดโผ “หัวโขน” พรรคเพื่อไทยอีกคน

“ความเป็นประชาธิปไตยภายในพรรค พูดในนามของคนในพรรคเพื่อไทยคนหนึ่ง เป็นเรื่องที่ท้าทาย จึงมีความจำเป็นและเป็นโอกาสที่ดีที่จะสร้างพรรคเพื่อไทยให้เป็นสถาบันทางการเมือง ทุกคนเป็นเจ้าของ สมาชิกเป็นเจ้าของ ประชาชนเป็นเจ้าของ ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการกำหนดให้ใครเป็นผู้นำ กรรมการบริหารและนโยบาย” นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย-แคนดิเดตหัวหน้าพรรคกล่าวเลี่ยง-เรียบค่ายเมื่อถูกถามคำตอบการไพรมารี่โหวตหัวหน้าพรรคเพื่อไทยพรรคบนเวทีครบรอบ 20 ปี สถาบันพระปกเกล้า

เป็นยกแรกของศึก (ใน) เลือกตั้งหลัง คสช.คลายล็อก

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”