แรงซื้อหุ้นไทยหนุนดัชนีไต่แดนบวกตลอดวัน โบรกฯแนะจับตา “สหรัฐ-จีน” เจรจาการค้ารอบใหม่
แรงซื้อหุ้นไทยหนุนดัชนีไต่แดนบวกตลอดวัน โบรกฯแนะจับตา “สหรัฐ-จีน” เจรจาการค้ารอบใหม่ ส่วนสัปดาห์หน้าติดตามผลการประชุม กนง.-BOJ ด้าน “วิจิตร” แนะย่อสะสมในโซนที่จังหวะตลาดกำลังปรับฐาน เน้นหุ้นอิงเศรษฐกิจในประเทศ
นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการนักกลยุทธ์การลงทุนฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเฮ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ภาพรวมภาวะตลาดหุ้นไทยในวันที่ (14 ก.ย.61) ดัชนีสามารถแกว่งตัวอิงแดนบวกตลอดทั้งวัน โดยหลักๆ ตลาดได้รับ Sentiment จากปัจจัยต่างประเทศ จึงเห็นแรงเก็งกำไรเข้ามา เพราะมีโอกาสที่สงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนจะมีการเจรจารอบใหม่
ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศ Time line การเลือกตั้งก็ยังผ่อนแรงอยู่ โดยท้ายที่สุดแล้วต้องพิจารณาว่าการเจรจาครั้งนี้จะมีมุมมองเชิงบวกออกมาไหม ซึ่งในช่วงวันที่ 21 ก.ย.นี้ จีนจะตอบโต้โดยการเสนอ WTO คว่ำบาตรสหรัฐ ซึ่งช่วงเวลาในโซนนี้น่าจะมีความชัดเจนในประเด็นดังกล่าว เพราะฉะนั้นจังหวะที่ย่อตัวลงมา ตลาดยังคงมีแรงเก็งกำไรโดยเฉพาะหุ้นกลุ่ม Big Cap ที่กลุ่มนักลงทุนสถาบันสนใจคือ หุ้นกลุ่มพลังงานและธนาคารพาณิชย์ ทำให้ดัชนีวันนี้ปิดตลาดที่ 1,722.21 จุด เพิ่มขึ้น 4.25 จุด หรือ +0.25% ขณะที่มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 58,890.39 ล้านบาท
ส่วนทิศทางตลาดหุ้นไทยในช่วงสัปดาห์หน้า (17-21 ก.ย.61) ประเมินว่า ดัชนีค่อนข้างผันผวนแต่มีโอกาสดีดตัวขึ้นต่อเพราะว่ากองทุนพึ่งเริ่มทยอยเก็บหุ้น โดยต้องจับตาการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และธนาคารกลางแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะมีการประชุมถึงทิศทางการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งมุมมอง กนง.เราไม่ได้มองว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ย เพียงแต่ว่าพิจารณาคะแนนเสียงที่ออกมาเป็นแบบไหน ซึ่งหากรอบที่จะถึงนี้มีคนที่ให้นำหนัดในการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น อาจจะเป็วสัญญาณส่งในการปรับขึ้นได้ช่วงปลายปี ซึ่งอาจจะเป็นการประชุมรอบเดือน พ.ย.61 หรืออย่างช้าต้นปี 2562
โดยมองกรอบสั้นๆ ที่ระดับแนวต้านแรก 1,730 จุด แต่ถ้าทะยานขึ้นไปได้ตลาดจะลุ้นกรอบสัปดาห์อยู่ที่ 1,750 จุด ส่วนกรอบแนวรับที่ยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน ที่ระดับ 1,706 จุด ซึ่งน่าจะเป็นแนวรับสำคัญในช่วงสั้น สำหรับกลยุทธ์การลงทุนหาก SET ไม่หลุดระดับ 1,706 จุด สามารถย่อสะสมในโซนที่จังหวะตลาดกำลังปรับฐาน เน้นหุ้นที่มีความสัมพันธ์กับเศรษฐกิจภายในประเทศเป็นหลัก ได้แก่ ธนาคารพาณิชย์และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ และการจับจ่าย อาทิ SCB, STEC, BEM, BJC, CPALL ส่วนหุ้นกลุ่ม Global Play ที่สนใจรอบนี้เป็น PTTEP, PTT ที่ค่อนข้างโดดเด่นมากๆ